หน้า: 1 2 [ทั้งหมด]

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เครียดเรื่องงานและความรัก  (อ่าน 1490 ครั้ง)
Guest
ปวดใจ
เรทกระทู้
« เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 10:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ผมกลุ้มใจและเครียดมากๆ
ผมทำงานตำแหน่งระดับผู้จัดการ ประจำสำนักงานใหญ่ และมีแฟนยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่อยู่บ้านเดียวกัน มาประมาณ 2ปี แฟนผมทำงานระดับหัวหน้าประจำอยู่ที่สาขา ทุกคนในบริษัทรู้ถึงความสัมพันธ์ของเรา คบกันแบบเปิดเผย
ช่วง 2-3 เดือนมานี้ ผมรู้สึกถึงความผิดปกติ และแฟนผมให้ความสนิทสนมกับพนักงานระดับล่าง(แรงงานขั้นต่ำ)
บอกตรงๆผมไม่สบายใจเลย ผมควรแก้ปัญหานี้อย่างไรดีครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
งุงิ งุงิ
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 11:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ต้องทำอะไร อยู่เฉยๆ อย่างปรกติทุกวัน แต่ให้ดูอยู่ห่างๆ ถ้าหากมันเกินเลยในความรู้คุณให้บอกกับแฟนว่าตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไร ลองคิดในทางที่ดีไว้ก่อนว่าเขาอาจจะเป็นแค่ลูกน้องกับเจ้านายไม่ได้เกินเลยไปกว่านั้น แต่ก็อย่าประมาทเกินไป

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 11:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุยกันฮะ q*021


คุยกันตรงๆ ถามกันตรงๆถึงสิ่งที่คุณเห็น และความรู้สึกที่ไม่สบายใจ บางทีสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่อย่างที่คิดไปเองก็ได้นะฮะ ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 11:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณกำลังหึงแฟน q*070
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปวดใจ(จขกท.)
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 11:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมคุยกับเธอแล้ว และเคยเตือนเรื่องความสนิทสนมและการวางตัวของเธอ
เธอรับปากว่าจะห่างๆมาแล้วครั้งนึง แต่ตอนนี้ก็กลับไปเหมือนเดิมอีก
และผมก็พูดอีก เธอก็รับปาก แต่บอกตรงๆ ผมไม่ค่อยเชื่อใจเธอเลยครับ
เพราะปกติแล้วเธอจะเป็นคนถือตัว ไม่คอยสุงสิงกับใคร แต่กับคนนี้ไม่รู้ทำไม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 12:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
น่าเห็นใจคุณน๊ะครับ..ปัญหากลืนไม่เข้า คายไม่ออก..

ทั้งรักทั้งห่วง ทั้ง เจ็บใจ ทำไม..ถึงไปให้ความสนิทสนม สะขนาดนั้น...

จะเลิกก็ไม่ได้เพราะ รักเขา และเขาเป็นแฟนเรา...อยู่ด้วยกันแล้วด้วย

นิสัยเธอก็ไม่ค่อยสุงสิงกะใคร ง่ายๆแต่ทำไม เป็น ลูกน้องคนนั้น....

มีควันย่อมมีไฟ.. ปัญหาแบบนี้ ต้องเด็ดขาดอย่าให้ ก่อเชื้อได้อีก ครับ..

ผมว่า คุณ ไม่ได้ หึงจนเกินไป..แต่..คุณแค่ไม่ยากจะเสียในภายหลัง

ถ้าปล่อยให้มันเลยเถิดไปกว่านี้....เราไม่รู้ ..ผู้ชายคนนั้น จ้อง อยู่หรือเปล่า

เรามีสิทธิที่จะระแวดระวัง....รีบตัดไฟแต่ต้นลมครับ....ถ้าเป็นผมก็จะ ติดตามดูพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด

ในช่วงนี้ครับ...หลังจากที่ยืนคำขาดไปแล้ว...ต้องแสดงให้เขาเห็นว่าเรา ซีเรียสเรื่องนี้มาก

เขาต้องให้เกรียติเราไม่ทำให้เราไม่สบายใจอีก....หญิงชายใกล้กันเหมือนน้ำมันกับไฟ...

คุณเอง ต้องรู้จัก แฟน คุณ ดีกว่าใครๆ...อย่านิ่งนอนใจน๊ะครับ...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนอ่าน
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 12:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*070
ปกติถือตัวไม่สุงสิงกับใครแต่คนนี้ไม่รู็ทำไม ...
มันโดนน่ะครับ มัวแต่มองมุมตัวเอง
เมียไปโดนหนุ่มรุ่นน้องเข้า เขามีอะไรดีทำไม เมียถึงไปคบด้วย แล้วสิ่งนั้นคุณ ไม่มี ใช่ป่ะ
คุยกับเมียแล้วแป๊บเดียวก็ยัง เป็นอีก
ตอนคุณ จะจีบสาว สมัยวัยรุ่นพ่อแม่ ห้ามคุณก็หยุดไปพักนึง เดี๋ยวก็ไปอีก ก็เหมือนกันครับ
เธอกำลัง หลง หนุ่ม คนนั้นอยู่ อาจไม่ นานพอเขาไปอยู่สาขาอื่นก็จบไปเอง แต่ถ้ายังอยู่ก็ต้อง บอกบ่อยๆ อาจรำคาญมีปากเสียงกันบ้าง แต่ต้องใจเย็น
ทีนี้กลับมาน้อน ดูอะไรบางอย่าง นะครับ
ตอนแรกที่ชอบกัน คุณมีอะไรเป็นจุดสะดุดใจ ถ้ารูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา
มองดูน่าจะเป็นตำแหน่ง หน้าที่การงาน แต่ไม่ใช่สเปคที่โดนใจ น้องคนนี้อาจไม่มีตำแหน่ง
แต่มี วาทะ หรือเร้าใจกว่า หล่อถูกใจว่างั้น
คุยกันจริงๆจังๆ ถ้าคุยแล้วไม่ดีขึ้น คุณเป็นถึงผู้จัดการ เมียก็พนักงานคนนึงเหมือนกันครับ
บทลงโทษที่ถูกต้องมี ครับ q*034q*038q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปวดใจ(จขกท.)
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 13:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบคุณ VV44 ผมเองก็อยากติดตามพฤติกรรมแบบใกล้ชิด แต่ไม่รู้จะได้ยังไง ทำงานกันคนละที่
จะบอกให้คนอื่นช่วยดู ก็คงไม่ได้ เรื่องแบบนี้ รู้ถึงไหน อายถึงนั่น คิดไม่ตกจริงๆ
ตอบคุณ คนอ่าน ตอนแรกๆที่เธอชอบผม เธอบอกชอบที่ความคิดผม ผมเป็นคนจริงจัง ตั้งใจทำงาน
อายุผมพอๆกับลูกน้องคนนั้น และก็อายุน้อยกว่าเธอ
ส่วนลึกๆในใจของผม ค่อนข้างมั่นใจ ว่าผมเหนือกว่าทุกอย่าง แต่กลัว กลัวเธอจะไม่คิด อะไรไกลๆ
เธอชอบทำอะไรตามใจ ไม่คิดถึงอนาคต
บางครั้ง ผมท้อ อยากเลิกกับเธอ และรู้สึกเสียหน้ามากๆ ที่ต้องมาคิดระแวงกับคนที่ไม่ได้มีอะไรเหนือผมเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
มลลี่
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 14:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*074 ฉันขอตอบในฐานะผู้หญิงนะคะ อาจจะไม่ตรงใจนัก ความรักไม่สามารถที่จะตอบได้ว่าใครเหนือกว่าใครตรงไหนและทำไมเราถึงรักคนนี้ทั้งๆที่ไม่มีอะไร มันอธิบายไม่ได้ การที่คุณบอกว่าคุณรู้สึกเสียหน้าไม่อยากเอาตัวเองไปเปรียบเทียบคนที่ด้อยกว่านั้นแสดงถึงความเป็นตัวตนจริงๆของคุณคะ ขอโทษที่ไม่ได้ให้คำแนะนำ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปวดใจ(จขกท.)
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 14:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบคุณมลลี่ ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าโลกนี้ยังมีผู้หญิงที่สนใจความรักมากกว่าความมั่นคงของชีวิต โลกของผมคงแคบไป
ผมเองแค่อยากระบายความรู้สึก ไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกใคร ถ้ามันขัดใจคุณ ก็ไม่เป็นไร
ในสังคมการทำงานของผม มีคนนับหน้าถือตา ผู้บริหารให้ความไว้วางใจผม ผมจะเสียด้วยเรื่องพวกนี้ไม่ได้ครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 16:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*022q*022q*022

คุณเครียดจริงๆด้วยค่ะ เครียดมาก บางครั้งตัวตนของคนที่มุ่งมั่น
ตั้งใจจริงกับตำแหน่งหน้าที่ จะยึดมั่นการตัดสินใจ และความคิดของตัวเองเป็นหลัก
และอาจมองข้ามความคิด ความรู้สึกของคนอื่น และคนใกล้ชิดไปบ้างก็ได้

ความเครียด ทำให้คิดอะไรไม่ค่อยออก ยึดติดหน้าตาและหัวโขน ทำให้มอง
ผู้อื่นต่ำต้อย ทำไมเจ้ากาด้อยค่า จึงผงาดมาเทียบชั้นกับหงส์ เครียดหนักเข้าไปอีก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 16:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ยังไม่สายไปหรอกค่ะ แต่ต้องหัดมองความรักอย่างอ่อนโยน
สังคมนี้ นิยมความร่ำรวย มีหน้ามีตาก็จริง หรูหรา สะดวกสบาย แต่ความรัก
ยังคงไม่เปลี่ยน เพียงแต่มีหลายรูปแบบตามแต่แต่ละคนจะเจอ q*021

คลายความคิดเปรียบเทียบลงก่อน และปรับความเข้าใจกับแฟน
หาดูสิ่งที่ใจเธอต้องการจากคุณ และคุณมีให้เธอหรือเปล่า
...อะไรหรือที่เธอใฝ่ฝัน ....อะไรหรือ..ที่ฉันขาดไป ... q*077
ทำนองนี่อ่ะคะ เพื่อความรักของคุณและเธอ q*042
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คงจะจริง
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 16:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความรู้สึกมันห้ามกันที่ไหน
เคยเครียดเหมือนกัน เมื่อก่อนก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมแฟนถึงได้นอกใจไปได้กับ ผญ คนหนึ่ง ที่หน้าที่การงานไม่ได้เทียบเท่าเราเลย กรณีหน้าตาพอๆ กัน อายุไล่เลี่ยกัน พอมาดูกันที่นิสัยแล้ว ผญ คนนั้นมีความโก๊ะๆ แต่เราออกเรียบร้อย เขาคงไม่ชอบแบบนี้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 16:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตอบคุณมลลี่ ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าโลกนี้ยังมีผู้หญิงที่สนใจความรักมากกว่าความมั่นคงของชีวิต โลกของผมคงแคบไป
ผมเองแค่อยากระบายความรู้สึก ไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกใคร ถ้ามันขัดใจคุณ ก็ไม่เป็นไร
ในสังคมการทำงานของผม มีคนนับหน้าถือตา ผู้บริหารให้ความไว้วางใจผม ผมจะเสียด้วยเรื่องพวกนี้ไม่ได้ครับ


q*072 คุณกำลังโมโห หรือไม่ก็คุณไปอยู่ที่ไหนมา เคยเห็นสามีภรรยา
ที่ช่วยกันทำมาหากิน ขายของริมถนนไม๊คะ หากไม่มีความรักและเธอสนใจความมั่นคงอย่างเดียว
เธอคงไม่ยืนอยู่ข้างๆสามีและลูกๆของเธอ ทำมาหากินไปวันๆนึงหรอกค่ะ เต็มเมืองเลย q*025

คุณไม่ได้ดูถูกใครหรอก แต่กำลังดูผิดความรักต่างหาก q*021


สังคม หน้าที่การงาน เสียเรื่องพวกนี้ไม่ได้ น่าจะเป็นตามกฎหมายด้วย
ยังไม่ได้แต่ง ทุกคนรู้กันก็จริง แต่หากแฟนมีกิ๊ก ความผิดจะตกที่คุณด้วยหรือคะ
เสียเรื่องพวกนี้ไม่ได้ น่าจะเป็นที่ตัวคุณเองมากกว่า จึงจะกระทบการทำงาน
เช่นคุณไปยุ่งกับภรรยาคนอื่น ทำนองนี้อ่ะคะ เดาผิด ก็ขอโทษด้วย เพราะไม่รู้ลึก
รู้แค่แนวทั่วไป q*069
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 17:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*022

โห ป้าขา โพสต์ 3จังหวะเลยหรือคะ q*012

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 17:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่ใช่เรื่องว่าเห็นใครดีกว่าหรอกค่ะ เธอแค่หาในสิ่งที่ขาดหาย

แก้ปัญหานี้ยังไงดี...
ตัวคุณค่ะ q*021 จะเป็นเซรุ่มชั้นดีเลย q*021q*021

เข้าใจค่ะ ว่าการทำงานและยิ่งในตำแหน่งที่สูงนั้นต้องมีความรับผิดชอบที่สูงมาก
อาจจะดึงเอาเวลา และใส่ความเครียดมาให้ตัวเรา

ปฏิเสธไม่ได้ค่ะว่างาน เงิน และปัจจัยในการดำรงชีพต่างๆสำคัญกับชีวิตเรามาก
และยิ่งไม่มีเงิน ไม่มีงานก็ยิ่งเครียด
เราอาจจะรู้สึกภูมิใจไปกับความสามารถ หน้าที่การงาน การเงิน ตำแหน่ง ฐานะ

แต่ท้ายที่สุด หน้าที่การงานหรือเงินทองก็ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดในชีวิต
เพราะสิ่งเหล่านี้ใช้หล่อเลี้ยงกาย ..แต่เอามาใช้หล่อเลี้ยงใจไม่ได้เลย

และเมื่อถึงจุดหนึ่ง เราจะมีความสุขได้ยังไงเมื่อรอบข้างไม่มีคนที่เรารักอยู่ร่วมชื่นชม q*021

...สิ่งที่จะเก็บรักษาความรักไว้ได้ดี คือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะค่ะ q*021
ลองพูดหวานๆเล่นๆหรือแซวกันแบบน่ารักๆมั่งสิคะ เอาที่แบบเรียกเสียงฮาหรือรอยยิ้มให้ได้น่ะค่ะ
ตอนแรกอาจจะเขินๆกระดากๆ แต่ต่อไปก็จะชินและรู้สึกดีที่ทำให้บรรยากาศระหว่างกันสดชื่นนะคะ q*021

พยายามจัดสรรเวลาจัดทริปไปเที่ยวบ้าง นั่นคือกำไรชีวิต
หาที่ต่างๆที่ยังไม่เคยไป ดำน้ำบ้าง ปีนเขาบ้าง ทะเลบ้าง รีสอร์ทบ้าง

การทำบุญร่วมกันก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้ความรักยืดยาวและไปในทางที่ดีค่ะ q*021

อย่ารวมความเหนื่อย เครียดและทุกปัญหามาไว้ด้วยกัน พยายามนะคะ q*021 ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ q*021q*021





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
มนุษย์
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 21:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ให้ลองคิดในมุมกลับกันครับว่าเป็นคุณ คุณจะทำอย่างเดียวกันมั๊ย รักเขาก็แต่งงานกับเขาสิครับ ขอเขากินมา 2 ปีแล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ซ้อแปด
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 17 ก.ย. 11, 19:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตอบคุณ VV44 ผมเองก็อยากติดตามพฤติกรรมแบบใกล้ชิด แต่ไม่รู้จะได้ยังไง ทำงานกันคนละที่
จะบอกให้คนอื่นช่วยดู ก็คงไม่ได้ เรื่องแบบนี้ รู้ถึงไหน อายถึงนั่น คิดไม่ตกจริงๆ
ตอบคุณ คนอ่าน ตอนแรกๆที่เธอชอบผม เธอบอกชอบที่ความคิดผม ผมเป็นคนจริงจัง ตั้งใจทำงาน
อายุผมพอๆกับลูกน้องคนนั้น และก็อายุน้อยกว่าเธอ
ส่วนลึกๆในใจของผม ค่อนข้างมั่นใจ ว่าผมเหนือกว่าทุกอย่าง แต่กลัว กลัวเธอจะไม่คิด อะไรไกลๆ
เธอชอบทำอะไรตามใจ ไม่คิดถึงอนาคต
บางครั้ง ผมท้อ อยากเลิกกับเธอ และรู้สึกเสียหน้ามากๆ ที่ต้องมาคิดระแวงกับคนที่ไม่ได้มีอะไรเหนือผมเลย
ครือว่ายังงี้นะคะ ช้านคิดว่าเขาคงเบื่ออ่ะค้าที่มีแฟนหลงงงงงตัวเอง q*070
เคยคบคะแบบเนี๊ยะ บอกตรงๆ คลื่นไส้นิดๆ คือคนเรานะคะ บางที
ม่ะต้องร่ำต้องรวยอารัยกะได้อ่าคะ ขอแค่เค้าเอาอกเอาใจและไปกันได้
ที่สำมะคันเขานั่นไม่ดูถูกพวกคนใช้แรงงานนนอ่ะคะ q*076
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปวดใจ(จขกท.)
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 09:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณทุกความคิดเห็นมากๆครับ
ผมเองยอมรับในข้อเสียของผม ทีเครียดและจริงจังกับตำแหน่งหน้าที่การงานมากเกินไป แต่กว่าผมจะมาถึงวันนี้
ผมทุ่มเทและอดทนต่อทุกสิ่งอย่างมามากพอ ที่จะต้องคำนึงและรักษามันไว้ เพราะมันคือความฝันและส่วนหนึ่งของชีวิตผม
ในส่วนของแฟนผม ที่ไม่ได้แต่งงานกัน เพราะเธอไม่แต่งเอง เนื่องจากพ่อแม่เธอเสียไปหมดแล้ว และพี่น้องก็ห่างกันไป
ผมเองคิดว่าทุ่มเทเต็มที่กับแฟนคนนี้ เมื่อก่อนผมอยู่คอนโดกลางเมื่อง ขับรถไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงที่ทำงาน
พอมีแฟน แฟนอยากมีบ้าน มีสวน ผมก็ยอมซื้อบ้านที่อยู่ชานเมือง ต้องขับรถมาทำงานไกลพอสมควร พักผ่อนน้อยลง
ผมเองใช้ชีวิตโสดกับการทำงานมา 10 ปีได้ คบผู้หญิงมาเรื่อยๆและผ่านไป ไม่เคยจริงจัง และต้องเอาใจใครแบบนี้
ผมคิดว่าผมดูแลใส่ใจเธอดี ไม่ว่าเธอจะเลี้ยงแมวตัวละ 12,000 ผมก็เป็นคนซื้อ คลุกข้าว อาบน้ำ แปรงขน ดูแลแมวอย่างดี เพราะผมรู้ว่าเธอรักและเล่นกับมันบ่อยๆ เธออยากจัดสวน วันหยุดผมก็คอยพวนดินใส่ ทุกเช้าเย็นผมก็รดน้ำ
ชีวิตประจำวันของผม ตื่นมาก็ทำงาน ตอนเย็นก็เลี้ยงแมว เลี้ยงปลา รดน้ำต้นไม้
วันหยุด ผมก็ตามใจเธอ อยากเที่ยวไหน อยากกินอะไร อยากได้อะไร ผมไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง ทั้งที่ก็มีโอกาส
ไม่เคยเมา ติดเพื่อน หรือทำอะไรที่คิดว่ามันไม่ดี
ผมเองก็ไม่รู้ ว่าการที่เรารักใครสักคน กับสิ่งดีๆที่เราเป็น กับสิ่งเสียๆที่เรามี มันไม่พอให้เธอหยุด
ผมก็จนใจครับ ผมดีและเลวได้แค่นี้จริงๆครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 11:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*027

ไม่มีใครหาทางออกให้ปัญหานี้ของคุณได้หรอกฮะ นอกจากตัวคุณเอง q*027 เพราะปัญหาทั้งหมด คือคุณรักเธอมากๆ(จากที่คุณเล่า) คุณเห็นคุณรู้ว่าอะไรเป็นอะไร คุณรู้ด้วยซ้ำว่าทางออกอยู่ตรงไหน.. เหลือแค่ตัวคุณเอง ที่จะก้าวเท้าเดินออกมา.. หรือจะเจ็บต่อไป เพราะคุณรักเธอ ..





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คงจะจริง
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 11:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราเองก็เป็นคนค่อนข้างถือตัวเหมือนกัน ไม่ค่อยคุยกับใคร เมื่อก่อนตอนยู่ที่ทำงานเดิมก็ยังมีพี่ที่สนิทเป็นผู้ชายอยู่คนนึง ก็มีความรู้สึกว่าอยู่ใกล้ๆ แล้วสนุกสนานดี จนมีคนชอบแซวว่ากิ๊กกัน แต่ต่างคนต่างก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะพี่เค้ารักแฟนเค้ามาก ชอบเอาเรื่องแฟนมาเล่าให้ฟังทุกวัน
คือความคิดเราคิดว่าคงจะเป็นเพราะเขาคุยกันถูกคอหรือเปล่า บางทีคุยกันสนุก หยอกล้อ รับมุขกันดี ประมาณนี้
คุณกำลังหึงแฟนมากไปหน่อย บางทีอาจไม่มีอะไรอย่างที่คุณคิดก็ได้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 12:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าคุณกำลังหึงหวงแฟน ลองมองอย่างมองหาเหตุผลมากกว่า เขาคนนั้นมันดีกว่าคุณยังไง แบบไหน?

เขาอาจแค่พูดคุยแล้วสบายใจ มีอะไรๆแบบที่คุณไม่เข้าใจก็ได้นะ
ถึงยังไม่แต่งกันอย่างเป็นทางการ ไม่มีทะเบียนสมรส แต่คุณก็ตีตราไปแล้วตั้งเยอะนี่นา
เอาใจใส่เธอน้อยลงไปไหม?
มีอะไรที่ไม่เข้าใจกัน แล้วปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่คุยหรือเปล่า?
ระแวงมากเกินขอบเขตหรือไม่?
ให้เวลาส่วนตัวกันและกันบ้างไหม?
มีอะรแปลกๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน กลับถึงบ้านก็ค่อยๆแง้มหัวใจออกมาคุยกัน นะคะ ทุกอย่างจะดีขึ้นได้เมื่อมีเวลา และได้คุยกัยค่ะ
ความไว้วางใจกันและกันได้ ใครๆก็ต้องการแบบนี้ นะคะ
หรือไม่จริง.....ขอย้อนกลับไปลองถามตัวเองดู นะคะ คุณเจ้าของกระทู้
ขอให้รักและเข้าใจกันเหมือนเดิมอย่างที่เคยรักกัน นะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปวดใจ(จขกท.)
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 13:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เราเองก็เป็นคนค่อนข้างถือตัวเหมือนกัน ไม่ค่อยคุยกับใคร เมื่อก่อนตอนยู่ที่ทำงานเดิมก็ยังมีพี่ที่สนิทเป็นผู้ชายอยู่คนนึง ก็มีความรู้สึกว่าอยู่ใกล้ๆ แล้วสนุกสนานดี จนมีคนชอบแซวว่ากิ๊กกัน แต่ต่างคนต่างก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะพี่เค้ารักแฟนเค้ามาก ชอบเอาเรื่องแฟนมาเล่าให้ฟังทุกวัน
คือความคิดเราคิดว่าคงจะเป็นเพราะเขาคุยกันถูกคอหรือเปล่า บางทีคุยกันสนุก หยอกล้อ รับมุขกันดี ประมาณนี้
คุณกำลังหึงแฟนมากไปหน่อย บางทีอาจไม่มีอะไรอย่างที่คุณคิดก็ได้

ผมคิดว่าแฟนผม ก็คงออกแนวๆนี้ แต่มันไม่เหมาะสมนี่ครับ ในเมื่อใครๆก็รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับผม ถ้าผมไม่ทำงานที่นี่จะไม่สนใจเลย
ผมเองไม่รู้หรอกว่า ควรหึงแค่ไหน หรือไม่ควรหึงเลย
รู้แค่ว่าไม่เหมาะสม เพราะถ้าผมสนิทกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้ คงจะปกครองใครไม่ได้เลย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 15:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมคิดว่าแฟนผม ก็คงออกแนวๆนี้ แต่มันไม่เหมาะสมนี่ครับ ในเมื่อใครๆก็รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับผม ถ้าผมไม่ทำงานที่นี่จะไม่สนใจเลย
ผมเองไม่รู้หรอกว่า ควรหึงแค่ไหน หรือไม่ควรหึงเลย
รู้แค่ว่าไม่เหมาะสม เพราะถ้าผมสนิทกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้ คงจะปกครองใครไม่ได้เลย


ถ้าแค่คุยกันถูกคอ ..ไม่เหมาะสมตรงไหนเหรอฮะ q*031 ใครๆก็รู้ว่าเป็นภรรยาคุณ แล้วเธอก็เลยไม่มีสิทธิ์มีเพื่อนเป็นผู้ชายเลยเหรอฮะ q*031 ถ้าคุณเองก็มั่นใจว่าเค้าแค่แนวๆนี้ แค่คุยกันถูกคอ คุณก็ไม่สมควรหึงเลยฮะ เพราะไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะสมเลย เค้าปกติกันดีทุกอย่างฮะ q*032

ไข่มองว่าคุณน่าจะเล่าเรื่องไม่ค่อยกระจ่างนะฮะ คำว่าคงออกแนวๆนี้ ก็อ้างถึงการพูดคุยกันถูกคอธรรมดาๆ แต่คุณก็บอกอีกว่าถ้าคุณทำงี้บ้าง กลายเป็นปกครองใครไม่ได้เลย q*031 ช่วยบอกรายละเอียดของการคุยกันของแฟนคุณกับชายคนนั้นหน่อยสิฮะ q*031q*032

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 15:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณหึงหวง ก็ ถูกต้องแล้วครับ...ไม่หึงสิแปลก...

แต่ถ้า...ใจเขาไปสะแล้ว ละ !!!! ????

เคยทะเลาะกัน รุนแรงด้วยเรื่องนี้หรือไม่..?

ถ้าไม่เคย ก็ คอยดูพฤติกรรมเขาต่อไปครับ..

กักขังตัวน่ะได้ แต่กักขังหัวใจน่ะสิ...เรื่องยาก...

ผมว่า คุณดู เหมือนรู้ตัวว่าจะเสียแฟนไป...ถ้าใช้ไม้แข็ง

ถ้าไม้อ่อน คุณ ก็รู้สึกทนไม่ได้กับพฤติกรรมของเขา ไม่อยากให้เขา

ให้ความสำคัญกับเพื่อนชายที่ทำงานในแบบที่คุณ รู้และเห็น..และได้ยินฟังมา..

ที่ผมมีความรู้สึกเช่นเดียวกับคุณ เพราะผมเคยเสีย ..มาแล้ว ครับ..

ค่อยๆทำใจและปล่อยวาง ครับ...ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของเราเลย แม้แต่

ลมหายใจ..........

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คงจะจริง
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 16:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณบอกเครียดเรื่องงานและความรักนั้น
ปัญหาความรักของคุณ มันกำลังจะพาลไปหาเรื่องงานด้วยใช่ป่าว.........
นี่กระมังเหตุที่ว่า แฟนกัน ไม่ควรทำงานที่เดียวกัน เพราะอาจมีเรื่องทำให้อึดอัดใจ และลำบากใจ
หรือเธออาจเบื่อที่เจอกันบ่อยเกินไป ความเป็นส่วนตัวมันเลยมีน้อยลง โลกใบนี้คงจะมีแค่เราเพียงสองคน
ข้อดีก็มีอย่างคือ เขาจะทำอะไร เขายังอยู่ในสายตาของเราได้ตลอด (ทำให้มีกิ๊กลำบาก )
ลองหาวิธีการบริหารความรักของคุณให้สดชื่นดู นะคะ
เวลาคุยกัน ยอมรับในความคิดเห็นเธอบ้าง

ขอโทษหากคำตอบที่ให้ไปอาจไม่ตรง ไม่อยากให้ใครต้องเลิกกันนะคะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คงจะจริง
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 16:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณบอกเครียดเรื่องงานและความรักนั้น
ปัญหาความรักของคุณ มันกำลังจะพาลไปหาเรื่องงานด้วยใช่ป่าว.........
นี่กระมังเหตุที่ว่า แฟนกัน ไม่ควรทำงานที่เดียวกัน เพราะอาจมีเรื่องทำให้อึดอัดใจ และลำบากใจ
หรือเธออาจเบื่อที่เจอกันบ่อยเกินไป ความเป็นส่วนตัวมันเลยมีน้อยลง โลกใบนี้คงจะมีแค่เราเพียงสองคน
ข้อดีก็มีอย่างคือ เขาจะทำอะไร เขายังอยู่ในสายตาของเราได้ตลอด (ทำให้มีกิ๊กลำบาก )
ลองหาวิธีการบริหารความรักของคุณให้สดชื่นดู นะคะ
เวลาคุยกัน ยอมรับในความคิดเห็นเธอบ้าง

ขอโทษหากคำตอบที่ให้ไปอาจไม่ตรง ไม่อยากให้ใครต้องเลิกกันนะคะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปวดใจ(จขกท.)
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 17:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบคุณไข่เจียว ที่ว่าออกแนวๆนี้ ผมหมายถึง พนักงานคนอื่นชอบเอามาแซว และพูดกันไปต่างๆนานาถึงความสนิทสนม
พอพูดกันไปมา บ้างก็ว่าผมโง่บ้างล่ะ ดูแลแฟนไม่ดีบ้างล่ะ ว่าเพื่อนชายคนนั้นลองของผมบ้างล่ะ หาว่าผมดีแต่จับผิดลูกน้องแต่กับแฟนไม่กล้าบ้างล่ะ แรกๆที่ผมฟังมา ไม่เคยใส่ใจ จนกระทั่งวันนึง เพื่อนชายคนนั้นโทรมา
ตอนที่ผมเดินซื้อของใช้เข้าบ้านกับผม โทรมาฝากให้แฟนผมซื้อเสื้อกร้ามสำหรับใส่ข้างในให้ จะให้ผมคิดยังไง
ผมถึงบอกว่ามันไม่เหมาะสม มันมากเกินไป กับการวางตัวของเธอ
ตอบคุณVV444 ผมกับแฟนไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงสักครั้ง
เธอไม่เคยยอมรับว่าสนิทกัน แต่สิ่งที่ผมเจอ มันทำให้ระแวง และผมคิดเลิกกับเธอ แต่ไม่รู้จะทำไงเรื่องงาน
หากปล่อยเธอไปคบกันจริงๆ ผมรู้สึกเหมือนถูกหยาม บางทีผมอาจต้องลาออก
ทั้งที่ผม ทุ่มเทและตั้งใจกับงานที่นี่มาก
ผมเอง ไม่คิดว่าจะกลับมาเหมือนเดิมกับแฟนอีกแล้ว ไม่ใช่ว่าผมคิดว่าเธอมีอะไร แต่ผมไม่ชอบผู้หญิงที่มีพฤติกรรมแบบนี้
วันที่ผมตัดสินใจคบกับเธอจริงจัง เพราะผมมองว่าเธอเป็นคนมีโลกส่วนตัวเยอะแแบบผม คิดว่าเราเหมือนๆกัน
แต่วันนี้ ผมคงเข้าใจผิดอะไรในตัวเธอหลายๆอย่าง
ขอบคุณทุกๆคนครับ วันนี้ ผมทำงานเหนื่อยมาก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 19:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

"ทิฐิสูง" นะคะ หนักไหม ปล่อยวางบ้างก็ได้นะคะ

เรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานมันคนละเรื่องกันอย่าเอามาปนกันสิคะ ชีวิตจะยุ่งเหยิง ถึงคุณตัดสินใจเลิกกับแฟน ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องออกจากงาน ถ้าเขาจะไปคบคนใหม่ก็ปล่อยเขาไปสิคะ เขาทำสิ่งไหนแล้วมีความสุขก็ให้เขาทำไปนั่นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่คุณก็ต้องมีความสุขด้วย ถึงเลิกกับเขาคุณก็ต้องทำให้เขาเห็นว่าคุณมีความสุขได้แม้ไม่มีเขา และมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าได้เช่นกัน ไม่ใช่คนขี้แพ้ที่เดินหนีปัญหา คนอื่นจะพูดยังไงก็ปล่อยไปอย่าไปแคร์ เดี๋ยวประสาทจะกินตาย

สู้สู้ค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รอคนถัดไป
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 19:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กำ........ ของผู้หญิง
หรือผู้ชายดีล่ะ..........เหอๆๆๆ.......ท่าทางจะซีเคียดกะชีวิตมากเจรงๆๆ
จะเลิกเลยหรือ...เข้าใจๆๆ คุณจริงจังกะชีวิต กะงาน เพียงคำพูดของคนคุณทนไม่ได้
เลิกเลยก็ดี หนับหนุนที่สุด บางทีคนเรานิสัยอาจไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ
....






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 20:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เข้าใจแล้วค่ะ เหนื่อยก็พักก่อนนะคะ ให้ผ่อนคลาย ให้ใจเย็นลง q*021

เครียดแล้วก็รวมทุกปัญหาเข้าด้วยกันอีกแล้ว ทำให้มองปัญหาที่มีอยู่แล้วใหญ่โตเกินจริง ไม่เอาสิคะ แยกออกก่อน q*021

ถือไว้ก็หนัก ลองทำใจปล่อยวางดูบ้างก็ได้ q*021 ไม่มีใครในโลกนี้ไม่มีความทุกข์นะ แค่ความทุกข์มันจะมาในรูปแบบไหนตอนไหนเท่านั้นเอง

..ลองสังเกตสิคะ ตั้งแต่เราโตรู้ความก็มีเจ้าความสุขกับความทุกข์ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนี้ แค่สลับสับเปลี่ยนเรื่องราวเท่านั้นเอง ..ถึงความทุกข์มันจะมาหาเราตอนเราเผลอ เมื่อเรารู้ว่าทุกข์แล้ว ขออย่าไปเพิ่มความรู้สึกทุกข์ๆใส่เพิ่มไปอีกเลย ..ทุกเรื่องราว เมื่อถึงเวลาก็จะมีทางออกของมันเสมอ q*021q*021

ไม่เห็นด้วย เรื่องลาออกจากงาน ถ้าที่งานนี้เงินเดือน สวัสดิการดี อยู่แล้วก้าวหน้า และมีการโปรโมทคุณดีอยู่แล้ว ถ้าจะออกจากงานขอให้เป็นในเหตุผลที่ว่า เปลี่ยนงานเพราะต้องการความก้าวหน้าในการงาน หรือก้าวหน้าในชีวิตในสิ่งที่คุณอยากทำดีกว่าค่ะ ลองคิดดูนะคะ q*021





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 20:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แปะไว้ที่หนึ่ง เอามาฝากค่ะ q*021


พุทธศาสนสุภาษิต

"คนมีปัญญา แม้มีปัญหา และถูกผูกมัดอยู่ พอพูดในเรื่องใดก็หลุดได้ในเรื่องนั้น"

บทความเรื่อง "ปัญหามีไว้ให้แก้ พักได้ หลบได้ แต่อย่าหนี"


ตอนเด็ก ๆ หากมีใครเอาเชือกที่พันกันยุ่งมาให้แก้ เราก็มักหัวเสียกับเชือกที่พันกันยุ่งเหยิง ยิ่งแก้ยิ่งอารมณ์เสีย บางคนอาจร้องห่มร้องไห้ โทษดินฟ้าอากาศ แล้วคิดว่าทำไมฉันต้องทนกับเจ้าเชือกไร้สาระพวกนี้ด้วย เลยใช้มีดตัด ๆ ตัดจนเชือกขาดเป็นชิ้น ๆ (สะใจจริง) พอหายโมโห และมานั่งมองกองเชือกขาด ๆ ที่ไร้ประโยชน์ (โถช่างน่าสงสารจริง ๆ ทั้งตัวเองและเชือก)

ผมก็ เช่นกันพอเชือกพันกันก็มักที่จะใช้มีดตัดมันอย่างไม่คิดอะไร จนวันหนึ่ง... ผมเห็นแม่นั่งแก้เชือก ที่พันกันกองโต มันยุ่งชนิดที่ว่า ชาตินี้คงไม่สามารถกลับมาเป็นเส้นตรงได้เหมือนเดิม ผมเห็นแม่นั่งแก้ทุกวัน วันละนิดละหน่อย พอเบื่อก็ไปทำอย่างอื่น ทิ้งกองเชือกกองไว้ แล้วก็กลับมานั่งแก้อีก จนผมรำคาญ และคิดว่า ทำไมแต่ต้องทนกับกองเชือกไร้สาระพวกนี้ เลยบอกแม่ว่าเอามีดตัดมันออกเถอะ...


นั่นแหละผมถึงได้เข้าใจเมื่อแม่ตอบว่า... “เวลาที่เชือกพันกัน เขาห้ามใช้มีดตัด ต้องแก้ออกให้ได้ เพราะเชือกเป็นเส้นเดียวต่อให้พันกันยุ่งแค่ไหนก็แก้ได้ ถ้าแค่เชือกพันกันแค่นี้ลูกแก้ไม่ได้ แล้วต่อไปจะแก้ปัญหาอะไรในชีวิตได้ ลูกก็จะแก้ปัญหาสุ่ม ๆ เหมือนที่ใช้มีดตัดเชือกนั่นแหละ …ถ้าลูกไม่อดทนแก้เชือกด้วยมือตัวเอง ค่อย ๆ แกะวันละนิดละหน่อย แค่นี้ทำไม่ได้แล้วจะไปทำอะไรได้ ไม่มีอะไรยากไปกว่าความอดทนของคนหรอก...”


หลังจากนั่นอีก 3 วัน ผมเห็นขดเชือกเส้นสวยเป็นระเบียบแขวนอยู่ ผมมองอย่างทึ่ง แม่ยิ้มอย่างภูมิใจ เรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่า


การ ที่ผมใช้มีดตัดเชือกพันกันอย่างไม่คิดอะไร เสมือนหนึ่งเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นจริง ๆ แทนที่จะแก้ปัญหาผมกลับใช้วิธีการหนีปัญหาเพราะง่าย หากแต่ถ้าเราตั้งใจแก้มัน มีหรือจะไม่มีทางออก แพ้บ้าง ชนะบ้างเป็นเรื่องปกติ จะได้ “ล้มเป็นลุกเป็น” การเกิดมาในโลกนี้ เราต่างต้องพบกับปัญหา และปัญหาสร้างความทุกข์ เราต้องพยายามผ่านปัญหาไปให้ได้... ผมไม่เคยซ้ำเติม คนที่ฆ่าตัวตายว่าเขาโง่ เพียงแต่เขาก้าวผ่านปัญหาบนโลกไปไม่ได้ เขาเลยเลือกที่จะหนีไปจากโลกนี้แทน ด้วยความขาดสติ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ เหมือนหนึ่งการที่เราใช้มีดตัดเชือกที่พันกัน


เมื่อวันเวลาผ่านไป ตอนนี้ผมได้รู้ว่า ชีวิตคนเราผิดพลาดได้ ความพ่ายแพ้เป็นเรื่องปกติไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไรเลย... ไม่ว่าจะเหนื่อยจะท้อแค่ไหน อย่าหนีปัญหาไปเฉย ๆ นะครับ แค่บอกปัญหาว่าพักสักเดี๋ยว แล้วค่อยมาเจอกันใหม่. วันนี้แก้ไม่ได้ทั้งหมด แต่พยายามแก้ที่ละเปาะผ่อนหนักเป็นเบาลง และสักวันเราก็จะเป็นผู้ชนะปัญหานั้นทั้งหมดและประสบความสำเร็จในชีวิตได้






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 20:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากคิดว่าจะเลิกกันไปแล้วปล่อยให้เค้าคบกันแล้วเหมือนถูกหยาม.. แต่ความจริงก็คือ..คุณโดนหยามมานานแล้ว .. ตัดให้ขาด เจ็บอีกหน หนสุดท้ายดีกว่าฮะ ..คนในที่ทำงาน เค้าก็เห็นเหตุการณ์อยู่ เค้าไม่คิดว่าคุณทำเกินไปหรอก และคิดว่าไม่มีใครจะเอาเรื่องนี้มาพูดอีกเมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไป ไม่ต้องลาออกจากงาน คนทำผิดต่างหากที่เป็นฝ่ายควรอาย ถ้าคุณลาออก ..จะบอกว่า.. เรื่องนี้ จะกลายเป็นแผลใจที่ฝังลึก ทำไงก็ไม่หายไปตลอดทีเดียว ดังนั้น จงยืนหยัดอยู่ที่เดิม เพราะคุณไม่ใช่ผู้ผิด ให้คนผิดเค้าไปอยู่ด้วยกัน ไม่เสียศักดิ์ศรีอย่างที่หวั่นหรอกฮะ คุณดีที่สุดแล้ว ไม่ชกหน้าเจ้านั่นก็พ่อพระที่สุดแล้ว คุณไม่มีอะไรต้องอาย เป็นเค้าสองคนมากกว่า ที่ไม่มีหน้าจะอยู่ที่เดิมต่อไป

บอกให้ใครเค้าเลิกกันอ่ะ เป็นบาป ..แต่ถ้าเป็นไข่ เลิกตั้งแต่โทร.มาสั่งซื้อเสื้อกล้ามแล้วฮะ .. q*010


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
0606
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 00:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

....ตอบมั่้ง สั้นๆอ่ะ คุณเครียดเกินไปแล้ว หากคิดว่าทำดีสุดๆแล้ว มันไม่ใช่อย่างที่คิดก็คิดว่าทำดีที่สุดแล้ว เพราะชีวิตมันไม่เสมอไปที่หากเราทำเรื่องต่างๆดีที่สุดแล้ว จะต้องเป็นแบบที่เราคิดเสมอไปครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปวดใจ(จขกท.)
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 09:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมื่อวานเย็น ผมตัดสินใจคุยกับเธอให้รู้เรื่อง ผมบอกเธอไปว่าให้อภัยเธอไม่ได้เรื่องที่สนิทสนมกับชายอื่นจนเกินไป
และผมต้องการให้เธอออกไปจากชีวิตผม บ้านผม รถที่เธอบอกให้ผมออกเงินซื้อให้ก่อนแล้วจะผ่อนคืนให้ จนวันนี้ 6 เดือนแล้วยังไม่ได้คืนสักบาท เธอไม่ยอมเลิก บอกว่าไม่เคยคิดอะไรกับชายคนนั้น ที่พูดคุยด้วยเห็นว่าเป็นคนซื่อ จน
สงสารเห็นรายได้น้อย เพิ่งมาจากต่างจังหวัด และก็ไม่หล่อ เตี้ยและดำ ไม่คิดว่าผมจะหึงคนแบบนี้
เธอบอกว่าขอโทษ ที่ทำให้ไม่สบายใจ และต่อไปจะไม่คุยอีกเลย ถ้าผมไม่สบายใจ ก็ให้ย้ายเธอมาอยู่สำนักงานใหญ่ก็ได้
หรือจะให้ลาออกก็ได้ แล้ววันนี้เธอก็ไม่ยอมไปทำงาน ผมล่ะเซ็ง แต่ผมก็มาทำงานครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 09:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไข่คิดอยู่แล้วล่ะฮะ ว่าเธอไม่ไปไหนง่ายๆหรอก แหล่งขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ใครจะละไปง่ายๆ.. ในมุมมองของไข่ แค่มีคนมานินทาว่าคุณโดนลองของ ฯลฯ เธอก็รับรู้ ใช่ว่าไม่ได้ยิน แต่เธอก็ยังดำเนินการสนิทสนมต่อไปอย่างไม่ห่วงใยในเกียรติของคุณเลยแค่นี้ก็บอกแล้ว ว่าเธอไม่ได้รักคุณเลย จนพอจะโดนไล่ออกจากอู่ข้าวอู่น้ำ จึงค่อยมาสำนึก..

ไข่มีเพื่อนที่ขอเล่าสู่กันฟังฮะ เพื่อนไข่ ตระกูลดี มีเงิน มีฐานะ ส่วนฝ่ายหญิง แค่มีรูปเป็นทรัพย์ สูบบุหรี่ แถมมีชอบเลี้ยงหมา แต่คนให้ข้าว เก็บอึ พาไปวิ่ง คือเพื่อนไข่ (เหมือนกันเป๊ะเลย) ทั้งที่เพื่อนไม่ชอบหมา แต่ก็ ..ทุกอย่าง เหมือนคุณเลย..

ปัจจุบัน กำลังฟ้องหย่าอยู่ฮะ เธอมีชู้ มีหลักฐานมากมาย ที่จริงเพื่อนไข่รู้มานานแล้ว แต่ความที่รัก ก็ให้อภัยมาตลอด .. จนที่สุดจะทน เธอไม่เคยใส่ใจลูกด้วย (อันนี้คงเป็นจุดขาด) พอจะขอแยกทาง จึงมาพูดว่า หนูรักพี่นะ ฯลฯ (แล้วที่...นั่นล่ะ q*019 ถึงขั้นพาชู้มานอนบนเตียงเรือนหอ เพื่อนไข่แทบจะเผาเตียงทิ้งทีเดียว)

วันนัดไกล่เกลี่ย ..คำแรกที่เธอถามหา คือบ้านฮะ ..ไม่มีคำว่าขอลูกอยู่กับหนูเลย (เพื่อนไข่ Hurt อีก..)


ขอบอก ว่าชู้ของเธอ ไม่มีอะไรเทียบเคียงเพื่อนของไข่เลยฮะ ไม่ว่าจะหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล คนเรา ลางเนื้อชอบลางยาฮะ


แล้วแต่คุณจะเลือกทางเดินฮะ ไข่แค่เล่าสู่กันฟัง..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ฟ้าค่ะูู^^
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 10:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องราวทุกคนก็ต่างกันไป บางเรื่องอาจจะคล้ายๆแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน ..ตอนนี้อยากให้ทำใจให้นิ่งสงบ ให้อยู่เหนือปัญหา ..และมองกลับเข้ามาอย่างผู้ดู ไม่ใช่ผู้เล่น q*021 มุ่งหน้าเรื่องงานก่อนนะคะ(แต่ห้ามเครียดนะ q*033) หาเวลาพักผ่อนกายใจด้วยค่ะ q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คงจะจริง
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 10:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อันที่จริงพี่ที่เราสนิทอยู่ที่ทำงานนั้น ก็แค่การคุยสนุกสนานเล่นๆ ไปวันๆ คลายเครียด เรื่องคนเเซวก็ต่างรู้ดีว่าไปในทิศทางที่ไม่จริงจัง แฟนก็ไม่ได้มารับรู้มาเห็นด้วย ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการกระทำหยามเกียรติใคร พอเลิกงานต่างคนต่างกลับ ทำงานอยู่นั่นมาล่วง 2 ปีไม่มีใครมีเบอร์ใคร เลิกงานก็เลิกไปไม่มีกรณีโทรมาฝากซื้อของหรือเสื้อกล้าม หรือธุระอื่นใด เราอ่านดูก็คิดเหมือนกันว่ามันมากไป
จะเลิกกันหรือไม่ อยู่ที่คุณว่า กล้าที่จะตัดไฟแต่ต้นลมหรือเปล่า (ปกติคุณก็เป็นคนที่เด็ดขาดอยู่แล้วนี่) ส่วนที่ผู้หญิงไม่ยอมเลิกด้วย เเน่ล่ะเป็นใคร ก็ไม่เลิกเด็ดขาด
เพราะนั่นคือแหล่งความสุขสบาย ความมั่นคง ของชีวิต คุณให้เธอได้ทุกอย่าง ให้เธอสบายจนหลงละเลิง เหลิงเลยก็ว่าได้ คุณทำดีที่สุดแล้วผู้หญิงต่างหากที่ไม่รักดี ไม่ต้องกล้วโลกใบนี้ยังมีผู้หญิงที่ต้องการผู้ชายแบบคุณอยู่เยอะแยะ ขอให้โชคดี q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 15:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พึ่งเข้ามาอ่านกระทู้ของคุณ พร้อมๆ ความคิดเห็นต่าง ๆ ต่างคนต่างความคิด แต่ทั้งหมดทั้งมวลคงต้องย้อนกลับมาดูความรู้สึกตัวเอง อะไรก็แล้วที่คุณคิดจะทำหรือพูด ถ้ามันทำให้คุณหลุดพ้นจากความทุกข์ในใจได้คุณก็น่าจะทำ อย่าแคร์ความรู้สึกคนอื่น เวลาคุณเจ็บหรือคุณทุกข์ไม่มีใครมาแบ่งปันความเจ็บและความทุกข์ตรงนั้นไป ดิฉันก็เคยมีปัญหาและความทุกข์แต่อาจจะแตกต่างกันนิดหน่อย สุดท้ายดิฉันเลือกที่จะตัดปัญหาตรงนั้นไปมากกว่าการแก้ไข เพราะดิฉันใช้ความพยายามในการแก้ไขถึง 5 ปีเต็มแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ สุดท้ายดิฉันตัดมันทิ้งไปดิฉันถือว่ามันเนื้อร้ายที่เกาะเราอยู่ ตราบใดเนื้อร้ายติดที่ตัวเรา มันจะกัดกร่อนทั้งร่างกายและจิตใจ ส่วนเรื่องของงานดิฉันว่ากว่าคุณจะมาถึงจุดนี้คงไม่ได้ใช้เวลาแค่ 1-2 ปี อย่าให้คนอื่นที่แค่เดินผ่านเข้ามาในช่วงหนึ่งของชีวิตเราทำลายมันเลยนะค่ะ ดิแนอยากให้คุณทำทุกอย่างเพื่อตัวคุณเอง ไม่มีใครรักเราเท่ากับตัวของเรา ขอให้คุณหลุดพ้นความทุกข์แย่ ๆ ในเร็ววัน/โฮป

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ฟิวส์
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 15:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราดีใจด้วยนะที่คุณคุยกับเค้ารู้เรื่อง(หรือเปล่าไม่รู้)ขอให้มีความสุขค่ะ
แต่ไอเรื่องที่จะลาออกไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณต้องลาออกนี้ คุณบอกว่าคุณรัก ทุ่มเทงานนี้มากว่า 10 ปี ทำไมคุณต้องออกละ ออกเพราะอาย ขายหน้าที่แฟนคุณไปคุย/สนิทสนมกับคนที่ด้วยกว่าคุณหรือ คุณแคร์สังคมขนาดนั้นหรือ แล้วคุณไม่คิดหรือว่าเค้าจะพูดถึงแฟนและผู้ชายคนนั้นยังไงถ้าจะอายจนอยู่ต่อไม่ได้คงต้องเป็น 2 คนนั้นมากกว่าจริงไหม คุณยอมทิ้งงานที่คุณรัก/อยู่ด้วยกว่า 10 ปี เพื่อผู้หญิงที่คุณอยู่ด้วยเพียง 2 ปีหรือ จำไว้นะค่ะอย่าลาออกจากงานที่คุณรักเพียงเพราะผู้หญิงไม่รักดีคนหนึ่ง เลิกความคิดนี้ซะเถอะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 15:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตอบคุณไข่เจียว ที่ว่าออกแนวๆนี้ ผมหมายถึง พนักงานคนอื่นชอบเอามาแซว และพูดกันไปต่างๆนานาถึงความสนิทสนม
พอพูดกันไปมา บ้างก็ว่าผม โง่ บ้างล่ะ ดูแลแฟนไม่ดี บ้างล่ะ ว่าเพื่อนชายคนนั้น ลองของ ผมบ้างล่ะ หาว่าผม ดีแต่จับผิดลูกน้อง แต่กับแฟนไม่กล้าบ้างล่ะ แรกๆที่ผมฟังมา ไม่เคยใส่ใจ จนกระทั่งวันนึง เพื่อนชายคนนั้นโทรมา
ตอนที่ผมเดินซื้อของใช้เข้าบ้านกับผม โทรมาฝากให้แฟนผมซื้อเสื้อกร้ามสำหรับใส่ข้างในให้ จะให้ผมคิดยังไง
ผมถึงบอกว่ามันไม่เหมาะสม มันมากเกินไป กับการวางตัวของเธอ
ตอบคุณVV444 ผมกับแฟนไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงสักครั้ง
เธอไม่เคยยอมรับว่าสนิทกัน แต่สิ่งที่ผมเจอ มันทำให้ระแวง และผมคิดเลิกกับเธอ แต่ไม่รู้จะทำไงเรื่องงาน
หากปล่อยเธอไปคบกันจริงๆ ผมรู้สึกเหมือนถูกหยาม บางทีผมอาจต้องลาออก
ทั้งที่ผม ทุ่มเทและตั้งใจกับงานที่นี่มาก
ผมเอง ไม่คิดว่าจะกลับมาเหมือนเดิมกับแฟนอีกแล้ว ไม่ใช่ว่าผมคิดว่าเธอมีอะไร แต่ผมไม่ชอบผู้หญิงที่มีพฤติกรรมแบบนี้
วันที่ผมตัดสินใจคบกับเธอจริงจัง เพราะผมมองว่าเธอเป็นคนมีโลกส่วนตัวเยอะแแบบผม คิดว่าเราเหมือนๆกัน
แต่วันนี้ ผมคงเข้าใจผิดอะไรในตัวเธอหลายๆอย่าง
ขอบคุณทุกๆคนครับ วันนี้ ผมทำงานเหนื่อยมาก

พูดคุย ระบายมาเรื่อยๆก่อนก็ได้เจ้าค่ะ อย่างน้อยจะได้คลายความตึงเครียดลงบ้าง
ความรัก เป็นเรื่องละเอียดอ่อน นะคะ หน้าที่การงานก็สำคัญ q*021 อย่าใช้ อารมณ์
ตัดสินใจเร่งด่วน มีเวลาเหลือเสมอ หากเราให้โอกาสตัวเองตั้งหลัก


เรื่องงานก่อนนะคะ อย่าลาออกเพราะ กลัวเสียหน้า หากแฟนมีกิ๊กจริง
เลิกกับแฟนก็ทำงานได้ค่ะ ลมปากแวดล้อม พูดให้ระคาย หยามเหยียบ อาจเพราะรู้
ว่าเราจริงจังกับเรื่องพวกนี้ พูดให้เครียด ให้อยู่ไม่ได้ เลื่อยขาเก้าอี้เราก็ได้
ใครจะรู้ q*077 เหมือนเห็นใจ หวังดี แต่ประสงค์ร้ายหรือเปล่า แยกให้ออก q*102


ส่วนเรื่องแฟน หาความจริงก่อนดีกว่าค่ะ มีแต่เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง
ลักษณะนิสัยคนเราแตกต่างกันไป ในเรื่องคบเพื่อนต่างเพศ เธออาจจะไม่คิดเกินเลย
แต่เพื่อนชายเธออาจคิดก็ได้ ใช้เหตุผลให้มาก เปิดอกคุยให้เยอะ ชัดก่อนแล้วค่อย
ตัดสินใจ q*027 หากเธอไม่ดีจริงค่อยทิ้งกัน


ที่ยังไม่อยากให้ผลีผลาม เพราะความจริงยังไม่ปรากฏ รู้เพียงแค่
อยู่ด้วยกันสองปี นิสัยบางอย่างของเธอ ที่คิดว่าคล้ายกัน บัดนี้มันไม่ใช่
แต่เธอนอนกับคุณ มาสองปีแล้วนะคะ ก่อนหน้านี้คาดว่าคงรักกันมาก่อน q*025

เธอไม่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้องก็ห่างๆกันไป เพราะโตๆ มีครอบครัวกันไปหมดแล้ว
ขัดใจก็ไล่ส่ง อุ้ย ไม่ได้ดุนะคะ เดี๋ยวจะเครียด คือมองแบบคนกลางเจ้าค่ะ
ทุกคนมีเวลา ในการคิดแก้ปัญหาค่ะ หนักนิดเบาหน่อย ยืดหยุ่น ผ่อนปรน
เมตตา อภัย อยากหยิบอันไหนมาใช้ก็ได้ แต่คลายเครียดลงก่อน q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 15:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*070อ้อ ขอเพิ่มเติมเรื่องซื้อเสื้อกล้ามหน่อยนึงนะคะ
เพราะนานมาแล้ว q*012 มีเพื่อนเป็นกลุ่มนักดนตรี จะออกทัวร์คอนเสิร์ต
ป้าไปร้านขายยากับมือกีตาร์ เพราะนักร้องนำฝากซื้อยาคุมฉุกเฉิน

อาเฮียจัดยา หยิบยา มองหน้าอยู่นั่นแหละ ด้วยความห่วงใย q*027
(หมวยเอ๊ยยย ทำไมลื้อเป็นแบบนี้น๊า))) ทำนองนี้แหละ แต่ป้ายิ้มให้เฮีย
บอกเฮียในใจ ว่าอั๊วไม่ได้กิง มาเป็นเพื่อนเฉยๆ q*077


หลานสถานการณ์ หลายประสบการณ์ เลือกปรับใช้เอานะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 18:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เมื่อวานเย็น ผมตัดสินใจคุยกับเธอให้รู้เรื่อง ผมบอกเธอไปว่าให้อภัยเธอไม่ได้เรื่องที่สนิทสนมกับชายอื่นจนเกินไป
และผมต้องการให้เธอออกไปจากชีวิตผม บ้านผม รถที่เธอบอกให้ผมออกเงินซื้อให้ก่อนแล้วจะผ่อนคืนให้ จนวันนี้ 6 เดือนแล้วยังไม่ได้คืนสักบาท เธอไม่ยอมเลิก บอกว่า ไม่เคยคิดอะไร กับชายคนนั้น ที่พูดคุยด้วยเห็นว่าเป็นคนซื่อ จน
สงสาร เห็นรายได้น้อย เพิ่งมาจากต่างจังหวัด และก็ไม่หล่อ เตี้ยและดำ ไม่คิดว่าผมจะหึง คนแบบนี้
เธอบอกว่าขอโทษ ที่ทำให้ไม่สบายใจ และต่อไปจะไม่คุยอีกเลย ถ้าผมไม่สบายใจ ก็ให้ย้ายเธอมาอยู่สำนักงานใหญ่ก็ได้
หรือจะให้ลาออกก็ได้ แล้ววันนี้เธอก็ไม่ยอมไปทำงาน ผมล่ะเซ็ง แต่ผมก็มาทำงานครับ

ไม่เคยคิดอะไร แต่ให้เบอร์ส่วนตัวกันเนี่ยนะ q*031
ไม่เคยคิดอะไร ทำไมทางนั้นถึงกล้าโทรมาให้ซื้อเสื้อใส่ข้างในให้ (แล้วแฟนคุณรู้ขนาดได้ไง) q*031
ไม่คิดว่าคุณจะหึง ทั้งๆ ที่คุณเคยบอก เคยคุยกันเรื่องผุ้ชายคนนี้ไปแล้วแฟนคุณยังคิดไม่ได้อีกเหรอว่าคุณรู้สึกยังไง q*031
คบกับคุณเทห์จะตาย แถมสบายตลอดชาติ ใครจะเลิกให้โง่ q*073
แล้วคุณยังเชื่อเธอหรือเปล่าล่ะ ถ้ายังรักและเชื่อใจเธออยู่ก็ให้โอกาส ลองดูพฤติกรรมเธออีกครั้งสิ ไม่แน่เธออาจจะพูดจริงๆ ก็ได้ หรือไม่ก็เอาหลักฐานขอเลิกแบบจะๆ ปฏิเสธไม่ออกกันไปเลยแล้วกัน

สู้สู้ค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 21:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ฟังเรื่องผมแบบสั้นๆ นะครับคุณจะมีกำลังใจขึ้น
ผมเมียบอกเลิกมา 7 เดือนแล้วอยู่บ้านผมมีลูก 1 คนอายุ 5 ขวบ อยู่กันมา 7 ปี
ผมเป็นพนักงานบริษัทระดับกลาง
เมียก็เช่นกัน เหตุผลเธอบอกว่าไม่รักผมและพยายามแล้ว
ตอนนี้เธอมีใหม่เป็นต่างชาติที่คุยกันทาง Net ที่เธอบอกผมว่า
มีหลังจากที่บอกเลิกเราแล้ว เค้ากำลังจะเดินทางมาไทยเดือนหน้า
เมียบอกจะไปหาเค้าในช่วงที่เค้ามา 1 เดือน ผมขอให้เธอแยกไปอยู่ข้างนอก
และตอนนี้เธอหาที่พักอยู่และน่าจะไปก่อนที่ ต่างชาติคนนั้นจะมา
เธอมีปัญหาเรื่องบัตรประชาชนเพราะเป็นต่างด้าวที่สู้ชีวิตและเดินมาได้ไกลมาก(และมีปัญหาซับซ้อนเรื่องสัญชาติซึ่งขณะนี้ทีมกฏหมายสิทธิมนุษยชนที่นำทีมโดยอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งกำลังตั้งทีมช่วยเหลือเราไม่ได้จดทะเบียนกันเพราะมีปัญหานี้ลูกใช้นามสกุลผมตั้งแต่เกิด)
ผมต้องเช่าห้องให้เพื่อให้เธอไปซะ ที่ทนมา 7 เดือนก็เพราะอยากให้ลูกชายเห็นหน้าแม่ทุกวัน
ก็เท่านั้นครับ ภาระที่จะเพิ่มขึ้นเพราะต้องรับผิดชอบลูกต่อไป ถึงเราจะตกลงกันว่าเธอมาหาลูกได้เสมอ
และเธอบอกว่าจะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องเรียนลูก สำหรับผมที่เลือกทำอย่างนี้ไม่ได้หวังเลยว่า
ระยะยาวจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป เพียงแค่ต้องแก้ไปทีละปมครับ เรื่องของผมเป็นมหากาพย์ที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข
สิ่งที่เป็นคำถามในใจที่ทุกวันนี้ ผมไม่ต้องการคำตอบแล้ว คือ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ แต่มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วครับ
เพราะผมต้องอยู่และยอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว ที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ก็แค่อยากบอกคุณ ว่า "ปัญหาของคุณทุกอย่างมันอยู่ที่
ตัวคุณและหัวใจของคุณเองไม่ต้องหาคำตอบหรอกครับหาทางออกจะดีที่สุด คุณไม่มีตัวประกันและไม่มีเดิมพันอะไรแค่ตัวคุณ เท่านั้น " เป็นกำลังใจให้ครับ
ปัญหา= แก้ไขได้เสมอ
อะไรที่แก้ไม่ได้= ปล่อยวางและให้มันเป็นไปครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กิ๊วก๊าว
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 21:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอมั่งนะ
คือ เหตุการณ์แบบนี้ เคยเจอค่ะ แบบว่า มันเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วน ๆ เหตุผลไม่มี บางที ลูกน้องคนนั้น มีอะไรบางอย่างที่คุณไม่มีก็ได้ เช่น มุกตลก เขาเลยชอบคุยกัน แลกเบอร์กัน ทีนี้ ของแบบนี้ อย่าไว้ใจ พอมันเป็นเรื่องของอารมณ์ อะไรก็ฉุดไม่อยู่ ประมาณแค่สนุก ชั่วครั้งชั่วคราว ให้เขาไปแต่งงานอยู่ด้วยกัน เขาก็ไม่เอาหรอก
น้องกิ๊ว เห็นใจคุณนะคะ อยากให้คุณทำใจ เพราะถ้าวันหนึ่งมันเกิดเหตุการณ์ไม่ดีจริง ๆ ขึ้นมา ขอให้คุณอโหสิ ทั้งหมดเป็นวิบากกรรม และขอให้เขาไปดี คุณก็ต้องเดินหน้าต่อไป ชีวิตเราอยู่กับอนาคต ไม่ใช่อดีตค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ ใจเย็น ๆ และค่อย ๆ ปรับหาวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับคนที่คุณรัก
น้องกิ๊วเองจ้า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปวดใจ(จขกท.)
เรทกระทู้
« ตอบ #45 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 08:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติม เมื่อวานผมกลับบ้านไป ไม่ทันไร แฟนผมนี่แสบจริงๆ โทรไปฟ้องแม่ผม
ขอเล่าเรื่องเก่าก่อนที่เราจะมาได้เสียกันนะครับ เธอเป็นคนหมู่บ้านเดียวกับผม เป็นสาวโสดมานานมากๆ
เราเห็นและรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ผมไม่เคยคิดอะไรกับเธอเลย แต่เธอค่อนข้างสนิทกับแม่ผม ชอบทำอาหารมาให้แม่ผม
มาดูแลจัดการหลายๆในบ้านผม(ขณะนั้น ผมทำงานที่ กทม. กลับบ้านประมาณปีล่ะ 2-3 ครั้ง) เป็นอย่างนี้มาเกือบ 10 ปี
และเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว แม่ผมป่วยหนัก ต้องผ่าตัดหัวใจ ก็มีเธอนี่แหละ คอยดูแลแม่ผมอยู่เป็นเดือนๆ ส่วนผมก็ไปๆมาๆ ตอนนี้แหละที่แม่ผมเกิดอยากได้เธอเป็นลูกสะใภ้ขึ้นมา บอกความดีของเธอต่างๆนานา ว่าเป็นคนดีไม่เคยคบผู้ชาย
เป็นแม่บ้านแม่เรือน ประหยัด สะอาด เรียบร้อย ผมเองไม่ได้รังเกียจเธอ ส่วนเธอแอบชอบผมมานานแล้ว(แม่ผมบอกอย่างนั้น) ผมก็เลยลองคบเธอดู หลังจากนั้นไม่นานก็พาเข้ามาอยู่ กทม. และฝากงานให้
เรื่องเมื่อวานนี้ แม่ผมก็โทรมา ต่อว่าผม ที่คิดจะเลิกกับแฟน พูดกับผมสารพัด และสุดท้ายก็ขอให้นึกถึงที่เค้าดูแลแม่ผมมาตลอด และแม่ผมยังบอกอีก ถ้าผมไม่ต้องการเธอจริง เธอจะกลับบ้านไปอยู่กับแม่ผม และยังว่าผมคิดมาก เรื่องงานก็เหมือนกัน ถ้าปัญหาเยอะ ก็ให้กลับมาบ้าน ที่จริงผมก็มีกิจการเล็กๆอยู่2 -3 ที่ ให้น้องๆช่วยดูแลอยู่
ผมไม่เข้าใจเลย เธอจะฟ้องแม่ผมทำไม วันนี้เธอก็ไม่ยอมไปทำงาน และก็มาถามผม ว่าจะให้เธอกลับบ้านมั้ย
ผมก็ไม่รู้จะตอบอะไร ก็เลยออกมาทำงานแต่เช้ากว่าปกติครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #46 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 09:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไปฟ้องแม่ทำไม.. ก็หาฝ่ายสนับสนุนไงฮะ เธอรู้ว่าคุณรักแม่ ต้องเกรงใจแม่..

ถ้าคุณไม่ต้องการเธอแล้ว ปล่อยเธอไปเถอะฮะ ..ความรักกับบุญคุณเป็นคนละเรื่องกัน ..มีวิธีตอบแทนบุญคุณวิธีอื่นๆเยอะแยะไป ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตตัวเราทั้งชีวิตไปตอบแทนบุญคุณหรอกฮะ คุณแม่คุณไม่รู้รายละเอียดอะไร คุณไม่ได้คิดมากเลยฮะ ขนาดไข่คนนอก อ่านเรื่องของคุณยังรับไม่ได้ กว่าคุณจะยอมเล่าเรื่องขนาดนี้ ก็ต้องตะล่อมอยู่นาน คุณอดทนที่สุดแล้ว ไข่คิดว่าคงมีอีกมากนะ..ที่คุณไม่ยอมเล่า..

ถ้าคุณลาออกจากงาน(ทั้งที่งานไม่ใช่ตัวปัญหา) รายได้ที่จะเข้าตระกูลของคุณ ก็จะหายไป 1 ทาง แถมเพิ่มตัวหารกับกิจการเดิมที่น้องๆดูแลอยู่ น้องๆคุณจะรู้สึกไงบ้างมั้ย ที่จะต้องมีผู้ร่วมตัดสินใจเพิ่ม พวกเค้าจะอึดอัดมั้ย

ลาออกจากงานไปขลุกอยู่รวมกันกับตัวปัญหาตัวจริง มองหน้ากันอยู่ทุกวันด้วยความจำใจเพราะเกรงใจแม่ ..วันหนึ่ง เธอก็พบเตี้ย ค่อม ดำ คนใหม่ ให้คุณปวดใจอีกอยู่ดี หรือไม่ ก็เตี้ยค่อมดำคนเก่า ตามไปสานความเป็นเพื่อนต่อไปก็ได้ .. การลาออกไปไกลๆจากเตี้ย ค่อม ดำ จึงไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ถูกจุด..


ไข่ออกจะโหดไปหน่อย ไข่มักเคลียร์ปัญหาจนเกลี้ยงสนิทเสมอ อย่างไร คุณก็ไตร่ตรองให้ตรงใจที่คุณต้องการให้มากที่สุดก็แล้วกันนะฮะ ..


หนึ่งกำลังใจ จากไข่เจียวฮะ q*077

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว(อีกแระ)
เรทกระทู้
« ตอบ #47 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 10:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไข่ขอเพิ่มอีกนิดนะฮะ ด้วยความ q*076 เธอแสดงให้แม่คุณเห็นว่าเธอเป็นแม่บ้านแม่เรือน แล้วทำไมคนเลี้ยงแมวจึงกลายเป็นคุณไปได้ล่ะฮะ .. คนดูแลสวน รดน้ำ พรวนดิน (ซึ่งไม่ใช่งานหนัก จับจอบอะไร) ทำไมจึงกลายเป็นคุณ แม่บ้านแม่เรือนที่แม่คุณบอก อยู่ไหนฮะ ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #48 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 10:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปัญหามากมายในชีวิตคู่ ต่อให้มีหน่วยสนับสนุนที่แข็งแกร่งอย่างพ่อ แม่ สามี หรือพ่อ แม่ ภรรยา แต่อย่าลืม ว่ามันคือชีวิตคู่ สุข ทุกข์ คุณและคู่ของคุณเท่านั้นที่รู้ และการตัดสินใจที่จะทำ หรือไม่ทำอะไรสักอย่าง คุณต้องหนักแน่น และตัดสินใจเองค่ะ เพราะสุดท้ายคนที่จะเลือกอยู่หรือไม่อยู่ คือตัวคุณ
ดิฉันเองเคยมีประสบการณ์การอยู่กับสามี (ที่ไม่ได้แต่งงานกัน) รวมเวลาที่คบกัน อยู่ด้วยกัน 12 ปี ดิฉันอยู่ท่ามกลางความรัก ความเอ็นดูของพ่อ แม่ ญาติในครอบครัวเค้า แต่มันก็ไม่ได้เป็นเกราะป้องกันอะไรเลย สำหรับชีวิตคู่ของเรา หลายปี กับการที่รับรู้ จับได้ว่าเค้ามีผู้หญิงคนอื่น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันเจ็บจนในที่สุดเราต้องหาทางออกจากความทุกข์ตรงนั้น ทำให้ตัวเองเข้มแข็ง แล้วก้าวออกมา ไม่มีใครช่วยเราได้เลย แม้กระทั่ง พ่อ แม่เค้า นี่ล่ะค่ะ ชีวิต
ขอให้คุณหนักแน่น เข้มแข็ง และก้าวข้ามปัญหาให้ได้ค่ะ อยู่ที่คุณแล้วล่ะค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปวดใจ(จขกท.)
เรทกระทู้
« ตอบ #49 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 11:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไข่ขอเพิ่มอีกนิดนะฮะ ด้วยความ q*076 เธอแสดงให้แม่คุณเห็นว่าเธอเป็นแม่บ้านแม่เรือน แล้วทำไมคนเลี้ยงแมวจึงกลายเป็นคุณไปได้ล่ะฮะ .. คนดูแลสวน รดน้ำ พรวนดิน (ซึ่งไม่ใช่งานหนัก จับจอบอะไร) ทำไมจึงกลายเป็นคุณ แม่บ้านแม่เรือนที่แม่คุณบอก อยู่ไหนฮะ ..




อิอิ ขอโทษด้วยครับคุณไข่เจียว ผมเล่าไม่หมด ผมต้องให้ข้าวแมว เพราะเธอคลุกข้าวใส่ปลาให้น้อยมาก เจ้าเหมียวไม่กิน ผมใส่ปลาเยอะมากกว่าข้าว กินเรียบ หน้าที่นี้เลยเป็นของผม อาบน้ำก็เหมือนกัน ถ้าไม่ใช่ผมอาบ จะร้องและไม่ยอมครับ เจ้าเหมียวสนิทกับผม และติดผมมากกว่าครับ ส่วนเรื่องต้นไม้ ผมชอบทำ จัดโน่นแต่งนี่ แต่เธอไม่ค่อยมีไอเดีย ผมเลยไม่ให้ยุ่งครับ งานบ้านอื่นๆ ซักผ้า รีดผ้า ล้างจาน ทำกับข้าว เช็ดฝุ่น ดูดฝุ่น ล้างห้องน้ำ เธอทำหมดครับ
ผมมาคิดๆดูแล้ว เมื่อแม่ผม รักเค้ามาก ก็ว่าจะให้กลับไปอยู่กับแม่สักพัก ส่วนผมก็ทำงานที่นี่แหละ แล้วเรื่องของผมกับแฟน ค่อยว่ากันอีกที คุณไข่เจียว ว่าดีมั้ยครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปวดใจ(จขกท.)
เรทกระทู้
« ตอบ #50 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 11:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
พูดคุย ระบายมาเรื่อยๆก่อนก็ได้เจ้าค่ะ อย่างน้อยจะได้คลายความตึงเครียดลงบ้าง
ความรัก เป็นเรื่องละเอียดอ่อน นะคะ หน้าที่การงานก็สำคัญ q*021 อย่าใช้ อารมณ์
ตัดสินใจเร่งด่วน มีเวลาเหลือเสมอ หากเราให้โอกาสตัวเองตั้งหลัก


เรื่องงานก่อนนะคะ อย่าลาออกเพราะ กลัวเสียหน้า หากแฟนมีกิ๊กจริง
เลิกกับแฟนก็ทำงานได้ค่ะ ลมปากแวดล้อม พูดให้ระคาย หยามเหยียบ อาจเพราะรู้
ว่าเราจริงจังกับเรื่องพวกนี้ พูดให้เครียด ให้อยู่ไม่ได้ เลื่อยขาเก้าอี้เราก็ได้
ใครจะรู้ q*077 เหมือนเห็นใจ หวังดี แต่ประสงค์ร้ายหรือเปล่า แยกให้ออก q*102


ส่วนเรื่องแฟน หาความจริงก่อนดีกว่าค่ะ มีแต่เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง
ลักษณะนิสัยคนเราแตกต่างกันไป ในเรื่องคบเพื่อนต่างเพศ เธออาจจะไม่คิดเกินเลย
แต่เพื่อนชายเธออาจคิดก็ได้ ใช้เหตุผลให้มาก เปิดอกคุยให้เยอะ ชัดก่อนแล้วค่อย
ตัดสินใจ q*027 หากเธอไม่ดีจริงค่อยทิ้งกัน


ที่ยังไม่อยากให้ผลีผลาม เพราะความจริงยังไม่ปรากฏ รู้เพียงแค่
อยู่ด้วยกันสองปี นิสัยบางอย่างของเธอ ที่คิดว่าคล้ายกัน บัดนี้มันไม่ใช่
แต่เธอนอนกับคุณ มาสองปีแล้วนะคะ ก่อนหน้านี้คาดว่าคงรักกันมาก่อน q*025

เธอไม่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้องก็ห่างๆกันไป เพราะโตๆ มีครอบครัวกันไปหมดแล้ว
ขัดใจก็ไล่ส่ง อุ้ย ไม่ได้ดุนะคะ เดี๋ยวจะเครียด คือมองแบบคนกลางเจ้าค่ะ
ทุกคนมีเวลา ในการคิดแก้ปัญหาค่ะ หนักนิดเบาหน่อย ยืดหยุ่น ผ่อนปรน
เมตตา อภัย อยากหยิบอันไหนมาใช้ก็ได้ แต่คลายเครียดลงก่อน
q*021

ขอบคุณนะครับ สำหรับคำแนะนำ พูดเหมือนแม่ผมเมื่อวานเลย แต่พิ่มไปอีกหน่อย ว่าผมเป็นลูกผู้ชายต้องรู้จักรับผิดชอบ ไม่ควรทิ้งผู้หญิง ให้ผมรู้จักเมตตาให้มากๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่เจียว
เรทกระทู้
« ตอบ #51 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 11:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อิอิ ขอโทษด้วยครับคุณไข่เจียว ผมเล่าไม่หมด ผมต้องให้ข้าวแมว เพราะเธอคลุกข้าวใส่ปลาให้น้อยมาก เจ้าเหมียวไม่กิน ผมใส่ปลาเยอะมากกว่าข้าว กินเรียบ หน้าที่นี้เลยเป็นของผม อาบน้ำก็เหมือนกัน ถ้าไม่ใช่ผมอาบ จะร้องและไม่ยอมครับ เจ้าเหมียวสนิทกับผม และติดผมมากกว่าครับ ส่วนเรื่องต้นไม้ ผมชอบทำ จัดโน่นแต่งนี่ แต่เธอไม่ค่อยมีไอเดีย ผมเลยไม่ให้ยุ่งครับ งานบ้านอื่นๆ ซักผ้า รีดผ้า ล้างจาน ทำกับข้าว เช็ดฝุ่น ดูดฝุ่น ล้างห้องน้ำ เธอทำหมดครับ
ผมมาคิดๆดูแล้ว เมื่อแม่ผม รักเค้ามาก ก็ว่าจะให้กลับไปอยู่กับแม่สักพัก ส่วนผมก็ทำงานที่นี่แหละ แล้วเรื่องของผมกับแฟน ค่อยว่ากันอีกที คุณไข่เจียว ว่าดีมั้ยครับ


อืมมม.. ก็ดีฮะ ..ใช้เวลา และระยะทางค่อยๆคลายปมยุ่งๆออกไปก่อน จะได้เห็นอะไรๆชัดเจนขึ้น ตัดสินใจได้ถูกต้องมากขึ้นฮะ q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่จอมจุ้น
เรทกระทู้
« ตอบ #52 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 11:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณนะครับ สำหรับคำแนะนำ พูดเหมือนแม่ผมเมื่อวานเลย แต่พิ่มไปอีกหน่อย ว่าผมเป็นลูกผู้ชายต้องรู้จักรับผิดชอบ ไม่ควรทิ้งผู้หญิง ให้ผมรู้จักเมตตาให้มากๆ


ผู้หญิงที่คุณแม่คุณหมายถึง คือผู้หญิงที่ดี คอยดูแลเกียรติและศักดิ์ศรีของสามีไม่ให้มัวหมองฮะ q*029


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ladysunday
เรทกระทู้
« ตอบ #53 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 14:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณทุกความคิดเห็นมากๆครับ
ผมเองยอมรับในข้อเสียของผม ทีเครียดและจริงจังกับตำแหน่งหน้าที่การงานมากเกินไป แต่กว่าผมจะมาถึงวันนี้
ผมทุ่มเทและอดทนต่อทุกสิ่งอย่างมามากพอ ที่จะต้องคำนึงและรักษามันไว้ เพราะมันคือความฝันและส่วนหนึ่งของชีวิตผม
ในส่วนของแฟนผม ที่ไม่ได้แต่งงานกัน เพราะเธอไม่แต่งเอง เนื่องจากพ่อแม่เธอเสียไปหมดแล้ว และพี่น้องก็ห่างกันไป
ผมเองคิดว่าทุ่มเทเต็มที่กับแฟนคนนี้ เมื่อก่อนผมอยู่คอนโดกลางเมื่อง ขับรถไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงที่ทำงาน
พอมีแฟน แฟนอยากมีบ้าน มีสวน ผมก็ยอมซื้อบ้านที่อยู่ชานเมือง ต้องขับรถมาทำงานไกลพอสมควร พักผ่อนน้อยลง
ผมเองใช้ชีวิตโสดกับการทำงานมา 10 ปีได้ คบผู้หญิงมาเรื่อยๆและผ่านไป ไม่เคยจริงจัง และต้องเอาใจใครแบบนี้
ผมคิดว่าผมดูแลใส่ใจเธอดี ไม่ว่าเธอจะเลี้ยงแมวตัวละ 12,000 ผมก็เป็นคนซื้อ คลุกข้าว อาบน้ำ แปรงขน ดูแลแมวอย่างดี เพราะผมรู้ว่าเธอรักและเล่นกับมันบ่อยๆ เธออยากจัดสวน วันหยุดผมก็คอยพวนดินใส่ ทุกเช้าเย็นผมก็รดน้ำ
ชีวิตประจำวันของผม ตื่นมาก็ทำงาน ตอนเย็นก็เลี้ยงแมว เลี้ยงปลา รดน้ำต้นไม้
วันหยุด ผมก็ตามใจเธอ อยากเที่ยวไหน อยากกินอะไร อยากได้อะไร ผมไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง ทั้งที่ก็มีโอกาส
ไม่เคยเมา ติดเพื่อน หรือทำอะไรที่คิดว่ามันไม่ดี
ผมเองก็ไม่รู้ ว่าการที่เรารักใครสักคน กับสิ่งดีๆที่เราเป็น กับสิ่งเสียๆที่เรามี มันไม่พอให้เธอหยุด
ผมก็จนใจครับ ผมดีและเลวได้แค่นี้จริงๆครับ
...ขอโทษนะคะ...คุณมีพฤติกรรมเหมือนแฟนเราเลยอ่ะ จริง ๆ...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ladysunday
เรทกระทู้
« ตอบ #54 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 14:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

..มีต่อค่ะ..
ดูเหมือนว่า จะดีทุกอย่าง...แต่ มันเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง...บางที ความรัก มันก็อธิบาย ยากนะ คนที่ใช่ บางที ไม่จำเป็นต้อง ดีอะไรมากมาย แต่มันใช่อ่ะ..บอกไม่ถูก ...แฟนเรา เขาก็เต็มที่เหมือนคุณ ...แต่เราเอง ไม่รู้นะ บางทีสิ่งที่เห็นว่าดี แต่มันยังไม่ถูกใจ บางคนมาทีหลัง ไม่มีอะไรเด่นกว่า แต่ เราก็สามารถรักเขาได้มากกว่า(คนเก่า) ..ขอโทษอีกครั้งนะคะ ....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปวดใจ(จขกท.)
เรทกระทู้
« ตอบ #55 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 15:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
..มีต่อค่ะ..
ดูเหมือนว่า จะดีทุกอย่าง...แต่ มันเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง...บางที ความรัก มันก็อธิบาย ยากนะ คนที่ใช่ บางที ไม่จำเป็นต้อง ดีอะไรมากมาย แต่มันใช่อ่ะ..บอกไม่ถูก ...แฟนเรา เขาก็เต็มที่เหมือนคุณ ...แต่เราเอง ไม่รู้นะ บางทีสิ่งที่เห็นว่าดี แต่มันยังไม่ถูกใจ บางคนมาทีหลัง ไม่มีอะไรเด่นกว่า แต่ เราก็สามารถรักเขาได้มากกว่า(คนเก่า) ..ขอโทษอีกครั้งนะคะ ....
ไม่เป็นไรครับ ไม่เห็นต้องขอโทษ ผมว่าก็ถูกแล้ว ที่คุณจะรักคนใหม่มากกว่าคนเก่า เพราะคนใหม่คือปัจจุบันไงครับ ผมคิดว่าผมรู้นะว่าคนเก่าขาดอะไร ขาดความแปลกใหม่ ความน่าค้นหาไงครับ
ความรู้สึกที่ผมมีกับแฟนก็มีเหมือนกัน รู้สึกว่ามันขาด แต่ผมก็ต้องบอกตัวเองให้รู้จักคำว่าพอ เพราะผมเลือกมาแล้วครับ
แต่สำหรับแฟนผม ถ้าเค้าจะคิดเหมือนคุณ และยอมจบกับผม ผมว่ามันก็ดี ที่ผมไม่ต้องมาเสียเวลากับคนแบบนี้ครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  งาน ความรัก 

หน้า: 1 2 [ทั้งหมด]

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม