หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: นโยบายรถคันแรก วันนี้  (อ่าน 164 ครั้ง)
Guest
eco lives
เรทกระทู้
« เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 10:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เห็นหลายๆคนออกมาแสดงความคิดเห็นคัดค้านมัน
ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเห็นว่ามันไม่เข้าท่า
หรือตนเองไม่ได้รับประโยชนืเพราะมีรถกันแล้ว
คงไม่เคยเห็นมีนโยบายใดจากรัฐบาลไหนหรอกครับ
ที่มันจะให้ประโยชน์ของทุกคนในชาติ

แต่มันก็จะมีนโยบายอื่นๆที่เราได้ประโยชน์จากมัน

ซึ่งถ้านโยบายใดที่ไม่ครอบคลุมประโยชน์ของคนทั้งหมดแล้วควรเลิก

งั้นพวกนโยบายส่งเสริมภาคอสังหาริมทรัพย์บ้านจัดสรร
ทาวน์เฮ้าท์ คอนโด ฉบับปัจจุบันที่ลดหย่อนภาษีได้

การส่งสริมประกันภัย ประกันชีวิต ที่เอามารถหย่อนภาษี
รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ค่าไฟ90หน่วย ฯลฯ เหล่านั้นก็ควรต้องเลิกด้วยไหม

เพราะมันก็ไม่ทุกคนจะได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้

ซึ่งถ้าจะมองว่าการซื้อบ้านใหม่ของคนสมัยนี้มันเกินความจำเป็นก็มองได้เหมือนกัน

แถวบ้านผม พ่อแม่ปลูกบ้านหลังโตๆ แต่ต้องอยู่กัน2คนตายาย

ลูกหลานแยกไปหาซื้อบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาท์กันเกือบทุกคน.........

ผมไม่ซื้อบ้าน..........เลยไม่ได้สามารถลดหย่อนภาษีจากส่วนนี้

ผมไม่เคยซื้อประกัน(บรืษัทจัดหามาให้แล้ว)..........จึงไม่ได้รับส่วนลดภาษีตรงนี้

ผมจ่ายเงินเข้าประกันสังคมทุกเดือน แต่ไม่ได้รับเช็คช่วยชาติเนื่องจากฐานเงินเดือนเกิน

แต่ผมก็ไม่เคยมานั่งคิดเล็กคิดน้อยกะเรื่องเหล่านี้ว่ามันไม่ควรมีเพราะเราไม่ได้ประโยชน์หรือมีส่วนร่วม

ยังงัยซะคนที่เขาได้ประโยชน์จากมันก็ยังมี

อย่างเรื่องรถคันแรกผมคือ1ในผู้ที่มีสิทธิในนโยบายนี้ เพราะผมยังไม่เคยมีรถส่วนตัว

แต่ผมก็ไม่คิดว่าจะใช้มันและก็ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับคนที่จะใช้มัน

ใช้บริการรถรับส่งสวัสดิการของบริษัท แท็กซี่ รถประจำทางได้

ไม่ต้องส่งค่างวด จ่ายค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ค่าประกัน ค่าคนขับ 9ล9

เดินทอดน่องข้างทางไปขึ้นรถได้เห็นอะไรมากมายที่คนขับรถไม่เห็นหรือมองไม่ทัน

ส่วนเรื่องรถตืด ถ้าคิดกันอย่างนี้ไม่กลายเป็นว่า

คนที่มีรถอยู่แล้วเท่านั้นที่มีสิทธิใช้ถนนที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน

คนที่จะมีใหม่ ห้ามมีห้ามซื้อเพราะรถจะติดเพิ่มหรือ

แล้วที่บอกให้เอาไปลดหย่อนค่ารถไฟฟ้า BTS อะไรนั่น

คนที่ไม่ได้อยู่ในกทม.เขาได้ใช้กันไหม



ถ้าลองในแง่ดี ว่าไม่ว่าจะมีหรือไม่มีนโยบายนี้คนก็ซื้อรถอยู่ดี

แน่นอนว่าอาจจะน้อยกว่านี้ แต่สำหรับคนที่คิดว่าจะซื้ออยู่แล้ว

หลายคนได้เปลี่ยนความคิดที่จะซื้อรถที่ใช้เครื่องยนต์ CC สูง

มาเป็นECO car ซึ่งประหยัดน้ำมันกว่า ซึ่งเป็นผลดีกว่า

นี่เล่นมองกันแค่ว่านโยบายพวกนี้มันต้องค่นต้องด่าเพราะคนคิดคือคนที่เราไม่ไต้เลือกหรือเปล่า




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 10:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ส่วนที่มีข้อคิดว่า กรณีรถคันแรกที่ต้องเช่าซื้อ ซึ่งสถาบันการเงินฯ ขอความเห็นจาก ก.คลังว่าหากคนที่เช่าซื้อ พอได้รับเงินคืนครบแสนแล้ว จะปล่อยให้ยึดรถ หากไม่ถึง 5 ปีตนจะนำรถออกประมูลขายเปลี่ยนมือไม่ได้นั้น

ในเบื้องต้นมีความเห็นว่า กรณีซื้อรถคันแรกแต่ต้องเช่าซื้อนั้น รัฐน่าจะใช้วิธีคืนเงินหนึ่งแสนบาทให้เมื่อผู้นั้นชำระค่าเช่าซื้อแก่สถาบันฯ ครบถ้วนตามสัญญาเช่าซื้อแล้วเท่านั้น ก็น่าจะปิดประตูการทิ้งรถให้ยึดได้

แต่ปัญหาการปล่อยให้รถที่เช่าซื้อถูกยึดนั้น มีหลายประเด็นเลย ประเด็นแรกๆ ที่มักเกิดขึ้นคือ เมื่อผู้เช่าซื้อมีรายรับไม่พอรายจ่าย รัฐต้องคิดหาทางให้ด้วย เช่นให้สิทธิในการโอนสัญญาเช่าซื้อได้ แต่ระงับสิทธิที่จะได้เงินหนึ่งแสนคืนเมื่อรถคันดังกล่าวได้มีการโอนสิทธิ์ก่อน 5 ปี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
eco lives
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 10:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่างประเด็นข้อห่วงใยของลุงแร้งนี่เห็นด้วยนะครับ
เข้าไปอ่านที่ห้องรัชดาก็มีคนที่ผ่านความห่วงใยนี้ไปที่ รบ.
ซึ่งถ้าทางผู้คิดนโยบาย ไม่เตรียมการรองรับปัญหาพวกนี้
ก็ควรแล้วที่จะโดนด่า
แต่เรื่องที่ไปด่าต่อว่าเหตุเพราะตัวเองไม่อยู่ในข่าย
ไม่ได้ประโยชน์จากโครงการเหมือนบางกระทู้อันนี้ก็ไม่เห็นด้วย
คนที่เขาได้ประโยชน์ยังมี ลุงแร้งอยู่ต่างจังหวัดน่าจะทราบดี
ว่าการไปไหนมาไหนด้วยรถประจำทางมันสุดยอดขนาดไหน
การที่มีรถเข้าออกหมู่บ้านวันละเที่ยว2เที่ยวนั้นใครไม่เคยไม่รู้หรอก
ส่วนความเห็นติติงแบบสร้างสรรค์ที่ช่วยกันชี้จุดบกพร่อง
ที่อาจมองข้ามไปอย่างนี้ก็หวังว่ามันจะได้ผ่านหูผ่านตาผู้มีหน้าที่เหล่านั้น
เพื่อหาทางหาวิธีป้องกันต่อไปครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 10:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เห็นด้วยกะนโยบายนี้ครับ เพราะกระตุนตลาดในส่วนที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนอะไร รัฐควรที่จะเอาเงินไปลงทุนในส่วนของการขนส่งสาธารณะ เช่นขยายรถไฟฟ้า แล้วหันไปอุดหนุนการซื้อบ้านและคอนโดฯ นอกเมืองน่าจะดีกว่า เพื่อลดความแออัดในเมืองทั้งด้านที่พักอาศัยและรถยนต์

ในส่วนของรถยนต์หากจะอุดหนุนกันจริงๆ น่าจะมองเป็นรถเพื่อการพาณิชย์ รถกระบะไม่เกินหนึ่งตันน่าจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่า

นี่เป็นหนึ่งในนโยบายที่ผมไม่เห็นด้วยครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 11:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทุกนโยบาย ไม่ว่าของรัฐบาลใด ต่อให้ขับเคลื่อนรอบคอบ รัดกุมขนาดไหน

ก็พบกับปัญหาให้ตามแก้ไขเสมอ

หากจะขับเคลื่อนนโยบายรถคันแรก(คิมไม่ค่อยจะเห็นด้วย)

กับปัญหารถติด คิมเคยออกความเห็นไว้ว่า

ก็ควรใส่นโยบาย ส่งเสริมและผลักดันให้ประชาชน

ใช้บริการรถประจำทาง ในวันเวลาราชการ เพื่อลดปัญหาการจราจร

ส่วนวันหยุด หากจะใช้รถส่วนตัว พาครอบครัวไปเที่ยว พักผ่อน

ก็แล้วแต่สดวก

---------


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 16 ก.ย. 11, 11:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมมองปัญหาเดี่ยวกับคุณแร้งควรจะนำเรื่องนี้ไปคุยใหม่หลายฝ่ายเพื่อหาข้อเสียกรณีปล่อยให้ยึดรถกรณีได้เงินคืนเร็วเกินไปสำหรับรถที่ผ่อนกับสถาบันการเงินต่างๆครับ.

ส่วนนโยบายนี้สำหรับผมว่าจะดีสำหรับผู้ที่อยู่ห่างไกลความเจริญโดยเฉพาะเรื่องรถโดยสารเข้าไม่ถึงหรือไม่เพียงพอเวลาชาวบ้านและประชาชนต้องการจริงๆครับ.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม