หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: น้ำมันปลากับน้ำมันตับปลา เหมือนหรือต่างกัน  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 5 ต.ค. 22, 17:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ปัจจุบันอาหารเสริมมีหลายชนิดให้เลือกซื้อหามาบริโภค และบางชนิดก็มีชื่อคล้ายกันจนอาจทำให้เกิดความสับสนได้ โดยเฉพาะ “น้ำมันปลา” กับ “น้ำมันตับปลา” แท้ที่จริงแล้วผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสองชนิดนี้มีทั้งความเหมือนและความแตกต่างกัน

น้ำมันปลา หรือ Fish oil

ประกอบด้วยกรดไขมันแบบไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (polyunsaturated fatty acid, PUFA) ชนิดโอเมก้า-3 ที่สำคัญต่อการทำงานและการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์ และมนุษย์จำเป็นต้องได้รับจากอาหารเนื่องจากร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้

โอเมก้า-3 ที่พบหลัก ๆ ในน้ำมันปลามี 2 ชนิด คือ docosahexaenoic acid (DHA) และ eicosapentaenoic acid (EPA) น้ำมันปลาได้รับความสนใจจากผู้ที่ห่วงใยสุขภาพ นักวิทยาศาสตร์พยายามศึกษาถึงส่วนประกอบ ประโยชน์และผลต่อสุขภาพของการรับประทานน้ำมันปลากันมานานกว่า 50 ปี ตั้งแต่มีนักวิจัยผู้บุกเบิกค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคปลาที่อุดมไปด้วยไขมันโอเมก้า-3 เป็นประจำกับสถิติการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำในคนเอสกิโมในกรีนแลนด์ จึงทำให้กระแสความเชื่อว่าการรับประทานน้ำมันปลาซึ่งมีโอเมก้า-3 ปริมาณมาก จะช่วยป้องกันและรักษาโรคหัวใจได้

น้ำมันตับปลา หรือ Cod Liver Oil
เป็นน้ำมันชนิดหนึ่งที่ได้จากตับของปลาคอด ในอดีตย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษก่อน คนในประเทศสหรัฐอเมริกาและแถบยุโรปนิยมรับประทานน้ำมันตับปลาเพื่อป้องกันการเป็นหวัด ลดอาการปวดจากข้ออักเสบรูมาตอยด์ การปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ และรักษาโรคกระดูกอ่อนในเด็ก (Rickets) จนมาในศตวรรษที่ 20 นี่เองที่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้อธิบายว่า สารประกอบที่พบมากในน้ำมันตับปลานอกจากจะมี DHA และ EPA เหมือนกับน้ำมันที่ได้จากส่วนอื่น ๆ ของปลาแล้ว น้ำมันตับปลายังมี “วิตามินเอและวิตามินดี” ในปริมาณมาก

ดังนั้นการรับประทานน้ำมันตับปลาจึงให้ประโยชน์กับผู้ที่ขาดวิตามินเอและวิตามินดี และให้ประโยชน์กับร่างกายได้หลากหลายด้าน เนื่องจากวิตามินเอเป็นวิตามินที่สำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การเจริญเติบโตของกระดูก ทำให้สายตามองเห็นในที่มืดได้ดี มีผลต่อการเจริญของเซลล์ และการทำงานของระบบเจริญพันธุ์ของร่างกาย ส่วนวิตามินดีนั้นนอกจากจะใช้เพื่อป้องกันโรคกระดูกอ่อนที่เกิดจากการขาดวิตามินดีได้แล้ว ยังพบว่าช่วยทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อ และอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็งที่พบบ่อย เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้อีกด้วย



ขอบคุณบทความจาก >> https://www.topsvita.com/blog/post/fish-oil-and-cod-liver-oil.html

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  ท็อปส์วีต้า  topsvita  อาหารเสริม  วิตามิน  อาหารเสริมสุขภาพ  Vitamin 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม