หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ทรัพย์สินของพระเมื่อมรณภาพเป็นของใคร  (อ่าน 32 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 19 เม.ย. 22, 10:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
# พระภิกษุสงฆ์เมื่อมรณภาพทรัพย์สินตกเป็นของวัดหรือทายาท

   เมื่อพระภิกษุสงฆ์ถึงแก่มรณภาพในระหว่างที่อยู่ในสมณเพศ    ทรัพย์สินต่าง ๆ ของพระซึ่งถึงแก่ความตายจะตกทอดถึงแก่ทายาทโดยธรรมได้ก็เฉพาะทรัพย์สินนั้นได้มีมาก่อนที่บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์แต่หากพระรูปนั้นบวชเป็นพระไม่ว่าจะจำวัดอยู่ในวัดแห่งไหนเมื่อมีทรัพย์สินใด ๆ  ขึ้นมาในระหว่างที่ครองสมณเพศแล้ว   เมื่อพระรูปนั้นถึงแก่ความตายทรัพย์สินทั้งหมดจะต้องตกเป็นของวัดที่พระรูปนั้นมีภูมิลำเนาอยู่เท่านั้น   เว้นเสียแต่ว่าจะได้ทำพินัยกรรมยกให้แก่บุคคลอื่น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
   มาตรา 1623 ทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศนั้น  เมื่อพระภิกษุนั้นถึงแก่มรณภาพ  ให้ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุนั้น  เว้นไว้แต่พระภิกษุนั้นจะได้จำหน่ายไปในระหว่างชีวิตหรือโดยพินัยกรรม
   มาตรา 1629 ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา 1630 วรรค 2 แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ
   (1) ผู้สืบสันดาน
   (2) บิดามารดา
   (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
   (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
   (5) ปู่ ย่า ตา ยาย
   (6) ลุง ป้า น้า อา
   คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้บังคับบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา 1635

เรื่องจริงอิงฎีกา/  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12743/2556
   .......... ทายาทที่จะถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียและมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727  วรรคหนึ่ง  นั้น  หมายถึง   ทายาทที่มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายจริงเพียงแต่เป็นทายาทโดยธรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629  หากไม่มีสิทธิได้รับมรดกเพราะผู้ตายทำพินัยกรรมหรือเสียสิทธิในการรับมรดก  ก็ไม่ถือว่าเป็นทายาทอันเป็นผุ้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก   ข้อเท็จจริงได้ความว่า  ผู้ตายไม่มีทรัพย์สินที่ได้มาก่อนเป็นพระภิกษุจึงไม่มีมรดกตกได้แก่ทายาทโดยธรรมคือผู้คัดค้านซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมตาม  ป.พ.พ. มาตรา 1629 (1)ส่วนทรัพย์สินของผู้ตายที่ได้มาระหว่างอยู่ในสมณเพศ  เมื่อผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมย่อมเป็นมรดกตกได้แก่วัดที่ผู้ตายที่ผู้ตายมีภูมิลำเนา   ขณะถึงแก่ความตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1623  ดังนั้น   ผู้คัดค้านย่อมเสียสิทธิในการรับมรดกคือทรัพย์สินของผู้ตายที่ได้มาระหว่างอยู่ในสมณเพศดังกล่าว  ดังนี้ ผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ทายาทของผู้ตายอันจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการร้องขอให้ถอนผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง  รวมทั้งไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 ด้วย เพราะคำว่าทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713  นั้น  หมายถึง ทายาทที่มีสิทธิรับมรดกจริงเช่นกัน

 q*062  Cr. https://www.thaiasianlaw.com


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม