หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: หม้อแปลงระเบิดเกิดจากอะไร? อันตรายแค่ไหน?  (อ่าน 1 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 ก.ค. 22, 13:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

หลายครั้งที่เหตุเพลิงไหม้อาคารบ้านเรือนมักมีสาเหตุมาจากความประมาทของผู้อยู่อาศัย แต่จากสถิติแล้วกลับพบว่า สาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดอัคคีภัยล้วนมาจาก ไฟไหม้หญ้าและการเผาขยะ ในขณะที่สาเหตุรองมาคือ ไฟฟ้าลัดวงจร ที่สร้างความเสียหายให้กับอาคารบ้านเรือนในวงกว้าง และล่าสุดกับเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนในย่านสำเพ็งจากหม้อแปลงระเบิด จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย (ไฟไหม้สำเพ็ง จากเหตุหม้อแปลงระเบิด มีเหยื่อเพลิง 2 ศพ https://www.matichon.co.th/local/news_3420632) แล้วเพราะเหตุใดหม้อแปลงระเบิดจึงทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้? และจะมีวิธีป้องกันอย่างไร? สินมั่นคงประกันภัยมีข้อมูลมาฝากค่ะ

หม้อแปลงไฟฟ้าคืออะไร?
หม้อแปลงไฟฟ้า คือ เครื่องกลไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่ใช้เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยสามารถเปลี่ยนแรงดันไฟฟ้า (Voltage) ให้เพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่ไม่มีการเปลี่ยนกำลังไฟฟ้า (Power/Watt) และความถี่(Frequency/Hz) มีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 3 ส่วน คือ

1.แกนเหล็ก แกนเหล็กของหม้อแปลงจะมีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ เคลือบด้วยฉนวน เรียกกันว่า แผ่นลามิเนต
2.ขดลวดตัวนำ ขดลวดตัวนำของหม้อแปลงจะมีลักษณะเป็นขดลวดทองแดงหรืออลูมิเนียมหุ้มด้วยฉนวน โดยทั่วไป หม้อแปลงจะมีขดลวด 2 ชุด คือ ขดลวดปฐมภูมิ (Primary Winding) และขดลวดทุติยภูมิ (Secondary Winding)
3.ฉนวน ฉนวนของหม้อแปลงจะมีไว้เพื่อป้องกัน ไม่ให้ขดลวดสัมผัสกับส่วนที่เป็นแกนเหล็ก และป้องกันไม่ให้ขดลวดแต่ละชั้นสัมผัสกัน

การระบายความร้อนของหม้อแปลงไฟฟ้า
หม้อแปลงไฟฟ้า เมื่อใช้งานไปจะเกิดความร้อนขึ้นภายในและอาจทำให้เกิดการสูญเสียขึ้นในหม้อแปลง จึงจำเป็นต้องระบายความร้อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การระบายความร้อนจะมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

1.การระบายความร้อนตามธรรมชาติ คือ การใช้อากาศรอบๆ ช่วยในการระบายความร้อน
2.การระบายความร้อนด้วยน้ำมัน เป็นการระบายความร้อนโดยการแช่ตัวหม้อแปลงอยู่ในน้ำมันที่บรรจุอยู่ในถังหม้อแปลง โดยน้ำมันที่ใช้ระบายความร้อนหม้อแปลง จะต้องมีคุณลักษณะพิเศษ คือ เป็นฉนวนที่ดี และทำหน้าที่ระบายความร้อนให้แก่ขดลวดและแกนเหล็ก ทนต่อไฟฟ้าแรงดันสูง และมีอายุการใช้งานยาวนาน
3.การระบายความร้อนด้วยน้ำมันและการเป่าลม เป็นการระบายความร้อนโดยการแช่ตัวหม้อแปลงอยู่ในน้ำมันที่บรรจุอยู่ในถังหม้อแปลง และใช้พัดลมเป่าที่ผิวภายนอกถังเป็นการเร่งระบายความร้อน
4.การระบายความร้อนด้วยน้ำมันและน้ำ เป็นการระบายความร้อนโดยการแช่ตัวหม้อแปลงอยู่ในน้ำมันที่บรรจุอยู่ในถังหม้อแปลง และมีท่อน้ำขดเป็นวงรอบหม้อแปลงไฟฟ้าภายในถัง น้ำมันจะเป็นตัวระบายความร้อนแก่หม้อแปลง และน้ำจะเป็นตัวระบายความร้อนแก่น้ำมันอีกครั้งหนึ่ง
5.การระบายความร้อนด้วยการปั๊มน้ำมันให้ไหลวนเวียนได้เร็วขึ้น

หม้อแปลงระเบิดเกิดจากอะไร?

รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า หากหม้อแปลงไฟฟ้าดังกล่าวมีการเสื่อมสภาพ และเกิดการลัดวงจรด้านใน จะทำให้เกิดความร้อนที่สูงเกินมาตรฐาน จนนำไปสู่การเผาไหม้ตัวเครื่องของหม้อแปลงได้ โดยสัญญาณความผิดปกติที่จะสังเกตเห็นได้ คือ หม้อแปลงจะมีควันออกมา ก่อนจะเกิดไฟลุกไหม้

กรณีของหม้อแปลงไฟฟ้า จะมีขดลวดที่อยู่ในหม้อแปลงไฟฟ้าและมีแผ่นเหล็กและมีตัวฉนวน กระแสไฟจะวิ่งอยู่ภายใน แต่เนื่องจากหม้อแปลงไฟฟ้าจะมีระบบระบายความร้อนโดยใช้น้ำมันที่สามารถทนความร้อนได้สูง เช่น ทนได้ถึง 500 องศา แล้วระบายออกไป แต่หากหม้อแปลงเสื่อมสภาพ เช่น มีการลัดวงจรภายใน ความร้อนของหม้อแปลงจะสูงเกินกว่าจุดเดือดของน้ำมันที่ระบายความร้อนจะทนได้ เมื่อความร้อนสูงมาก น้ำมันก็จะเกิดการเผาไหม้ได้ ซึ่งองค์ประกอบของการติดไฟมี 3 อย่าง คือ ความร้อนที่ทำให้ติดไฟได้ เชื้อเพลิง และอากาศ ดังนั้นการที่เชื้อเพลิงที่อยู่ในหม้อแปลง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ทนความร้อนได้สูงมาก แสดงว่าความร้อนที่ทำให้เกิดไฟได้ ต้องมีความร้อนที่สูงมาก ๆ เช่นกัน (ไฟไหม้บ้าน ขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน? https://www.smk.co.th/newsdetail/2760)

วิธีเอาตัวรอดจากหม้อแปลงระเบิด

ดร.สันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง อาจารย์พิเศษและนักวิชาการอิสระ ได้ให้คำแนะนำวิธีเอาตัวรอดจากกรณี "หม้อเเปลงระเบิด" ด้วยกฎเหล็ก 3 ข้อที่เกี่ยวกับหม้อแปลง คือ

1.หม้อแปลง ทุกลูกสามารถระเบิดได้ และอาจจะระเบิดเมื่อไรก็ได้
2.ก่อนการระเบิด มักจะมีสัญญาณเตือนให้เห็นหรือได้ยินก่อนเสมอ
3.หม้อแปลงส่วนใหญ่มีน้ำมันอยู่ข้างใน แม้จะติดไฟยากแต่ก็สามารถติดไฟได้

นอกจากนี้ ยังมีวิธีเอาตัวรอดจากหม้อแปลงระเบิด ดังนี้

1.ควรหาทางนำสายสื่อสารที่รกระเกะระกะออกให้หมด เนื่องจากสายสื่อสารเหล่านี้ติดไฟได้ และเป็นตัวทำให้ไฟที่ไหม้ลามเข้าอาคารและลามไปบริเวณใกล้เคียงได้
2.ไม่ควรซื้อตึกแถวที่มีหม้อแปลงอยู่บริเวณหน้าบ้าน หรือข้าง ๆ บ้านในระยะประชิด
3.หากหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือซื้อตึกแถวหรืออาคารที่มีหม้อแปลงไว้แล้ว อาจใช้หน้าต่างที่ไม่ติดไฟ ทนไฟ และปิดหน้าต่างไว้เสมอ
4.ห้องที่อยู่ใกล้บริเวณหม้อแปลง ไม่ควรมีผ้าม่าน หรือวัสดุที่ติดไฟได้อยู่ใกล้หน้าต่าง
5.เตรียมถังดับเพลิงเอาไว้ให้มากที่สุด
6.ไม่ควรจอดรถใต้หม้อแปลง
7.ไม่ควรเปิดร้านค้าบริเวณใต้หม้อแปลง
8.หากพบเห็นหม้อแปลงมีควันขึ้น ให้รีบถอยห่างและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยเร็วที่สุด
9.ควรมีปืน Thermo Gun ติดไว้ที่บ้านเพื่อใช้วัดอุณหภูมิของหม้อแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากเกิน 100 องศาเซลเซียส ควรเตรียมตัวป้องกันอัคคีภัยไว้ และแจ้งเจ้าหน้าที่ให้แก้ไขทันที
10.หม้อแปลงทุกลูกระเบิดได้เสมอ ห้ามอยู่ใกล้โดยไม่มีเหตุจำเป็นเด็ดขาด

ในบางครั้งแม้เหตุเพลิงไหม้จะสามารถป้องกันเหตุไม่ให้ลุกลามไปได้ แต่ก็หลายครั้งที่พบว่า อัคคีภัยสามารถก่อความเสียหายให้ทั้งกับชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมากมาย ป้องกันก่อนปลอดภัยกว่า ด้วยประกันอัคคีภัยจากสินมั่นคงประกันภัย ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัย ทั้งสังหาริมทรัพย์ และ อสังหาริมทรัพย์ ทั้งทรัพย์สินที่มีรูปร่าง และไม่มีรูปร่าง ที่เกิดความสูญเสียหรือเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้เป็นหลัก สนใจรายละเอียด คลิก www.smk.co.th/others หรือ https://smkinsurance.blogspot.com/ Line : @smkinsurance

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม