หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เผยแพร่ผลงานวิชาการ  (อ่าน 34 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ต.ค. 21, 12:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง      การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วย เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โดยใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ POPEANG MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  
ชื่อผู้ศึกษา   ธัญชนก   เดชพันธ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลวัดนิโครธาราม
สังกัดกองการศึกษา  เทศบาลเมืองพัทลุง  ตำบลคูหาสวรรค์  อำเภอเมืองพัทลุง  จังหวัดพัทลุง
ปีที่ศึกษา   2563

   การวิจัยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) แผนการทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลัง (one group pretest – posttest) มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วย เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โดยใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ POPEANG MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  2)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วย รูปแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วย เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โดยใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ POPEANG MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3) เพื่อเปรียบเทียบคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โดยใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ POPEANG MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อ คุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โดยใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ POPEANG MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนเทศบาลวัดนิโครธาราม มีนักเรียนจำนวน 25 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive  Sampling) ใช้เวลาในการทดลอง 18 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ 1. แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม หน่วยการเรียนรู้ เศรษฐศาสตร์น่ารู้ โดยใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ POPEANG MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1 เล่ม 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 3. แบบประเมินคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน  4. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ POPEANG MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Likert  Scale) จำนวน 10 ข้อ แล้วนำมาวิเคราะห์ข้อมูลหาประสิทธิภาพของกระบวน การประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที t – test (dependent) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
   1. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วย เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โดยใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ POPEANG  MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.48 /86.13 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 ซึ่งเป็นไปตาม สมมติฐานที่ 1
   2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วย เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โดยใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ POPEANG  MODEL สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ 2
   3. คุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วย เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โดยใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ POPEANG MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ประเมินโดยครูผู้สอนและนักเรียนประเมินตนเองหลังเรียนสูงกว่า  ก่อนเรียน
   4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วย เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โดยใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ POPEANG  MODEL สำหรับนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 4  โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (    = 4.62, S.D .= 0.55) ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่  3
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  ผลงานวิชาการ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม