หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กู้แบงค์กสิกรไทย  (อ่าน 1454 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 7 เม.ย. 11, 17:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ผมได้ไปทำเรื่องกู้เงินซื้อที่ สร้างโรงงาน ที่ธ.กสิกรไทย สาขาอยู่ไกล้พุทธมณฑลสาย 2 ตอนไปติดต่อก็เอาแค่เอกสาร ครบแล้วก็ไม่มีอะไร รอคำตอบผ่านไป ประมาณ 1 เดือน โทรมาบอกว่าคุณ มีบัตรเครดิต อะไรอยู่บ้าง ให้ไป ยกเลิกให้หมด
คนจะกู้ แบงค์ ผมต้องไม่มีบัตรอะไรเลย ไม่มี หนี้สิน แล้วทำไมตั้งแต่แรกไม่บอก หรือว่าคนที่จะกู้แบงค์นี้ ต้องเป็น พวก พ่อค้ายา ไม่มีรายจ่าย มีแต่ รายรับหรอ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 7 เม.ย. 11, 17:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วอย่างนี้จะเอาเงินที่ไหนไปปิดล่ะ บ้านรถ รวมกันเกือบ ล้าน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 7 เม.ย. 11, 17:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เดี๋ยวพรุ้ง นี้ จะไปปิด บัญชีเงินฝาก ธ.กสิกรไทย เป็นแบงค์ แรกเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 3 มิ.ย. 11, 10:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนที่ 1/10
- ต้นปี2552 ผมขอวงเงินสินเชื่อเพิ่ม จากธนาคารกสิกรไทย ปลายปี2552 เจ้าหน้าที่แจ้งผมว่าเรื่องสินเชื่อไม่มีปัญหา แต่ขอให้ใช้เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินแทนวงเงินโอดี เวลาจะใช้ต้องเอาเอกสารไปขอเบิกเงินที่ธนาคาร เนื่องจากธนาคารจะควบคุมการใช้เงินได้ง่าย ผมจึงตอบตกลง
ขณะที่รออนุมัติวงเงินเจ้าหน้าที่สินเชื่อได้แนะนำผมว่า หากผมต้องการใช้เงินด่วนสามารถใช้วงเงินกู้ ที่ผมผ่อนพร่องไป 3 ล้านบาทแล้วได้ 1.5 ล้านบาท แต่พอผมจะใช้เงินกลับบอกว่าใช้ไม่ได้แล้วเพราะเกินเวลาที่กำหนด ทั้งที่เวลาพึ่งผ่านไปเพียงแค่ 10 วัน
ต่อมาวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2552 ธนาคารกสิกรไทยได้อนุมัติสินเชื่อให้ผม 2.2 ล้านบาท เพื่อซื้ออาคารพาณิชย์ด้อยคุณภาพ ที่ธนาคารกสิกรไทยยึดไปจากลูกหนี้และบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทยประมูลซื้อไปได้ การปล่อยสินเชื่อครั้งนี้ธนาคารกสิกรไทย ปล่อยสินเชื่อให้เต็มจำนวนของราคาซื้อขาย(100%ไม่ต้องดาวน์) และแจ้งผมว่าอ้างว่าการปล่อยสินเชื่อในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อที่ขอไปเมื่อต้นปี 2552

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 3 มิ.ย. 11, 10:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนที่ 7/10
- วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2553 เวลา 19.00 น. มีเจ้าหน้าที่ปรับโครงสร้างหนี้และผู้จัดการบริหารหนี้รวม 3 ตน เข้ามาพบผม ทั้งสามคนเข้ามาโน้มน้าวให้ผมปรับโครงสร้างหนี้ อ้างว่าผู้บริหารหน่วยสินเชื่อแจ้งไปว่าผมอยากปรับโครงสร้างหนี้ ผมจึงแจ้งทั้งสามไปว่า ผมไม่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้เพราะผมเป็นลูกหนี้ชั้นดี แต่ผมต้องการไถ่ถอนที่ดินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้คืนธนาคารกสิกรไทยและลดภาระหนี้ ส่วนเงินที่เหลือจะนำมาเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ ทั้งสามจึงพูดว่า “ไม่น่าโยนเผือกร้อนมาให้เลย” ขณะที่นั่งคุยเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งสามแจ้งให้ผมทราบว่า ที่นัดโอนกันวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2553 โอนไม่ทันแน่นอนเพราะเรื่องผมถูกโอนมาหน่วยปรับโครงสร้างหนี้เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2553 แฟ้มเรื่องยังไม่มา ถึงให้เลื่อนไปวันที 9 สิงหาคม พ.ศ.2553 ก็ไม่ทัน วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2553 ก็ไม่รู้จะทันหรือเปล่าเพราะแฟ้มเรื่องไม่มี ใครจะกล้าเซ็นอนุมัติไถ่ถอนให้ เขายืมมือเรา ก่อนกลับรับปากผมจะนัดให้คุยกับผู้บริหารระดับเขต เผื่อจะหาทางออกที่ดีกว่าได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 3 มิ.ย. 11, 10:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนที่ 8/10
วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2553 ธนาคารกสิกรไทยมีหนังสือทวงถามให้ผมชำระหนี้เงินกู้จำนวน 3 ฉบับ โดยหนังสือลงวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2553 ผมจึงโทรสอบถามไปที่ผู้ลงนาม เขาบอกว่าเป็นหนังสือทวงหนี้ธรรมดา ผมจึงสอบถามเรื่องที่เคยรับปากผมไว้ว่าจะนัดผู้บริหารให้คุยกับผม เรื่องที่ธนาคารไม่ยอมให้ไถ่ถอนที่ดินติดจำนองของผมตามที่ได้นัดหมายไว้ เขาบอกว่าคงไม่ต้องเข้ามาพบเพราะผู้ใหญ่แผนกผมเขาดูแลเรื่องปรับโครงสร้างหนี้ไม่เกี่ยวกับสินเชื่อ และยอมรับว่าเป็นความผิดของธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ที่เปลี่ยนระบบการจัดการลูกหนี้
หลังจากนั้นผมได้คุยกับผู้จัดการหน่วยบริหารคุณภาพ ถึงเรื่องทำไมไม่ไถ่ถอนที่ดินให้ผม ท่านตอบว่า “อย่าว่าแต่วันที่ 6 หรือวันที่ 9 สิงหาคมเลย ต่อให้วันที่ 10 ก็ไม่รู้จะทันหรือ เปล่าเพราะเอกสารไม่มี”
วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2553 เมื่อเห็นว่าเรื่องของผมเสียเวลาไปเกือบ 2 ปี แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า ผมจึงตัดสินใจยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ คดีหมายเลขดำที่ ผบ.1634 / 2553 โดยมีวันนัดดังนี้
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 สืบโจทย์ เวลา 09.00 น.
วันที่ 1 สิงหาคม 2554 สืบจำเลย เวลา 09.00 น.วันที่ 8 สิงหาคม 2554 สืบจำเลย เวลา 09.00 น.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 3 มิ.ย. 11, 11:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนที่ 5/10
- ต่อมาเวลาประมาณ 17.20 น. ของวันพฤหัสที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2553 วันเดียวกัน ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อฯว่า จะขอเลื่อนไปไถ่ถอนกันวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2553 เพราะเตรียมเรื่องไม่ทัน ผมไม่รับปากแต่จะขอคุยกับผู้ซื้อก่อน
วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2553 เวลาเช้า เจ้าหน้าที่ส่วนปรับโครงสร้างหนี้โทรมาแจ้งว่า แฟ้มประวัติยังมาไม่ถึง จึงไม่สามารถทำเรื่องไถ่ถอนที่ดินให้ได้ ผมจึงโทรไปบอกเลื่อนนัดกับผู้ซื้อและขอวันนัดโอนใหม่ แต่ปรากฏว่าผู้ซื้อขอยกเลิกสัญญาพร้อมขอเงินมัดจำจำนวน 2 ล้านบาทคืน อ้างว่าถ้าธนาคารเลื่อนนัดหลายครั้งอย่างนี้เกรงว่าที่ดินจะมีปัญหาภายหลัง
วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2553 ตอนเย็น ผู้จัดการสินเชื่อโทรมาแจ้งว่า วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2553 เวลา 10.00 น. ผู้บริหารของธนาคารกสิกรไทยจะขอเข้ามาพบเพื่อรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น และหาทางเยี่ยวยาความเสียหายให้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 3 มิ.ย. 11, 11:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนที่ 6/10
วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2553 เวลาประมาณ 9.30 น. เจ้าหน้าที่สินเชื่อ 3 คน เข้ามาพบผมที่บริษัท เพื่อมาสอบถามรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอให้มอบเอกสารที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อนำเข้าที่ประชุมพิจารณาหาทางช่วยเหลือ ผมแจ้งท่านไปว่าผมจะนำเรื่องเข้าไปร้องเรียนที่กรรมการของธนาคาร ท่านบอกว่าไม่มีประโยชน์ เพราะถึงอย่างไรเรื่องก็ต้องส่งเรื่องมาให้ท่านอยู่ดี ทำให้เสียเวลา อีกอย่างหนึ่งหากผู้ใหญ่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ทำผิดพลาดจะถูกลงโทษกันทั้งทีมด้วย สู้เอาเรื่องให้ผมเข้าที่ประชุมเพื่อหาทางเยี่ยวยาดีกว่า เมื่อท่านพูดเช่นนั้นจึงมอบเอกสารให้ไป ก่อนกลับผมหาลือกับท่านเรื่องที่ผมขัดใจกับเจ้าหน้าธนาคารกสิกรไทย ที่มาขอให้ผมซื้อประกันชีวิต อ้างว่าเป็นผลงานของผู้ใหญ่ พอผมตกลงซื้อไปโดยเข้าใจว่าผิดว่าเป็นของบริษัทในเครือของธนาคารกสิกรไทย คือ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ปรากฏว่ากรมธรรม์ออกมาเป็นของบริษัทอื่น ผมเห็นว่าไม่ถูกต้องจึงต่อว่าไป ว่าไม่ถูกต้องผิดจรรยาบรรณ ถ้าเป็นสมัยก่อนที่ผมอยู่เงินทุนหลักทรัพย์ ทิสโก้ (ธนาคารทิสโก้) ต้องถูกไล่ออก ไม่ได้รับเงินสะสม หลังจากนั้นผมจึงยกเลิกกรมธรรม์ อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่ท่านนั้น จึงได้กลั่นแกล้งผมใช่หรือไม่ ท่านตอบว่าไม่น่าใช่
หลังจากท่านกลับไปแล้ว ผมพยายามติดต่อสอบถามไปเรื่องที่รับปากไว้ว่าจะหาทางช่วยเหลือเรื่องสินเชื่อเพิ่มเติมให้ ได้รับคำตอบว่าให้ผมปรับโครงสร้างหนี้ก่อน ส่วนสินเชื่อค่อยพิจารณาภายหลัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 3 มิ.ย. 11, 11:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนที่ 7/10
- วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2553 เวลา 19.00 น. มีเจ้าหน้าที่ปรับโครงสร้างหนี้และผู้จัดการบริหารหนี้รวม 3 ตน เข้ามาพบผม ทั้งสามคนเข้ามาโน้มน้าวให้ผมปรับโครงสร้างหนี้ อ้างว่าผู้บริหารหน่วยสินเชื่อแจ้งไปว่าผมอยากปรับโครงสร้างหนี้ ผมจึงแจ้งทั้งสามไปว่า ผมไม่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้เพราะผมเป็นลูกหนี้ชั้นดี แต่ผมต้องการไถ่ถอนที่ดินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้คืนธนาคารกสิกรไทยและลดภาระหนี้ ส่วนเงินที่เหลือจะนำมาเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ ทั้งสามจึงพูดว่า “ไม่น่าโยนเผือกร้อนมาให้เลย” ขณะที่นั่งคุยเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งสามแจ้งให้ผมทราบว่า ที่นัดโอนกันวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2553 โอนไม่ทันแน่นอนเพราะเรื่องผมถูกโอนมาหน่วยปรับโครงสร้างหนี้เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2553 แฟ้มเรื่องยังไม่มา ถึงให้เลื่อนไปวันที 9 สิงหาคม พ.ศ.2553 ก็ไม่ทัน วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2553 ก็ไม่รู้จะทันหรือเปล่าเพราะแฟ้มเรื่องไม่มี ใครจะกล้าเซ็นอนุมัติไถ่ถอนให้ เขายืมมือเรา ก่อนกลับรับปากผมจะนัดให้คุยกับผู้บริหารระดับเขต เผื่อจะหาทางออกที่ดีกว่าได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 3 มิ.ย. 11, 11:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนที่ 8/10
วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2553 ธนาคารกสิกรไทยมีหนังสือทวงถามให้ผมชำระหนี้เงินกู้จำนวน 3 ฉบับ โดยหนังสือลงวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2553 ผมจึงโทรสอบถามไปที่ผู้ลงนาม เขาบอกว่าเป็นหนังสือทวงหนี้ธรรมดา ผมจึงสอบถามเรื่องที่เคยรับปากผมไว้ว่าจะนัดผู้บริหารให้คุยกับผม เรื่องที่ธนาคารไม่ยอมให้ไถ่ถอนที่ดินติดจำนองของผมตามที่ได้นัดหมายไว้ เขาบอกว่าคงไม่ต้องเข้ามาพบเพราะผู้ใหญ่แผนกผมเขาดูแลเรื่องปรับโครงสร้างหนี้ไม่เกี่ยวกับสินเชื่อ และยอมรับว่าเป็นความผิดของธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ที่เปลี่ยนระบบการจัดการลูกหนี้
หลังจากนั้นผมได้คุยกับผู้จัดการหน่วยบริหารคุณภาพ ถึงเรื่องทำไมไม่ไถ่ถอนที่ดินให้ผม ท่านตอบว่า “อย่าว่าแต่วันที่ 6 หรือวันที่ 9 สิงหาคมเลย ต่อให้วันที่ 10 ก็ไม่รู้จะทันหรือ เปล่าเพราะเอกสารไม่มี”
วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2553 เมื่อเห็นว่าเรื่องของผมเสียเวลาไปเกือบ 2 ปี แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า ผมจึงตัดสินใจยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ คดีหมายเลขดำที่ ผบ.1634 / 2553 โดยมีวันนัดดังนี้
- วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 สืบโจทย์ เวลา 09.00 น.
- วันที่ 1 สิงหาคม 2554 สืบจำเลย เวลา 09.00 น.
- วันที่ 8 สิงหาคม 2554 สืบจำเลย เวลา 09.00 น.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 3 มิ.ย. 11, 11:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนที่ 9/10
- ก่อนฟ้องผมมีหนังสือร้องเรียนไปที่ กรรมการธนาคารแต่ไม่ได้รับการตอบรับ หลังจากฟ้องผมได้ร้องเรียนไปที่รองกรรมการ ท่านก็ส่งเจ้าหน้าที่ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย มารับเรื่องร้องเรียน หลังจากรับเรื่องเสร็จท่านแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทยนัดผมประชุมที่ธนาคารกสิกรไทย เพื่อหาข้อยุติ โดยในที่ประชุมมีผมกับภรรยา และเจ้าหน้าที่ของธนาคารรวม 7 คน
เปิดการประชุม เจ้าหน้าที่สินเชื่อระดับสูงกล่าวหาผม ว่าผมไม่ต้องการไถ่ถอนที่ดินแปลงดังกล่าว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ธนาคารบอกยอดผิดพลาด ผมจึงตอบไปว่าไม่จริงถึงยอดจะเปลี่ยนแต่ผมขายที่ดินได้ตั้ง 7 ล้านบาท ต่อให้ยอดเพิ่ม เงินก็ยังเหลืออีกหลายล้านบาท โต้เถียงกันอยู่สักพักหนึ่ง ผมจึงเปิดหลักฐานความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ของธนาคารให้ดูว่าทำไมไปทำเรื่องไถ่ถอนให้ไม่ทัน (หลักฐานเป็นวีดีโอ+MP3) พอท่านประธานได้ดูจึงกล่าวว่า ให้ออมชอมกัน และออกคำสั่งให้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 3 มิ.ย. 11, 11:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

1. ให้รองผู้อำนวยการฝ่ายไปเลื่อนคดีที่ธนาคารกสิกรไทยฟ้องบังคับจำนองผม ทั้งสามคดีออกไปก่อน
2. ให้ผมแจงความเสียหายว่า ได้รับผลกระทบอะไรบ้างและจะต้องใช้เงินเติมเข้าระบบเป็นจำนวนเงินเท่าไร ผมบอกท่านไปว่าถ้าจะให้ธุรกิจดำเนินต่อไปด้วยดีเหมือนเดิมต้องใช้วงเงินสินเชื่อประมาณ 17 ล้านบาท ผู้บริหารสินเชื่อแย้งมาว่า 17 ล้านบาท เกินวงเงินอนุมัติของทีมงานของตน ในที่ประชุมจึงตกลงกันว่าประมาณ 13-15 ล้านบาท น่าจะเหมาะสมที่สุด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 6 มิ.ย. 11, 17:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วันที่ 26 พ.ค.2554 เวลา 16.00 น. หัวใจผมแทบสลายภรรยาผมเป็นลมหัวพาดพื้นสลบ หลังทราบข่าวว่า เราแพ้คดีที่ธนาคารโกหกบอกจะเลื่อนให้ แต่ไม่เลื่อนอ้างว่า โจทย์เลื่อนศาลจะมองไม่ดี แล้วทำไมอีกสองคดีถึงเลื่อนได้

"เหตุผลเพียงแค่นี้หรือ พวกคุณมีธรรมาภิบาลหรือเปล่า"

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 8 ต.ค. 11, 13:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

- เช้าวันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2554 ก่อนขึ้นเบิกความต่อศาล
- ลูกสาวโทรมาบอกว่า โรงเรียนไม่ยอมให้เข้าสอบ เพราะค้างค่าเทอม

- คดีที่ขึ้นศาลวันนี้ เพื่อขออุทธรณ์คำสั่ง คำพิพากษาของศาลชั้นต้น คดีที่Kbank หลอกลวง บอกจะเลื่อนคดีให้ หลังจากประชุมร่วมกันเสร็จเมื่อกลางปี แต่แล้วก็ไม่เลื่อนโดยอ้างว่า ถ้าโจทก์เลื่อนศาลจะมองไม่ดี

- ลูกสาวผมน่าสงสารมาก หลังจากเลิกเรียนทุกวันจะช่วยดูแลน้องสองคน กลางคืนจะแต่งนิยายขายในเด็กดีดอดคอม นำเงินมาช่วยพ่อแม่และน้องๆ
เพราะพ่อแม่กำลังตกที่นั่งลำบากตั้งแต่ถูกKbankกลั่นแกล้ง

- ปีที่ผ่านมา เขาทุ่มเทกับการเรียนมาก เพื่อหวังจะสอบชิงทุนเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาล โดยมี น้องส้ม นักศึกษามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เป็นติวเตอร์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพราะสงสาร จากเด็กมีปัญหาทางครอบครัว เพราะการกระทำของ Kbank ปัจจุบันเรียนอยู่ในเกรดดีมาก

- แต่ความหวังของเขาต้องล่มสลาย พวกKbankทั้งหลาย จงจดจำการกระทำเหล่านี้ไว้ให้ดีๆ หลายต่อหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน ที่พวกคุณทำกับครอบครัวเราซึ่งไม่มีทางสู้ ขนาดผมมีทั้งพยาน หลักฐานเป็นจำนวนมากยังไม่สามารถเอาผิดกับพวกคุณได้ แล้วคนอื่นที่เขาถูกกระทำโดยไม่ทิ้งร่องลอยจะทำอย่างไร

- ฝึกคนให้เก่งไม่ยากหลอก แต่ฝึกคนให้เป็นคนดีอีกสิบชาติก็ทำไม่ได้ ถ้าพ่อแม่มัน ไม่ทำเป็นตัวอย่างให้ดูก่อน

- ขอให้พวกคุณจงมีความสุขมากๆ กับเงินที่ได้มาจากคาบน้ำตาของครอบครัวผม นะครับ
- ขอให้พวกคุณมีอายุยืนยาว เพื่อดูธุรกิจของพวกคุณนานๆ นะครับ
- ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฏิกา ผมไม่มีเงินค่าธรรมเนียมไปสู้กับพวกคุณหรอกครับ
- พวกเราจะคอยพวกคุณที่ศาลสุดท้าย แล้วพบกัน

http://www.facebook.com/topic.php?uid=127610057890&topic=17457&post=121811¬if_t=board_post_replypost121811#topic_top

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 11 ต.ค. 11, 16:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

- เดือนกันยายน วันที่ขึ้นศาลคดีที่ผมฟ้องKbank ขณะขึ้นศาลภรรยาโทรมาบอกว่า"เงินที่เตรียมไว้จ่ายเจ้าหนี้ในคดีอาญา 50,000 บาท ถูกKbankอายัด" อายัดทำไมในเมื่อ
1.บัญชีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินกู้ที่มีปัญหา พนักงานKbankเป็นผู้แนะนำให้ใช้บัญชีนี้เอง จะได้ไม่มีปัญหา
2.บัญชีเงินกู้ที่มีปัญหา Kbankฟ้องบังคับจำนองผม ศาลยังไม่พิพากษา
3.ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทั้งหมด เกิดจากการกระทำของKbank ที่ไม่ไปไถ่ถอนที่ดินที่ผมขายได้ เหลือเงินอีก 5 ล้านบาท

- วันที่Kbankสั่งอายัดเงินผม ผมด่าโครตพ่อโครตแม่คุณคนสั่งการ ให้เจ้าหน้าที่ระดับภาคชื่ออนันต์ฟังต่อหน้าลูกน้อง และ อัยการหลายท่าน คิดว่าหลังเสร็จจากศาลจะไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับผู้บริหารระดับสูงของKbank โดยนัดตำรวจไว้แล้ว
- ไม่น่าเชื่อว่าผมไปแจ้งความไม่ทัน ผู้จัดการสาขาศรีณครืนทร์เอาเงินสดมาให้ภรรยาผมก่อน ภรรยาผมขอร้องอย่าเอาเรื่อง ดูน้ำใจของลูกผู้หญิงตัวเล็กๆซิ ขนาดถูกพวกคุณทำร้ายเกือบตายหลายหน เขายังไม่ถือโทษ
- ผมอยากขอผ้าถุงเธอมาคุมหัวเดินจังเลย ในฐานะที่ปกป้องและให้ความเป็นธรรมเธอไม่ได้ หรือไม่ก็จะเอาไปคุมหัว "คุณหน้าตัวเมีย" ที่สั่งการอยู่เบื้องหลังจะได้มีสติมากกว่านี้

คำถาม : อยากทราบว่าการกระทำของ Kbank ผิด หรือ ถูก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Priest
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 12 ม.ค. 12, 02:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

Superb information here, ol'e chap; keep burning the midngiht oil.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Betti
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 12 ม.ค. 12, 06:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

Just do me a favor and keep wirtnig such trenchant analyses, OK?

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Nachito
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 18 มี.ค. 12, 03:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

This article is a home run, pure and spimle!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เหยื่อ
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 17 พ.ค. 12, 20:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โดนเหมือนกัน ทำเรื่องกู้ซื้อบ้านขอกู้แค่ครึ่งเดียว(ราคาบ้าน1,000,000) บาท กู้ 500,000บาท ที่ตัดสินใจลองกู้กสิกรเพราะมีบัญชีกระแสรายวัน(ทำธุรกิจ) มาเป็นเวลา 12 ปีเต็มไม่เคยขอกู้อะไรกับทางกสิกรเลย เห็นแต่มีคนบอกว่าแน่ใจแล้วหรือที่กู้กสิกรเพราะยากมาก ก็อยากลองแต่ก็เพิ่งซึ้งเหมือนกับคุณโดนเหมือนกัน เข้าไปแทบจะกราบไม่มีปัญหาใช้เวลาอนุมัติภายใน 1 สัปดาห์ ยื่นเรื่องพร้อมเอกสารวันที่ 30มีค.55-19พ.ค.55 ยังไม่อนุมัติเพราะไม่ทำตามเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติมตอนเจ้าหน้าที่โทร.มาแจ้งว่าสินเชื่อบ้านผ่านเรียบร้อยแล้วค่ะพรุ่งนี้จะให้บริษัทฯประเมิณไปถ่่ายรูปทำประวัตินิดหน่อยเสียค่าธรรมเนียมไป2,700บาท ผ่่านไป 2วันเจ้าหน้าที่คนเดิมโทร.มาแจ้งว่ากู้บ้านผ่านแล้วแต่ต้องมีการทำประกันชีวิตอธิบายยืดยาว อ้าวตอนไปยื่นเอกสารไม่เคยแจ้งให้ลูกค้าทราบพอบอกว่าไม่ทำเพราะทำประกันชีวิตเต็มอัตราอยู่แล้วเป็นเวลา 15 ปี หลัีงจากนั้นมาเจ้าหน้าที่ไม่โทร.มาแจ้งเลยเพราะเราต้องทำให้ทันตามสัญญาซื้อขายบ้านเรามัดจำเงินไปแล้วส่วนหนึ่งค่อนข้างเยอะเดี๋ยวจะโดนยึดมัดจำ บอกเราโทร.ไปกสิกรว่าอยากได้คำตอบชัดเจนวันนี้เขาบอกว่าทำไม่ทัน ชัดเจน อึ้งจริง ๆ เราเลยเอาเงินสดไปซื้อเองเลยแล้วเราจะปิดบัญชีกระแสรายวันที่เปิดมา 12ปี ปิดบัญชีออมทรัพย์และทุกบัญชีจะไม่ทำธุรกรรมกับกสิกรอีกตลอดชาตินี้และชาติไหน ๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม