หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: คนจรจัดที่เมกา มากกว่า น่าสงสารกว่าที่เมืองไทยมากมาย  (อ่าน 3269 ครั้ง)
Guest
thaidetroit
เรทกระทู้
« เมื่อ: 4 มิ.ย. 11, 20:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

อยากให้คนไทยที่ชอบเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตของเราชาวไทย กับชาวต่างประเทศเช่นอเมริกัน ได้มองหลายๆแง่มุม แล้วจะรู้ความจริงว่าเราไม่ได้แย่อย่างที่หลายๆคนคิด เพราะบ้านเราถึงจะยากจนค่นแค้นยังไง คนส่วนใหญ่ยังมีที่อยู่อาศัย มีอาหารกิน ในกรณีฉุกเฉินก็มีสถานที่ต่างๆให้พึ่งพิงชั่วคราว เช่นวัด หรือสาธารณสถานอื่นๆ

ส่วนที่เมกาคนจรจัดมีมากมายในทุกหัวเมือง ยิ่งเมืองใหญ่ยิ่งมีมาก เช่นนิวยอร์ค ชิคาโก ลอส แองเจลิส ดีทรอยท์ เป็นต้น ด้วยเหตุที่เป็นประเทศใหญ่มีประชากรมาก คนจรจัดก็มากเป็นเงาตามตัว ความช่วยเหลือที่ทางการและองค์กรต่างๆ จัดให้ย่อมไม่เพียงพอ จึงมีภาพคนจรจัดชาวอเมริกันรื้อค้นถังขยะหาอาหารกินเพื่อประทังชีวิต นอนในกล่องกระดาษตามริมอาคารหรือสวนสาธารณะให้เห็นอยู่ทั่วไป ที่ร้ายไปกว่านั้นคือฤดูหนาวในเมืองที่มีหิมะตกมากๆ อากาศจะหนาวจนติดลบกว่าสิบองศา เช่นนิวยอร์ค ชิคาโกและดีทรอยท์ เป็นช่วงเวลาหฤโหดสำหรับพวกเขา ซึ่งบางคนเป็นทหารผ่านศึก บางคนเป็นอดีตนักกีฬาอาชีพ บ้างก็เรียนจบถึงด็อคเตอร์ดีกรี แต่ด้วยชะตาชีวิตที่หักเหจนแก้ไขไม่ทัน จึงต้องมาใช้ชีวิตในลักษณะนี้

ทั้งหมดที่เล่ามา ก็เพียงเพื่อให้บางท่านได้เห็นภาพที่อาจไม่ปรากฏในสมมุติฐานแห่งการเปรียบเทียบของท่าน เป็นการเพิ่มเติมส่วนที่ขาด และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพชีวิตของเราชาวไทยว่า ความจริงเราไม่ได้แย่มากมายอย่างที่เราคิด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 4 มิ.ย. 11, 22:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณ คนไทยดีทรอยท์

ปัญหาของคนอเมริกันส่วนหนึ่งที่คุณว่ามันเป็นจริง แต่ที่ประเทศไทยมีปัญหาอย่างที่ไม่อาจก้าวพ้นไปได้ง่าย ๆ นั้น มันเป็นปัญหาเชิงสังคมที่เกิดความเหลื่อมล้ำ การถูกกดขี่ การถูกเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่เกือบ 80 % ยังเต็มไปด้วยหนี้สินแบบเรื้อรัง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ก่อเกิดความทุกข์ในใจอย่างมากมาย

คนอเมริกันที่ทุกข์ยากลำบากบางส่วนที่คุณกล่าวมา อาจจะเป็นเพราะมีปัญหาทางจิต แต่ด้วยสิทธิส่วนบุคคลของเขาไม่ยอมให้ใครละเมิดก้าวก่าย บางคนอาจจะไม่ต้องการความชาวยเหลือจากใคร ๆ ก็ได้

ส่วนในบ้านเรานั้น ปัญหาหลาย ๆ สิ่ง มันควรจะก้าวผ่านพ้นไปได้ตั้งนานมาแล้ว แต่ก็กลับหนักหน่วงทวีขึ้นทุกวัน เช่น ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ในประเทศไทย อีกทั้งปัญหาหนี้สินของครู ของข้าราชระดับผู้น้อย ประชาชนระดับล่าง ฯลฯ ซึ่งวันนี้เรามีแต่กองทุนฟื้นฟูฯ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ปรับโครงสร้างหนี้ กันอุตลุด ไม่รู้ว่ากี่โครงการฯ กี่กองทุนฯ

แต่ปัญหาก็ยิ่งหนักหนาทวีคูณขึ้นทุกวัน ทั้งนี้ด้วยรายได้มันไม่ได้เพิ่มขึ้น หรือเพิ่มขึ้นแต่ก็น้อยมาก ๆ ไม่ทันกับค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้นมาก ๆ

นี่คือ ปัญหาที่ กลายเป็นปัญหาโลกแตก การถูกกดค่าแรง ค่าจ้างเงินเดือน การถูกกดราคาพืชผลทางการเกษตร การถูกเอารัดเอาเปรียบในสังคมแทบทุกด้าน ทุกมิติ ปัญหาการเหลื่อล้ำทางรายได้ของคนส่วนน้อยในสังคมไทยที่ คนที่ร่ำรวยก็ได้โอกาสต่าง ๆ กอบโกยเอาไปจนล้นเหลือในแทบทุกด้าน ดอกเบี้ยบานสะพรั่งทั้งในระบบ นอกระบบ เต็มไปหมดทั่วทุกอณูของสังคมไทย..

นี่คือ ความทุกข์ยากลำเข็ญของคนไทยในทุกวันนี้...!!!!!!
q*032q*031q*033q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 4 มิ.ย. 11, 23:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนไทยเป็นหนี้สินรุงรัง

แต่มีคนบอกจะให้บัตรเครดิตชาวนาชาวไร่เกษตรกรใช้อีก q*073

คนรวยเอากำไรหนักหนาสาหัส โดยเฉพาะกิจการที่เป็นสัมปทานขูดกำไรคนไทยหนัก จนคนบางคนรวยบางตระกูลรวยเป็นแสนๆล้านภายในเวลาไม่ถึงสิบปี!!

จริงมั้ยคุณนะฮะ

คนรวยบางคน ยังสะสมที่ดินมากมาย บางคนยังใช้ตำแหน่งเอื้อประโยชน์คนในครอบครัวไปซื้อที่ดินของรัฐเลยจริงมั้ยคุณนะฮะ

คนรวยมีที่ดินเหลือใช้ แต่คนจนไม่มีที่ดินทำกิน!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 4 มิ.ย. 11, 23:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ว่าที่ไหนก็ต้องมีด้านมืด ด้านส่วางกันทั้งนั้น นี่แหละที่เรียกว่า ชีวิต มันถึง น่าสนุกยังไงล่ะ...ขอให้ทำใจสนุกกับชีวิตกันนะครับ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
thaidetroit
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 5 มิ.ย. 11, 04:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณ คนไทยดีทรอยท์

ปัญหาของคนอเมริกันส่วนหนึ่งที่คุณว่ามันเป็นจริง แต่ที่ประเทศไทยมีปัญหาอย่างที่ไม่อาจก้าวพ้นไปได้ง่าย ๆ นั้น มันเป็นปัญหาเชิงสังคมที่เกิดความเหลื่อมล้ำ การถูกกดขี่ การถูกเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่เกือบ 80 % ยังเต็มไปด้วยหนี้สินแบบเรื้อรัง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ก่อเกิดความทุกข์ในใจอย่างมากมาย

คนอเมริกันที่ทุกข์ยากลำบากบางส่วนที่คุณกล่าวมา อาจจะเป็นเพราะมีปัญหาทางจิต แต่ด้วยสิทธิส่วนบุคคลของเขาไม่ยอมให้ใครละเมิดก้าวก่าย บางคนอาจจะไม่ต้องการความชาวยเหลือจากใคร ๆ ก็ได้

ส่วนในบ้านเรานั้น ปัญหาหลาย ๆ สิ่ง มันควรจะก้าวผ่านพ้นไปได้ตั้งนานมาแล้ว แต่ก็กลับหนักหน่วงทวีขึ้นทุกวัน เช่น ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ในประเทศไทย อีกทั้งปัญหาหนี้สินของครู ของข้าราชระดับผู้น้อย ประชาชนระดับล่าง ฯลฯ ซึ่งวันนี้เรามีแต่กองทุนฟื้นฟูฯ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ปรับโครงสร้างหนี้ กันอุตลุด ไม่รู้ว่ากี่โครงการฯ กี่กองทุนฯ

แต่ปัญหาก็ยิ่งหนักหนาทวีคูณขึ้นทุกวัน ทั้งนี้ด้วยรายได้มันไม่ได้เพิ่มขึ้น หรือเพิ่มขึ้นแต่ก็น้อยมาก ๆ ไม่ทันกับค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้นมาก ๆ

นี่คือ ปัญหาที่ กลายเป็นปัญหาโลกแตก การถูกกดค่าแรง ค่าจ้างเงินเดือน การถูกกดราคาพืชผลทางการเกษตร การถูกเอารัดเอาเปรียบในสังคมแทบทุกด้าน ทุกมิติ ปัญหาการเหลื่อล้ำทางรายได้ของคนส่วนน้อยในสังคมไทยที่ คนที่ร่ำรวยก็ได้โอกาสต่าง ๆ กอบโกยเอาไปจนล้นเหลือในแทบทุกด้าน ดอกเบี้ยบานสะพรั่งทั้งในระบบ นอกระบบ เต็มไปหมดทั่วทุกอณูของสังคมไทย..

นี่คือ ความทุกข์ยากลำเข็ญของคนไทยในทุกวันนี้...!!!!!!
q*032q*031q*033q*039
ผมว่ามันขึ้นอยู่กับปรัชญาแห่งการดำเนินชีวิตของแต่ละคนมากกว่า คุณนะฮะคิดว่ามีเพียงประเทศไทยเท่านั้นหรือที่ประสพปัญหาอย่างที่คุณว่ามา ยังมีอีกเป็นร้อยประเทศในโลกที่เผชิญกับปัญหาหนักกว่าเรามากนัก ดังที่คุณก็คงเห็นตามข่าวต่างประเทศรายวัน ความทะยานอยากของคุณเอง ที่ทำให้คุณอยู่อย่างไม่มีความสุข มีความรู้สึกว่าชีวิตของคุณพร่องอยู่เสมอ ผมเชื่อว่ามีคนที่จนกว่าคุณอีกมากมายที่ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขไปตามอัตภาพ เพราะเขาพอใจในสิ่งที่เขามียินดีในสิ่งที่เขาสามารถขวนนขวายหามาได้

สมมุติว่ามีผู้ทรงอิทธิปาฏิหาริย์(สมมุตินะ)สามารถบันดาลให้ทุกคนมีฐานะเท่าเทียมกับเจ้าของบริษัท ซี.พี แล้วคุณคิดหรือว่าปัญหาทุกอย่างจะหดหายหมดไปจากประเทศไทย ไม่มีทาง ผมการันตีว่าจะต้องมีปัญหาอยู่เหมือนเดิม เช่นปัญหาของผู้ที่ไม่สามารถคงสถานภาพความรวยของตนเองไว้ได้ หรือปัญหาที่เกิดจากความอิจฉาผู้ที่มีความสำเร็จร่ำรวยยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวย ฯลฯ ผมว่าคุณควรสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ สักสองสามครั้ง แล้วคิดดูใหม่ตามแนวสวนโมกข์(ถ้ายังพอจะจำได้)แล้วคุณจะทราบว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากตัวคุณเอง....
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
thaidetroit
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 5 มิ.ย. 11, 05:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แถมอีกนิดสำหรับคุณนะฮะ คุณมีทางเลือกที่จะก้มหน้าก้มตาทานข้าวปลายคลุกน้ำปลาในชามกาละมังก้นรั่วของคุณให้อิ่มหมีพีมัน หรือจะนั่งชำเลืองมองขาแกะย่างรมควันในจานทองของคนอื่น แล้วนั่งกลืนน้ำลาย หรือพาลตีอกชกตัวด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในความอาภัพอัปโชคของคุณ เลือกเอา...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 5 มิ.ย. 11, 06:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณ คนไทยดีทรอยท์

ผมพยายามบอกถึงโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมของสังคมไทย แต่ดู ๆเหมือนว่าคุณพยายามจะไม่รับรู้หรือไม่ยอมเข้าใจ การจะมองปัญหาในวันนี้มันก็ต้องมองดูย้อนไปถึงในอดีต ถึงรากเหง้าของปัญหามันเริ่มต้นจากตรงนั้น

สังคมไทยมันมีอะไร ๆ ที่ลึกซึ้งมากกว่าที่จะมามองแค่ผิวเผินได้ ปีก่อนชาวนาไทยฆ่าตัวตายไป 7-8 ราย เพราะไม่สามารถที่จะหาเงินไปคืนเจ้าหนี้ได้( ธกส.)จาก ปัญหานาล่มเพราะมีศัตรูพืชรบกวนอย่างรุนแรง จนข้าวเสียหายหมด ขายข้าวไม่ได้ราคา น้ำท่วม อีกปุ๋ยแพง ยาฆ่าแมลงแพง จึงทำให้ต้นทุนในการทำนาสูงมาก ฯลฯ

ผลผลิตจากชาวนาไทย ขณะเป็นข้าวเปลือกนั้นแสนจะถูก( ถูกกดราคา) แต่พอไปอยู่ในมือพ่อค้าคนกลาง หรือแปรรูปไปเป็นข้าวสาร กลับมีราคาที่แสนจะแพง

คุณได้กล่าวถึงสวนโมกข์ฯ ซึ่งท่านได้ต่อต้านลัทธิวัตถุนิยม จึงขอถามว่าหากประเทศไทยดีพร้อม ทำไมคนไทยต้องดิ้นรนขวนขวานไปทำงานถึงต่างประเทศ หญิงบางกลุ่มไปขายศักดิ์ศรีเกียรติยศ ชายไปขายแรงงานซะเป็นส่วนใหญ่ ( ดิ้นรนไปหาความต่าง ความเหลื่อมจากระบบเศรษฐกิจ เดือนก่อน ผมเพิ่งจะไปส่งหลานชายไปทำงานที่อังกฤษ วุฒิ ป.ตรี เขาจะได้ค่าจ้างราวเดือนละ 6 หมื่นบาท หากอยู่ในประเทศไทยงานก็ไม่มีทำ หรือที่พอทำได้ก็รายได้ประมาณหมื่นบาทเศษ ๆ เท่านั้น)

ผมพยายามกล่าวถึงว่าคนส่วนใหญ่กว่า 7-80 % ที่กำลังประสบปัญหาในประเทศไทย คุณก็บอกว่าที่อื่น ๆ เขาเลวร้ายกว่าเราอีก

คนส่วนใหญ่ยากจนทั้ง ๆ ที่แผ่นดินไทยอุดมสมูรณ์แทบจะเรียกว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำแหล่งสำคัญของโลกแห่งหนึ่งทีเดียว ( ชาวนาไทยส่วนใหญ่กว่า70 %ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง จำต้องไปเช่าที่จากนายทุน หรือท่านเศรษฐีมหาเศรษฐีมาทำนาทั้งสิ้น)

คุณคิดว่ามันคือความเป็นปกติแล้วหรือ...????.....!!!!!!!
q*031q*032
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ดาวเรือง
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 5 มิ.ย. 11, 07:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เมกามันประเทศใหญ่ คนก็เยอะ ที่สำคัญจากหลายเชื้อชาติเข้าไปอาศัยอยู่ในเมกาคนไทยก็มี ไม่นับจากอีกหลายประเทศหลายเผ่าพันธ์ที่เข้าไปรวมกันอยู่ในนั้น ที่ลำบากก็พวกนี้แหละ อเมริกันชนจริงๆเขาไม่ลำบากเท่าไหร่หรอก ตกงานมั่งเขาก็ยังอยู่ได้ ของเราขนาดทำทุกวันยังจะไม่พอกิน

ปัญหาของเรามันอยู่ที่ความเหลื่อมล้ำของสังคม ที่มากเกินไป ไม่ได้อยู่ที่ทรัพยากรไม่เพียงพอ พูดง่ายๆปล่อยให้มีการเอาเปรียบกันเกินไป การศึกษา การประกอบอาชีพ ความเป็นอยู่ในสังคม มันอยู่ในมือกลุ่มคนมีเงินมีอำนาจกลุ่มเดียวเป็นผู้กำหนด

การเกษตรของไทย ถูกกำหนดโดยคนซื้อ ไม่ใช่คนทำหรือตามความเป็นจริงของตลาด เอาง่ายๆแม้แต่การปกครองก็ถูกกำหนดโดยคนมีเงินมีอำนาจ ถึงปากจะบอกว่าเป็นอำนาจของชาวบ้าน แต่เอาเข้าขริงๆเขายอมที่ใหนกัน แบบนี้อย่างอื่นก็ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาจะไม่ทำอย่างนี้ คือปากพูดอย่างแต่เวลาทำจริงๆทำอีกอย่าง

รอยห่างของสังคมมันจึงนับวันถ่างออกไปเรื่อยๆ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ ไม่เกี่ยวกับว่ายากจนแล้วมานั่งบ่นหรอก ถ้ามันยากจนเองโดยธรรมชาติ ไครจะไปว่ามันได้ แต่มันยากจนเพราะคนทำให้จนทั้งๆที่ทำเกือบตายนี่มันยอมได้ที่ใหนกันหล่ะไต้เท้า มันก็ต้องบ่นกันมั่งแหละ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 5 มิ.ย. 11, 07:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณ ดาวเรือง

ผมสงสัยว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องซะแล้วหละ...

ดู ๆ แล้ว เจ้าของกระทู้ ท่านคล้ายกับ

หุ่นยนต์ในโรงงานประกอบรถยนต์ในเมืองดีทรอยท์ไปทุกที...!!!!!!
[/
size] q*020q*005q*022q*023
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
thaidetroit
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 5 มิ.ย. 11, 10:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณ ดาวเรือง

ผมสงสัยว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องซะแล้วหละ...

ดู ๆ แล้ว เจ้าของกระทู้ ท่านคล้ายกับ

หุ่นยนต์ในโรงงานประกอบรถยนต์ในเมืองดีทรอยท์ไปทุกที...!!!!!!
[/
size] q*020q*005q*022q*023
คนที่พูดไม่รู้เรื่องน่าจะเป็นคุณนะฮะมากกว่า ถ้าจะพูดถึงอดีตคุณน่าจะรู้ว่าความเหลื่อมล้ำในสังคมมันมีมาพร้อมๆกับการเกิดของโลก อย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่สัตว์ที่มีพลังและอำนาจมาก ย่อมได้บริโภคอาหารดีกว่าและมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ ไหนลองยกตัวอย่างมาให้ดูสักประเทศซิว่าในส่วนไหนของโลกที่ไม่มีทั้งคนจนและคนรวยรวมอยู่ในสังคมเดียวกัน ชนชั้น วรรณะ ความเหลื่อมล้ำในสังคมมีคู่มากับโลกและจะมีอยู่ต่อไปจนกว่าจะสิ้นโลก นี่คือสัจจธรรม

ส่วนตัวผมเองก็มาจากครอบครัวบ้านนอกที่ยากจน แต่ไม่งอมืองอเท้ารอความช่วยเหลือจากใคร เป็นคนสู้ชีวิต การมีร่างกายที่สมประกอบ ความคิดที่ไม่หยุดนิ่งคือพรสวรรค์ ทำงานหนัก ดิ้นรนแสวงหาโอกาสเพื่อตนเองด้วยตนเอง จนขณะนี้มีธุรกิจที่มั่นคงเป็นของตนเอง ถึงจะไม่ร่ำรวยติดอันดับโลกแต่ก็มีความสุขตามอัตภาพ ไม่ใช่การโอ้อวด เพียงแค่จะบอกว่าผมไม่ใช่หุ่นยนต์ที่รอให้คนอื่นมาโปรแกรมป้อนข้อมูลชีวิตให้อย่างคุณเท่านั้น q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 5 มิ.ย. 11, 11:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณ คนไทยดีทรอยท์

เรากำลังคุยกันถึงความต่างศักยภาพของคนในประเทศไทย

ขอให้คุณจับประเด็นให้ถูก...อย่าเพิ่งไปพูดในวงกว้างหรือเป็นเอนกอนันต์จนเกินไป...

คุณอาจจะห่างวิถีชีวิตคนไทยด้วยจากไปไกลเป็นเวลานาน..

วันนี้คนไทยส่วนใหญ่กว่า 7-80 % ได้ครอบครองทรัพยากรในประเทศแค่ 20 %

แต่คนจำนวนน้อยกลับได้ครอบครองทรัพยากรส่วนใหญ่ถึง 80 %

ปัญหาช่องว่างและความเหลื่อมล้ำมันขึ้นสูงจนถึงขีดแดง ขั้นอันตรายแล้ว..

ดังนั้น การต่อสู้เรียกร้องมันจึงได้เกิดขึ้นแล้ว...

ตัวคุณเองอาจจะเอาตัวรอดได้เพราะมีโอกาส มีความมานะพยายาม แต่จะมีคนสักกี่คนที่สามารถดิ้นรนจนพ้นจากภาวะแห่งความยากจน ความกดขี่ เอารัดเอาเปรียบไปได้

นี่ผมกำลังพูดถึงปัญหาแบบตรงประเด็นของสังคมไทย..

คนมั่งมีก็มีซะจนล้นเหลือ..แต่คนอดอยากแร้นแค้นก็แทบไม่มีที่จะซุกหัว..

ที่ต้องตอกย้ำปัญหา.เช่นนี้ ก็หวังว่าจะให้สังคมไทยและประเทศไทยได้ก้าวพ้นจากคำว่าประเทศยากจนและกำลังพัฒนาซะที..

ผมห่วงลูกหลานไทยข้างหน้า..มากว่าตัวเองนะคุณ..

" การมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายนั้น มันก็สำคัญ แต่การเป็นบรรพบุรุษที่ดีนั้นย่อมสำคัญกว่า..."...!!!!!!![/
size] q*031q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ดาวเรือง
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 5 มิ.ย. 11, 11:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อิอิอิ ผมไม่เถียงด้วยนะครับ ที่พูดก็ตามสภาพที่เป็นอยู่ทุกวัน ความเหลื่อมล้ำของสังคม ชนชั้นของสังคม มันก็มีด้วยกันทั้งนั้น แต่อยากให้มันเป็นไปโดยชอบ และโดยธรรม รวยกว่าก็รวยกว่าเพราะหากินสุจริต ไม่ใช่ขูดรีดกดขี่เอาเปรียบกัน ถ้าแบบนั้นยอมรับแต่โดยดีและยังสรรเสริญอีกด้วย

อยู่ชนชั้นสูงกว่าก็ขอให้สูงกว่าโดยมีคุณธรรม มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่ใช่โกงเขามาบังคับเขามา ถ้าเราจะจนกว่าก็ขอให้จนกว่าเพราะขี้เกียจทำมาหากิน ไม่ใช่จนกว่าเพราะถูกโกงกินหยาดเงื่อแรงงาน

ถ้าเราจะไม่มีอำนาจวาสนาก็ขอให้ไม่มีเพราะ ขี้เกียจเรียน ขี้เกียจศึกษาหาความรู้ ขี้เกียจดิ้นรน ไม่ใช่จนกว่าเพราะถูกโกงกระทั่งโอกาศ เรียนมาเกือบตาย เวลาเข้าทำงานดันสู้คุณตี๋ข้างบ้านที่เรียนมาด้วยกันไม่ได้ ทั้งๆที่ลอกการบ้านเราทุกวัน แต่มันดันสอบได้ ถามมันมันก็ตามอย่างภาคภูมิใจว่า "เตียอั๊วเส้นใหญ่" กรรมจริงๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 5 มิ.ย. 11, 11:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่าว่าเเต่ที่เมกาเลยค่ะ ที่ ฝรั่งเศสคนจรจัดเยอะเเยะ เหมือนกัน ตาม สนาณีรถไฟใต้ดิน จะเหนคนเหล่านี้นอน กันเกลื่อนไปหมด

จะนั้ง Taxi ก็ต้องระวังถ้าไม่รู้ทางก็จะขับ พาออ้มไปอ้อมมา จนได้ราคาพอสมควรถึงจะนำเราไปส่ง

ส่วนที่เยอรมัน ไม่ว่า ที่ Berlin frankfurt หรือตามเมืองใหญ่ๆก็มีขอทานเยอะเเยะ บ้างก็นั้ง เเละเขียนป้ายไว้ข้างๆ ว่า ไม่สบาย ป่วย ไม่มีเงินรักษา

บางทีก็เอาลาตัวเล๋กๆ มาผูกเอาไว้ เเล้วตัวเองก็มานั้งขอตังค์จากคนเดินผ่านไปผ่านมา บอกว่าจะเอาไปเป็นค่าเลี้ยงดูลา

ถ้าจะพูดถึงความเลื่อมล้ำของสังคม เเบ่งเเยกชนชั้น ไม่ว่าที่ใหนในโลกนี้ ก็มีกันทั้งนั้น

ที่พูดมานี้ จะบอกว่าไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยหรอกค่ะที่เจอปัญหา เเบบนี้ มันมีอยู๋ทั่วไป มีคนจนคนรวย เหมือนๆกัน

มันอยู่ที่ตัวเราเองมากกว่าว่า เราจะปรับการใช้ชีวืตของเราให้เข้ากับสภาพที่เป็นอยู่

พอใจในสื่งที่เรามี คนไทย มี 10 ใช้ 20 เเล้วมันจะเหลืออะไร เเล้วเมื่อใหร่จะรวย เเล้วก็บ่นว่า ไม่รวยสักที

คติประจำใจ คือ อยู่อย่างพอเพียง เเละพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 5 มิ.ย. 11, 18:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คนที่พูดไม่รู้เรื่องน่าจะเป็นคุณนะฮะมากกว่า ถ้าจะพูดถึงอดีตคุณน่าจะรู้ว่าความเหลื่อมล้ำในสังคมมันมีมาพร้อมๆกับการเกิดของโลก อย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่สัตว์ที่มีพลังและอำนาจมาก ย่อมได้บริโภคอาหารดีกว่าและมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ ไหนลองยกตัวอย่างมาให้ดูสักประเทศซิว่าในส่วนไหนของโลกที่ไม่มีทั้งคนจนและคนรวยรวมอยู่ในสังคมเดียวกัน ชนชั้น วรรณะ ความเหลื่อมล้ำในสังคมมีคู่มากับโลกและจะมีอยู่ต่อไปจนกว่าจะสิ้นโลก นี่คือสัจจธรรม

ส่วนตัวผมเองก็มาจากครอบครัวบ้านนอกที่ยากจน แต่ไม่งอมืองอเท้ารอความช่วยเหลือจากใคร เป็นคนสู้ชีวิต การมีร่างกายที่สมประกอบ ความคิดที่ไม่หยุดนิ่งคือพรสวรรค์ ทำงานหนัก ดิ้นรนแสวงหาโอกาสเพื่อตนเองด้วยตนเอง จนขณะนี้มีธุรกิจที่มั่นคงเป็นของตนเอง ถึงจะไม่ร่ำรวยติดอันดับโลกแต่ก็มีความสุขตามอัตภาพ ไม่ใช่การโอ้อวด เพียงแค่จะบอกว่าผมไม่ใช่หุ่นยนต์ที่รอให้คนอื่นมาโปรแกรมป้อนข้อมูลชีวิตให้อย่างคุณเท่านั้น q*073




q*062q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 5 มิ.ย. 11, 18:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณ คนไทยดีทรอยท์

เรากำลังคุยกันถึงความต่างศักยภาพของคนในประเทศไทย

ขอให้คุณจับประเด็นให้ถูก...อย่าเพิ่งไปพูดในวงกว้างหรือเป็นเอนกอนันต์จนเกินไป...

คุณอาจจะห่างวิถีชีวิตคนไทยด้วยจากไปไกลเป็นเวลานาน..

วันนี้คนไทยส่วนใหญ่กว่า 7-80 % ได้ครอบครองทรัพยากรในประเทศแค่ 20 %

แต่คนจำนวนน้อยกลับได้ครอบครองทรัพยากรส่วนใหญ่ถึง 80 %

ปัญหาช่องว่างและความเหลื่อมล้ำมันขึ้นสูงจนถึงขีดแดง ขั้นอันตรายแล้ว..

ดังนั้น การต่อสู้เรียกร้องมันจึงได้เกิดขึ้นแล้ว...

ตัวคุณเองอาจจะเอาตัวรอดได้เพราะมีโอกาส มีความมานะพยายาม แต่จะมีคนสักกี่คนที่สามารถดิ้นรนจนพ้นจากภาวะแห่งความยากจน ความกดขี่ เอารัดเอาเปรียบไปได้

นี่ผมกำลังพูดถึงปัญหาแบบตรงประเด็นของสังคมไทย..

คนมั่งมีก็มีซะจนล้นเหลือ..แต่คนอดอยากแร้นแค้นก็แทบไม่มีที่จะซุกหัว..

ที่ต้องตอกย้ำปัญหา.เช่นนี้ ก็หวังว่าจะให้สังคมไทยและประเทศไทยได้ก้าวพ้นจากคำว่าประเทศยากจนและกำลังพัฒนาซะที..

ผมห่วงลูกหลานไทยข้างหน้า..มากว่าตัวเองนะคุณ..

" การมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายนั้น มันก็สำคัญ แต่การเป็นบรรพบุรุษที่ดีนั้นย่อมสำคัญกว่า..."...!!!!!!![/
size] q*031q*039


คนรวยที่ครอบครองทรัพยากร80% ก็มีตระกูลที่คุณนะฮะชื่นชมด้วยใช่มั้ย?? ตระกูลอะไรน้า?? ชิน ๆๆ อะไรเนี่ยแหล่ะ q*020


ชาวนาที่มีเงินล้าน จากการทำนา สามารถซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ ไม่หลงใหลกองทุนหมู่บ้าน ไม่หลงใหลบัตรเครดิตเกษตรกร

ก็มีนะคุณนะฮะ q*073
ลองไปดูที่นี่ http://akelovekae.blogspot.com/2009/07/blog-post_29.html

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
thaidetroit
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 6 มิ.ย. 11, 03:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อย่าว่าเเต่ที่เมกาเลยค่ะ ที่ ฝรั่งเศสคนจรจัดเยอะเเยะ เหมือนกัน ตาม สนาณีรถไฟใต้ดิน จะเหนคนเหล่านี้นอน กันเกลื่อนไปหมด

จะนั้ง Taxi ก็ต้องระวังถ้าไม่รู้ทางก็จะขับ พาออ้มไปอ้อมมา จนได้ราคาพอสมควรถึงจะนำเราไปส่ง

ส่วนที่เยอรมัน ไม่ว่า ที่ Berlin frankfurt หรือตามเมืองใหญ่ๆก็มีขอทานเยอะเเยะ บ้างก็นั้ง เเละเขียนป้ายไว้ข้างๆ ว่า ไม่สบาย ป่วย ไม่มีเงินรักษา

บางทีก็เอาลาตัวเล๋กๆ มาผูกเอาไว้ เเล้วตัวเองก็มานั้งขอตังค์จากคนเดินผ่านไปผ่านมา บอกว่าจะเอาไปเป็นค่าเลี้ยงดูลา

ถ้าจะพูดถึงความเลื่อมล้ำของสังคม เเบ่งเเยกชนชั้น ไม่ว่าที่ใหนในโลกนี้ ก็มีกันทั้งนั้น

ที่พูดมานี้ จะบอกว่าไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยหรอกค่ะที่เจอปัญหา เเบบนี้ มันมีอยู๋ทั่วไป มีคนจนคนรวย เหมือนๆกัน

มันอยู่ที่ตัวเราเองมากกว่าว่า เราจะปรับการใช้ชีวืตของเราให้เข้ากับสภาพที่เป็นอยู่

พอใจในสื่งที่เรามี คนไทย มี 10 ใช้ 20 เเล้วมันจะเหลืออะไร เเล้วเมื่อใหร่จะรวย เเล้วก็บ่นว่า ไม่รวยสักที

คติประจำใจ คือ อยู่อย่างพอเพียง เเละพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่
ขอบใจน้องฟาง ที่ช่วยยืนยันกระทู้ คุณนะฮะท่าจะไม่ทราบว่าน้องฟางอยู่เยอรมัน ประเทศต้นกำเนิดของลัทธิที่คุณนะฮะไฝ่ฝัน ต้องการนำมาใช้กับสังคมไทย แต่ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมปรากฏให้เห็นอยู่ อย่างที่น้องฟางเล่าให้ฟัง

บรรดาเจ้าลัทธิที่พยามคิดค้นวิธีการต่างๆ เพื่อหาทางให้คนอยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาค ต่างประสพความล้มเหลวไม่เป็นท่ากันทุกคน ไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรือในอนาคต เพราะเป็นการฝืนกระแสธรรมชาติ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
thaidetroit
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 6 มิ.ย. 11, 04:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

Bill Gates มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดคนหนึ่งของโลก เคยกล่าวว่า "Lives suck, so quit complaining and start getting use to it."เกลาเป็นภาษาไทยว่า " ชีวิต ไม่เคยมีความพอดี หยุดตีโพยตีพายแล้วเผชิญกับมันต่อไป"

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 6 มิ.ย. 11, 08:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณ คนไทยดีทรอยท์

ปัญหาของสังคมมนุษย์มันมีอยู่ในทุกยุคทุกสมัยก็จริง แม้ในตำหรับตำราที่มีผู้คิดค้นทฤษฎีต่าง ๆ ขึ้นมานั้น มันก็เปรียบเสมือนการค้นคิดตัวยาต่าง ๆ เพื่อมารักษาโรคนั่นเอง

ลัทธิที่คุณว่ามา เจ้าของเขาก็คิดค้นขึ้นมาเพื่อจะแก้ปัญหาให้แก่สังคมมนุษย์นั่นแหละ เราจะมาสรุปว่ามันผิดหรือถูกต่อธรรมชาตินั้นคงไม่ถูกต้องเท่าไหร่( พวกนี้เขาเรียกว่าลัทธิแก้ หากปัญหามันหมดไปตรงไหน ลัทธิแก้ก็หมดสภาพไปตาม ก็เป็นปกติ หายป่วยไข้ แล้วจะกินยาทำไม..)

หากพูดในเชิงศาสนา หรือปรัชญา อำนาจที่มันก่อปัญหาให้แก่มนุษย์และสังคมมนุษย์นั้น มันก็เป็นอำนาจของฝ่ายต่ำ ฝ่าย ชั่ว หรือ ฝ่ายมารซาตานนั่นเอง...

หลวงตาแพร เยื่อไม้ แห่งวัดประยูรฯ ผู้แต่งนิยายเชิงธรรมะเรื่อง หลวงตา และเรื่องสั้นไว้มากมาย ท่านได้กล่าวไว้ว่า " โลกนี้มันเป็นเวทีแห่งการต่อสู้ระหว่างความดี กับ ความชั่ว หรือฝ่ายธรรมะ กับฝ่ายอธรรม "

การแก้ไข คือการคิดเชิงสร้างสรรค์ คิดแบบมนุษย์ที่เรียกตนเองว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ โดยใช้หลักความดี ความงาม ความมีเมตตาซึ่งกันและกันมาเป็นฐาน นี่คือ ความชาญฉลาดของสังคมมนุษย์

หากทุกคนปล่อยให้สังคมเลื่อนไหลไปตามยถากรรม ระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ใครจนก็จนไป ใครร่ำรวยก็รวยไป อย่างไร้อารยธรรม ไร้จริยธรรม นั่นคือ กลียุค หรือมีสภาพความเป็นเดรัจฉานสุด ๆ สัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็ก ดังนั้น ความสงบสุข สันติจะเกิดมาจากไหน และภาวะวิกฤติย่อมจะเกิดขึ้นมาแบบไม่มีวันสิ้นสุด..!!!!

( ปล. คุณคนไทยดีทรอยท์ ที่คุณเข้าใจว่าผมไม่รู้จักคุณฟางว่าอยู่ GMN.ผมว่าคุณคงเพิ่งเข้ามาในเว็บฯสนุกละมั้ง..ฮ่า ๆ..อีกหน่อย คุณ..มนุษยืสามารถจะทนหิว ทนร้อน ทนหนาวได้สารพัด แต่สิ่งที่มนุษย์ทนได้ยากสุด ๆ ก็คือ การถูกกดขี่ การข่มเหงรังแก การเอารัดเอาเปรียบและความอยุติธรรม...!!!!!! )
q*031q*032q*033q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 6 มิ.ย. 11, 14:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความเห็นของคุณนะฮะ เป็นเช่นเดียวกับคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ที่คล้ายถูกป้อนโปรแกรมใส่เข้าไป ที่สำคัญความเห็นที่แสดงบ่งบอกว่าไม่เข้าใจวิถีชีวิตและสภาพความเป็นจริงของคนจรจัดในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่อเมริกา...แต่ท่านก็ยังถกเถียงด้วยความรู้และความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

ทราบหรือไม่ว่าทำไมชาวเมริกัน ถึงชอบไปใช้ชีวิตและแต่งงานอยู่ในประเทศแถบเอเชีย เช่น ที่เมืองไทย??? เพราะแค่เงินเกษียณประมาณ $500/เดือน แค่ค่าเช่าบ้านยังไม่ได้เลย คนอเมริกันที่รวยๆหรือคนในชนบทเท่านั้นที่พอจะมีปัญญามีบ้านเป็นของตนเอง เพราะหากมีบ้านเป็นของตนเองแล้ว ยิ่งมีพื้นที่มาก ราคาสูงก็ยิ่งต้องจ่ายภาษีแต่ละปีสูงมากๆ ที่สำคัญต้องจ่ายภาษีสังหาริมทรัพย์นี้ตลอดชีวิตตราบที่ยังเป็นเจ้าของอยู่
ดังนั้น คนจรจัดส่วนหนึ่งเป็นคนจิตไม่ปกติจริง แต่เหตุที่จิตไม่ปกติก็มาจากหลายสาเหตุ เช่น การตกงาน(5-10%) การเสพสิ่งเสพติดมากเกินไป กัญชาที่อเมริกาสูบได้ไม่ผิดกฎหมาย ถือว่าเป็นสมุนไพร(Herb) ปัญหายาเพติดอื่นๆก็เยอะ รัฐบาลหาทางเรียกเก็บเงินจากผู้มีรายได้แถบทุกวิถีทาง เขาจะแยกหน่วนงานที่จะเรียกเก็บเงินภาษีอะไรต่อมิอะไรจนหน้ามืดทุกปี ยิ่งช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจยังไม่กระเตื้อง เงินอุดหนุนคนจรจัด คนตกงานก็ล่าช้าและลดงบประมาณลง...ที่พักคนจรจัดและสถานรับรักษาคนติดยาและคนจิตไม่ปกติ ถูกลดจำนวนลงกว่าเมื่อหลายๆปีก่อน...คนกลุ่มนี้จึงมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเปรียบเทียบกับเมืองไทย ความแตกต่างเรื่องการถูกเอารัดเอาเปรียบมากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วก็จริง แต่นั่นก็เกิดจากลักษณะนิสัยและคุณภาพของประชาชนคนไทยที่เกื้อกูลซึ่งกันและกันทำให้กลไกการเอารัดเอาเปรียบและกดขี่คนด้อยโอกาสมันกลายเป็นปัญหาที่ฝังรากลึก...ไม่ใช่เพิ่งมารู้สึกเอาแค่ไม่กี่ปีมานี้ แล้วออกมาโวยวาย....อย่ายอมให้อำนาจมืดมาครอบงำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่อย่าเทียวว่าใครต่อใครว่าเป็นพวกอยู่ในเงามือ ส่วนตนเองยืนในที่สว่าง...

จขกท. สอนมุมมองเชิงบวกให้ท่าน ซึ่งเป็นถึงอาจารย์ น่าจะจับประเด็นและเจตนาของ จขกท.ได้ไม่ยากหากเปิดใจรับฟังความเห็น ปัญหาย่อมมีทางออกอาจด้วยการลงมือแก้ไข หรือแค่ปล่อยให้กาลเวลาเป็นตัวแก้ไข...อย่ามองแต่ด้านมืดเพียงด้านเดียว เพราะมัวแต่คิดว่าตนเองอยู่ด้านสว่าง ลองเอาตัวเองไปอยู่ด้านมืดแล้วมองออกมาบ้าง..หัวใจและความคิดท่านจะมองเห็นด้านดีๆอีกมาก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 6 มิ.ย. 11, 14:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบใจน้องฟาง ที่ช่วยยืนยันกระทู้ คุณนะฮะท่าจะไม่ทราบว่าน้องฟางอยู่เยอรมัน ประเทศต้นกำเนิดของลัทธิที่คุณนะฮะไฝ่ฝัน ต้องการนำมาใช้กับสังคมไทย แต่ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมปรากฏให้เห็นอยู่ อย่างที่น้องฟางเล่าให้ฟัง

บรรดาเจ้าลัทธิที่พยามคิดค้นวิธีการต่างๆ เพื่อหาทางให้คนอยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาค ต่างประสพความล้มเหลวไม่เป็นท่ากันทุกคน ไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรือในอนาคต เพราะเป็นการฝืนกระแสธรรมชาติ

ไม่เป็นรัยค่ะ ฟาง ยืนดีอย่างยิ่ง ไม่อยากให้คนไทยเราเข้าใจผิด คืดเเต่ว่าที่ๆเจริญเเล้วอะไรจะดืไปหมด คนเยอรมัน ส่วนมากจะเป็นพวกที่ดูกถูกคนอื่นมากถึงมากที่สุด เเละเห็นเเก่ตัวมาก

เเต่นั้นมันก็ไม่เกี่ยวกับเรา

อยากจะถามคนไทยทุกคนว่า ถ้าอยากให้บ้านเรา เอาอย่างเค้าเราจะยอมรับกฏระเบียบเเละปฏิบัต อย่างเคร่งครัดได้มั้ย คนไทยชอบอิสระไม่ใช่เหรอ

ประเทศไทยเรามีดีเยอะเเยะทำไมเราไม่มองตรงนั่นกันมั้ง จงภูมิใจกันเถอะค่ะ ถ้าไม่มีเหตุการ์ณที่ผ่านมา บ้านเรานี้น่าอยู่ที่สุดเเล้วค่ะ
บางอย่างที่เค้าไม่มีเเต่เรามี บางอย่างที่เค้ามีเเต่เราไม่มี มันเปฺนธรรมดาค่ะจะให้ได้ ดั้งใจเราทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้หรอก

ฟางอยู่เยอรมันมาหลายปี เจอคำถามซ้ำๆ บ่อยมากว่า (เธอมาทำอะไรที่นี้ บ้านเมืองเธอน่าอยู่ขนาดนั้น) ฝรั่งเค้ายังมองบ้านเราน่าอยู่เเล้วเราละคะ สิ่งดีๆของเรามีเยอะเเยะ มองบวกกันมั่งอย่ามองเเต่ลบ

ส่วนนะฮะเค้ารู้จักฟางมานานเเล้วค่ะเค้่ารู้ว่าฟางอยู่ใหน
http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:G4BK1OcHFvsJ:webboard.news.sanook.com/forum/3149342__quot%3Faction%3Dsearch%26board%3D1+%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B8%87mimi123510+%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%A2&cd=2&hl=de&ct=clnk&gl=de&source=www.google.de จากกระทู้นีค่ะ เเต่ก็เคลียร์กันเรียบร้อยเเล้วค่ะ เหตุเพราะกระทู้นีเเหละค่ะ เลยพักหลังไม่ค่อยได้โต้ตอบกันเท่าใหร่

ยินดีค่ะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนไทย ใน ottawa
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 7 มิ.ย. 11, 03:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่าว่าแต่เมกาเลยค่ะที่กรุงออตาว่าประเทศแคนาดาก็มีคนจรจัดก็เยอะแต่พวกเค้ามีบ้านของรัฐให้อยู่ มีข้าวให้กิน หน้าหนาวก็มีที่นอน รัฐบาลของประเทศนี้เค้าไม่สามารถปล่อยให้คนตายได้โดยที่ไม่มีการช่วยเหลือ ..ประเทศถึงไม่ร่ำรวยแต่มีการจัดสรรที่ดี ...อยู่ที่นี่นานรู้เห็นอะไรมากมายแล้วก็เปรียบเที่ยบกับเมืองไทย ..บ้านเรายังห่างความเจริญกว่าเขามากมาย ..บ้านเราเจริญแต่วัตถุแต่จิตใจไม่ได้เจริญตาม น่าจะให้ผู้มีอำนาจปกครองประเทศมาเรียนรู้และดูในวงกว้างๆว่าเขาทำกันอย่างไรประเทศเขาถึงได้สงบสุขทั้งๆที่ภาษีแพงมาก..ฉันอยู่ที่นี่มีกิจการเล็กๆเสียภาษีปีหนึ่งคิดเป็นเงินไทย เกือบ 1 ล้าน แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้กดดันอะไร และสิ่งหนี่งที่จะบอกคือเวลาเจ้าหน้าที่เค้าไปตรวจหรือสำรวจอะไรในกิจการของคุณ แล้วเราเอาน้ำเย็นให้เค้าดื่มสักแก้ว เขาจะไม่รับของคุณนะ ไม่ใช่เค้ารังเกียจแต่เขา ปกป้องตัวเองต่อคำครหา เพราะถ้ามีคนรู้เห็นไปฟ้องเจ้านายหมายถึงอนาคตในหน้าที่การงานของคุณหมดลงทันที

น่ายกย่องระบบของเขานะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 7 มิ.ย. 11, 13:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณ คนไทยในออตตาว่า

โอ..ระบบราชการของเขาน่ายกย่องจริง ๆ นะ

แต่ขอโทษที..ส่วนหนึ่งของระบบราชการเรายังแหลกเละ ด้วยการกินสินบาทคาดสินบน หรือมองเห็นประชาชนเป็นเหยื่อยังไม่หมดสิ้นไป

ไม่ว่าองค์กรใด ๆ ก็เอาไม่อยู่หรอก.สำหรับประเทศไทย ตอนนี้ สตง. (สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน)หรือ ปปช. ( สำนักงานปรายปรามการทุจริตแห่งชาติ)ต่างก็ท้อจนไม่รู้จะท้ออย่างไงแล้ว.....(ผมได้ร่วมงานกับหน่วยงานเหล่านี้มานานนับสิบปี ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในระบบราชการไทยมีแต่จะรุนแรงขึ้นทุกวัน..แทบจะมองไม่เห็นแสงสว่างจากปลายอุโมงค์เลยล่ะคุณ...)

หากไม่มีการปฏิรูประบบคุณธรรม จริธรรมกันจริงๆ ลำบากนะคุณประเทศไทย....

โดยรวมแล้วประเทศไทยไม่ได้ยากจนในสินทรัพย์หรือภูมิประเทศทรัพยากรในด้านต่าง ๆ อะไรเลยนะคุณ..เพียงแต่มันจนใจตัวเองเท่านั้น ( จนตรงที่ปล่อยให้อำนาจฝ่ายต่ำ ฝ่ายมาร ซาตาน มันเข้าครอบงำจิตใจ จนแทบหมดสิ้น..)

ขอบคุณที่แชร์ข้อมูลทางแคนาดามาสู่กันฟัง.....!!!!!![/
color] [/size] q*032q*033q*039q*062
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 7 มิ.ย. 11, 13:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้อ่านข้อมูล ของหลายๆประเทศ มันก็ไม้ได้ต่างกับแค่ไหน อย่างที่คุณ คนไทยดีทรอยท์ พูดก็ถูก พวกคน จรจัด มากมาย โดย เฉพาะ เมืองไหญ่ๆ และที่คุณ คนไทย ในออตตาว่า พูดก็ใช่ครับ และคุณคิดว่าเมืองไทย ไม่มี ช่วย เหลือหรือครับ เมืองไทยก็มีการช่วยครับ เป็นแต่เพียงว่า มันยังไม่พอเพียง เรามีบ้านพักคนชรา สถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้า และก็เหมือนที่ คานาดามี นั่นแหละครับ ไม่มีประเทศไหนปล่อยให้ ประชาชน ลำบากหรอกครับ และเมืองไทยยังมี หน่วยพิเศษ อีกหน่วยที่ แคนาดาไม่มีครับ คือหน่วย พิเศษ จาก เบื้องบน คงไม่ต้อง เอาผู้บริหารประเทศ ไปเรียนจาก แคนาดา หรอกครับ และก็เรื่องที่ สาธารณสุข มาตรวจร้านนะครับ คุณคิดว่า หน่วยงานในเมืองไทย เขาอณุญาติ ให้พนักงาน รับสินบน หรือครับ นั่นมันเป็น ความชั่ว ของแต่ ล่ะคน ผมไม่เห็นว่า เมืองไทยเราแย่อย่างที่คุณคิดหรอกครับ รักเมืองไทย ก็อย่าว่า ประเทศไทย ว่าคนที่ไม่รักษากฏชิครับ ขอบคุณครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 7 มิ.ย. 11, 15:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียนท่าน powerfull2010

อ้างถึง " เพราะแค่เงินเกษียณประมาณ $500/เดือน แค่ค่าเช่าบ้านยังไม่ได้เลย คนอเมริกันที่รวยๆหรือคนในชนบทเท่านั้นที่พอจะมีปัญญามีบ้านเป็นของตนเอง "

จริงอยู่ที่คนอเมริกันที่รวยเท่านั้นสามารถเป็นเจ้าอสังหาริมทรัพย์ได้ แต่นั่นก็เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก ไม่ได้หมายความว่าราคาของที่ดินหรือบ้านในอเมริกาแพงจนคนธรรมดาไม่สามารถซื้อหามาเป็นเจ้าของได้ และคนชนบทที่ไม่ได้ครอบครองที่ดินเป็นของตนเองก็ยังมีอยู่จำนวนหนึ่ง

ข้าพเจ้าเคยอยู่แถวนี้ ตอนนั้นราคายังไม่โดดเท่านี้ ( ประมาณปี คศ. 1999 ) แต่ปัจจุบันดูเหมือนราคาขยับขึ้นไปมากแล้ว ยังมีที่แพงกว่านี้อีก เช่น เมือง Newport Beach หรือ Laguna Beach ในแถบใกล้ชายฝั่งทะเล และ Pacific Palisade หรือ San Clemente ในใจกลาง county ท่านสามารถลองเปรียบเทียบราคาดูเองได้

http://www.trulia.com/real_estate/92612-Irvine/

สำหรับในชนบท เนื่องจากอเมริกาแบ่งผังเมืองออกตามการใช้งาน จึงไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องการจัดมูลค่าภาษีให้ตรงกับมูลค่าของทรัพย์สิน เช่น ในโซนเมืองก็ยังมีแบ่งเป็น industrial zone สำหรับทำโรงงาน บริษัท ประกอบกิจการ มูลค่าก็จะต่างกับ residential zone ที่สำหรับจัดสรรบ้าน ปลูกคอนโด อพาร์เม้นท์ อัตราภาษีในสองโซนนี้ก็จะแตกต่างกัน

อ้างถึง " เพราะหากมีบ้านเป็นของตนเองแล้ว ยิ่งมีพื้นที่มาก ราคาสูงก็ยิ่งต้องจ่ายภาษีแต่ละปีสูงมากๆ ที่สำคัญต้องจ่ายภาษีสังหาริมทรัพย์นี้ตลอดชีวิตตราบที่ยังเป็นเจ้าของอยู่ "

รายละเอียดของการคำนวนภาษีแบบอเมริกาอยู่ที่นี่ครับ

http://en.wikipedia.org/wiki/Property_tax_in_the_United_States

และเท่าที่ทราบ ภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนเป็นภาษีมาตราฐานทั่วโลก รัฐบาลในเกือบทุกระบบการปกครองใช้ระบบที่คล้ายคลึงกันในการเก็บภาษีแบบนี้และเป็นระบบที่คาดคิดไว้แล้วว่ามูลค่าภาษีสมเหตุสมผล อย่างไรก็ดี เช่นเดียวกันกับในประเทศไทย ถ้าภาษีแพงมาก ผู้มีหน้าที่ชำระภาษีสามารถโต้แย้งได้ โดยขอให้มีการประเมินภาษีใหม่

โดยมาก ภาษีของสิ่งที่เป็นอสังหา หรือสิ่งปลูกสร้าง หรือส่วนที่เป็นทรัพย์สินที่สามารถนำมาคำนวนภาษีได้ จะลดลงทุกปีเพราะค่าเสื่อม มีแต่ภาษีที่ดินเท่านั้นที่ค่อนข้างจะคงที่ และถ้ามีการขึ้นค่าภาษี ก็เป็นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการใช้ประโยชน์จากที่ดินโดยเจ้าของที่ดินเอง ในกรณีนั้นก็ต้องมีการระบุกันว่าผู้ได้รับผลประโยชน์คือใคร

อย่างสุดท้ายคืออัตราการเก็บภาษีไม่ได้เป็นอัตราแบบก้าวกระโดด เพราะเงินภาษีที่ได้มาจากการเก็บค่าภาษีที่ดินถูกจัดสรรให้เข้าไปอยู่ในระบบงบประมาณ สำหรับดับเพลิง หน่วยฉุกเฉินต่างๆ แต่จะไม่ได้ถูกจัดสรรเข้าในงบประมาณของการบำรุงรักษาถนน ทางหลวง ฟุตบาธ ต้นไม่ข้างทาง ฯลฯ เพราะตรงนั้นมีงบประมาณสองส่วนที่คอยคุมอยู่แล้ว ( ภาษีรายได้และค่าส่วนกลางจากเจ้าของบ้าน )

ตามที่ท่านกล่าว ทำให้ฟังดูเหมือนว่า ค่าภาษีมีแต่จะสูงขึ้น เป็นภาระทางการเงินที่มีแต่ผู้มีรายได้สูงหรือรวยอยู่แล้วเท่านั้นที่สามารถครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ เหมือนกับว่า ซื้อได้ก็เก็บไว้ไม่ได้ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง แม้แต่ในประเทศไทยเองก็ยังมีความแตกต่างระหว่างที่ดินในกรุงเทพและต่างจังหวัด ต่างประเทศก็มีความแตกต่างมากมายเช่นกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 7 มิ.ย. 11, 15:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ้างถึง " การตกงาน(5-10%) "

อัตตราการว่างงานในปัจจุบัน ต่างกันอย่างมากระหว่างรัฐต่อรัฐ แต่โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณ 12-15 % อัตราการตกงานนั้นไม่สามารถคำนวนออกมาให้เป็นตัวเลขที่สามารถอ้างอิงได้ เพราะอเมริกาโดยปกติมี turn over ratio ค่อนข้่างสูง คือคนเปลี่ยนงานกันบ่อย จะวัดว่าถูกไล่ออก ลาออกเอง เปลี่ยนงานใหม่ ต้องแยกประเภทกันไป เหมารวมว่าตกงานอย่างเดียวไม่ได้

อ้างถึง " กัญชาที่อเมริกาสูบได้ไม่ผิดกฎหมาย ถือว่าเป็นสมุนไพร(Herb) "

กัญชาเป็นสารเสพติดที่ผิดกฎหมายในอเมริกา ( ผู้อ่านกระทู้กรุณาอย่านำกัญชาไปสูบในอเมริกา ) แต่รูปแบบของกัญชาและระวางความผิดต่างกันไปในแต่ละรัฐ กรุณาศึกษาข้อมูลกฎหมายในเข้าใจ กัญชาถูกกฎหมายในบางประเทศในยุโรป และเฉพาะในบางรูปแบบเท่านั้น กรุณาศึกษาหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ

http://www.usmarijuanalaws.com/

ขอให้ท่านทำการศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องก่อนนำมาเผยแพร่ จะได้ไม่เกิดความเข้าใจผิด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 7 มิ.ย. 11, 19:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอพูดด้วยคนนะครับ
กัญชาสุบได้ไม่ผิดกฏหมายในอเมริกาก็ถูกครับ เพราะว่ามีคนบางจำพวก ที่หมอ อณุญาติให้สูบได้ และก็มีคนจำพวกนี้ไม่น้อย แต่ถ้ากับคนทั่วไป อย่างเราๆ ก็ถือว่าผิดครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 7 มิ.ย. 11, 19:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณ (just1guy) คุณไม่เข้าใจประเด็นที่คุณ powerfull พูดนะครับ เธอบอกว่า ทำไมพวก ฝรั่งถึงชอบไปอยู่ทางแถบ เอเชีย เพราะว่าเงิน แค่ 500 เหรียญ นะครับไม่พอแม้แต่ค่าเช่าบ้าน ไม่ได้หมายความว่า คนจนไม่มีสิทธิ์ ชื้อได้ หรือชื้อได้ ก็เอาไว้ไม่ได้ แต่เธอหมายความว่า เงิน500ถ้าอยู่อเมริกาค่าเช่าบ้านยังไม่พอ แต่ถ้าไปอยุ่ ฟิลลิปปินล์ (ไม่ใช่เมืองไทย) เงิน 500 ก็จะเป็นเกือบ 25.000 นะครับ ทำให้เขาพวกนั้น หาเมียสาวๆได้ และอยู่ได้สบายไงครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 7 มิ.ย. 11, 20:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียนท่าน sirikan2009

ข้าพเจ้าไม่ได้โต้แย้งถึงเจตนารมณ์ของท่าน powerfull2010 เกี่ยวกับโพสท์ของท่าน ประเด็นที่ท่าน powerfull2010 นำเสนอค่อนข้างชัดเจน ( ละเว้นไว้ซึ่งรายละเอียดของเนื้อหา ) โพสท์ของท่านมีสาระ และแง่มุมของท่านมีความน่าสนใจ ควรค่าแก่การน่ำเสนออละถกเถียงอย่างสร้างสรรค์

อย่างไรก็ดี จุดที่ข้าพเจ้าขัดแย้งคือรายละเอียดของเนื้อหา เช่น เรื่องเกี่ยวกับกัญชา ว่าในความจริงแล้ว ไม่ใช่มีการยกเว้นให้สูบกัญชาตามอาชีพ หรือใครจะมีสิทธิพิเศษในการครอบครองกัญชา แต่เป็นไปตามกฎหมายของแต่ละรัฐที่ระบุในรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป กัญชายังคงเป็นสารเสพติดที่ผิดกฎหมาย ทั้งครอบครอง ซื้อขาย

ข้อยกเว้นเพียงประการเดียว คือกรณีที่ท่านเป็นผู้ป่วยที่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรัง อาจจะมีอาการแทรกซ้อนของความผิดปกติต่างๆ ( นอนไม่หลับ ไมเกรน สภาพจิตใจที่แปรปรวน ฯลฯ ) ท่านจะต้องได้รับการบำบัดด้วยตัวยาประเภทอื่นมาแล้ว ( ยาที่หมอสั่ง prescription drugs ) และต้องมีประวัติการเจ็บป่วยเป็นเวลาหลายปี

ท่านจะได้รับการแนะนำให้ไปหาหมอที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนมากจะอยู่ตามคลีนิค ซึ่งสถานพยาบาลเหล่านี้ได้รับอณุญาตให้จำหน่ายกัญชาได้ตามกฎหมาย โดยประวัติผู้ป่วยจะถูกส่งให้กับกรมอะไรสักอย่าง จำไม่ได้แล้ว เพื่อการพิจารณา และอนุมัติ ท่านจะได้รับใบอนุญาตให้ซื้อ ใช้ ( สูบ ) และครอบครองกัญชาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่าย และใช่ หมอบางคนก็เป็นคนไข้ซะเอง ท่านไปซื้อหาเอาเองตามซอยเปลี่ยวๆ หรือมุมมืดๆไม่ได้ ปริมาณการใช้ก็ต้องอยู่ในความควบคุม และเท่าที่ทราบ ทั้งหมดนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ 2005 นี้เอง ในปี 2008 บางรัฐยังมีเอกชนออกมาโต้แย้งเกี่ยวกับคุณสมบัติที่แท้จริงของกัญชาอยู่เลยว่ามีคุณสมบัติทางการแพทย์จริงหรือไม่

ข้าพเจ้านำเสนอข้อมูลเหล่านี้ เนื่องจากว่าการที่มีความไม่ตรงกับความเป็นจริงในโพสท์ของท่าน powerfull2010 อาจจะทำให้มุมมองที่มีต่อประเด็นของข้อถกเถียงผิดเพี้ยนไป และความเป็นจริงที่ว่าข้อมูลบางข้อมูลส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างมากมาย อาจจะส่งผลต่อการกระทำของบุคคลให้หมิ่นเหม่ต่อข้อกฎหมาย

แน่นอนว่าข้าพเจ้ารู้ว่าคงไม่มีหมอคนไหนอ่านโพสท์นี้เสร็จแล้ว แล้วรีบจองตั๋วเครื่องบินไปอเมริกาเพื่อไปซื้อกัญชาสูบ ( และในโลกแห่งความเป็นจริง ไปไกลขนาดนั้นทำไม แถวๆนี้ก็มี ) แต่อาจจะทำให่ใครบางคนที่อยู่ในอเมริกาอยู่แล้วได้ไอเดียอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกไม่ควรนัก

ข้าพเจ้าเข้าใจประเด็นเรื่อง 500 เหรียญตามที่ท่าน powerfull2010 โพสท์ไว้ ข้าพเจ้าแย้งเพราะรายละเอียดของเนื้อหาทำให้มีความรู้สึกว่า ราคาบ้านมันห่างไกลเกินฝันเหลือเกิน และเป็นผลให้มีความรู้สึกว่า 500 เหรียญที่ฝรั่งนำมาใช้ชีวิตในเมืองไทยมีค่ามากมายเหลือเกิน ใช้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เหลือเฟือ มีความเป็นอยู่อย่างสำราญ

ในความเป็นจริง 500 เหรียญมันแค่ 15000 -20000 บาทเท่านั้นเอง ใช่ คนไทยธรรมดาทั่วไปอยู่ได้อย่างสบายด้วยเงินจำนวนนี้ ข้าพเจ้ารู้จักบางคนที่เลี้ยงครอบครัว ลูกสองด้วยเงินจำนวนประมาณนี้ แต่สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยเงินจำนวนนี้คงไม่มหาศาลอย่างที่ท่านคิด

ไหนจะกฎหมายห้ามการมีกรรมสิทธิ์ครอบครองอสังหา ( เช่าได้อย่างเดียว ) ไหนจะอาหารการกิน ( สังเกตุดูคนญี่ปุ่นซื้อกับข้าวที่ วิลล่า ท็อบส์ และซุปเปอร์มารเก็ตชั้นสูง ไม่ค่อยเห็นเดินตามตลาดนัดหรือตลาดสดเนอะ ) ไหนจะค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตประจำวัน ค่าแอร์ ค่าอินเตอร์เน็ต บวกเข้าไปกับเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ค่าโรงพยาบาล ( ไปได้แต่โรงพยาบาลเอกชน )

ไหนจะเวลาไปชอปปิ้งซื้อของ ผู้ขายส่วนมากก็บอกราคาผ่านเพราะเห็นว่าเป็นชาวต่างชาติ เวลาไปเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวส่วนมากก็มีสองราคา ราคาคนไทยกับต่างชาติ การที่ท่าน powerfull2010 ละเลยในรายละเอียด ส่งผลให้มีการขยายความในมูลค่าของ 500 เหรียญมากเกินไป ( เมื่อเทียบกับเวลาที่ท่าน powerfull2010 พูดถึงราคาบ้าน )

นี่จึงเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าออกมาชี้แจง ผิดถูก ไม่เห็นชอบประการใดล้วนแล้วแต่ท่านเป็นผู้พิจารณา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ham
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 9 มิ.ย. 11, 08:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าคนรู้จักคำว่าพอเพียง คุณจะไม่มีวันเป็นหนี้ ถามว่ทำไมชาวนามีหนี้ ตัวฉันเป็นชาวนาฉันเห็นมาด้วยตาตั้งแต่เล็ก จนโตเมื่อก่อนใช้ควายแต่ตอนนี้ใช้รถไถเมื่อก่อนเกียวข้าวด้วยมือ แต่ตอนทำไม่ได้ต้องรถเกี่ยวเท่านั้น เมื่อก่อนเดินไปทำนา แต่ตอนนี้กระบะ-มอไซด์ จักรยานยังไม่ปั่นกันเลย แล้วสิ่งของเหล่านี้ราคาสูงมาก ทำไงถ้าอยากได้ เชื่อมั๊ยไปกู้มาซื้อ ลูกมี3คน ก็มอไซด์คนละคัน ถามหน่อยไปยืมมาเพราะอยากมีเหมือนคนอื่น แตไม่เคยคิดว่าเราจะทำอยางไรให่ไช้หนี้ให้หมด หน้าทำนาหมดก็เล่นไพ่ ไม่มีอะไรงอกเงย ยืมต่อธกส.กะสหกรณ์ไม่ได้ ก็กระแสรายวัเมื่ก่อนหมู่บ้านสงบมากแต่ตอนนี้มอไซด์เก็บหนี้ว่อน ถ้าคุณอยู่กับควายไถนากะมือเกี่ยวข้าว กะขาที่เดินไปทำนาอย่างเมื่อก่อนคุณทุกคนก็จะปลอดหนี้ แต่ดิฉันได้ยินเค้าพูดว่า ก็ฉั้นอยากให้ลูกๆฉันได้อย่างลูกคนอื่นก็เลยซื๊อมันคนละคัน q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 9 มิ.ย. 11, 17:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบ #28 เมื่อ: วันนี้ 08:25 น
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ถ้าคนรู้จักคำว่าพอเพียง คุณจะไม่มีวันเป็นหนี้ ถามว่ทำไมชาวนามีหนี้ ตัวฉันเป็นชาวนาฉันเห็นมาด้วยตาตั้งแต่เล็ก จนโตเมื่อก่อนใช้ควายแต่ตอนนี้ใช้รถไถเมื่อก่อนเกียวข้าวด้วยมือ แต่ตอนทำไม่ได้ต้องรถเกี่ยวเท่านั้น เมื่อก่อนเดินไปทำนา แต่ตอนนี้กระบะ-มอไซด์ จักรยานยังไม่ปั่นกันเลย แล้วสิ่งของเหล่านี้ราคาสูงมาก ทำไงถ้าอยากได้ เชื่อมั๊ยไปกู้มาซื้อ ลูกมี3คน ก็มอไซด์คนละคัน ถามหน่อยไปยืมมาเพราะอยากมีเหมือนคนอื่น แตไม่เคยคิดว่าเราจะทำอยางไรให่ไช้หนี้ให้หมด หน้าทำนาหมดก็เล่นไพ่ ไม่มีอะไรงอกเงย ยืมต่อธกส.กะสหกรณ์ไม่ได้ ก็กระแสรายวัเมื่ก่อนหมู่บ้านสงบมากแต่ตอนนี้มอไซด์เก็บหนี้ว่อน ถ้าคุณอยู่กับควายไถนากะมือเกี่ยวข้าว กะขาที่เดินไปทำนาอย่างเมื่อก่อนคุณทุกคนก็จะปลอดหนี้ แต่ดิฉันได้ยินเค้าพูดว่า ก็ฉั้นอยากให้ลูกๆฉันได้อย่างลูกคนอื่นก็เลยซื๊อมันคนละคัน
------
คุณแสดง ความคิดเห็น ได้ สะใจจริงๆ แต่ผมสงสัยว่า คนที่คิด อย่างคุณ แล้วก็ทำอย่างคุณ มัมีหลายคนไหมเนี๊ยะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม