หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: Johnson & Johnson ทำข้อตกลงจัดซื้อล่วงหน้ากับแอฟริกา  (อ่าน 13 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 เม.ย. 21, 09:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

Johnson & Johnson ประกาศทำข้อตกลงจัดซื้อล่วงหน้ากับกองทรัสต์เพื่อการจัดซื้อวัคซีนแห่งแอฟริกา เพื่อซื้อวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท

บริษัทจะมอบวัคซีนแบบฉีดครั้งเดียวจำนวนสูงสุด 400 ล้านโดสให้ประเทศสมาชิกสหภาพแอฟริกา

วัคซีนดังกล่าวจะมอบให้ได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากฝ่ายกำกับดูแลของแต่ละประเทศ

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า วัคซีนทดลองที่บริษัทเป็นผู้พัฒนาช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยโควิด-19 ต้องเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตครอบคลุมหลากหลายพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งรวมถึงผู้ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ในสายพันธุ์ที่กำลังน่าเป็นห่วง

Janssen Pharmaceutica NV ในเครือ Janssen Pharmaceutical Companies of Johnson & Johnson (NYSE: JNJ) (บริษัท) ได้ทำข้อตกลงกับกองทรัสต์เพื่อการจัดซื้อวัคซีนแห่งแอฟริกา (AVAT) เพื่อจัดหาวัคซีนโควิด-19 แบบฉีดครั้งเดียวที่ทางบริษัทเป็นผู้พัฒนามอบให้ประเทศสมาชิกสหภาพแอฟริกา 55 ประเทศจำนวนรวมกันสูงสุด 220 ล้านโดส โดยเริ่มส่งมอบในไตรมาสสามของปี 2564 นอกจากนี้ AVAT ยังมีโอกาสสั่งซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 180 ล้านโดส ทำให้ยอดรวมเพิ่มขึ้นเป็น 400 ล้านโดสนับจนถึงปี 2565 อย่างไรก็ดี วัคซีนจะส่งมอบได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติหรืออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลของสมาชิกสหภาพแอฟริกาแต่ละประเทศ

"นับตั้งแต่ที่เริ่มเกิดโรคระบาด Johnson & Johnson ตระหนักว่าคนเราจะปลอดภัยก็ต่อเมื่อทุกคนปลอดภัย และเราได้ทุ่มเทเพื่อให้ทั่วโลกมีโอกาสเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 อย่างเสมอภาค" อเล็กซ์ กอร์สกี ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Johnson & Johnson กล่าว "การสนับสนุนที่เรามอบให้โครงการ COVAX Facility ประกอบกับข้อตกลงอื่น ๆ ที่เราได้ทำไว้กับประเทศและดินแดนต่าง ๆ จะช่วยให้ทั้งโลกผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ได้เร็วขึ้น"

Johnson & Johnson มีความมุ่งมั่นในการทำให้แน่ใจว่า ทั่วโลกจะเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 แบบฉีดครั้งเดียวที่บริษัทเป็นผู้พัฒนาได้อย่างเสมอภาคในรูปแบบไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อใช้รับมือโรคระบาดในกรณีฉุกเฉิน โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2563 บริษัทได้บรรลุข้อตกลงในหลักการกับองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีนหรือกาวี (Gavi) เพื่อสนับสนุนโครงการ COVAX Facility ซึ่งกำลังเดินหน้ารองรับความต้องการวัคซีนของประเทศที่เข้าร่วมโครงการ 190 ประเทศในระยะเบื้องต้น ในจำนวนนี้มีหลายประเทศอยู่ในแอฟริกา ทั้งนี้ บริษัทและ Gavi คาดว่าจะบรรลุข้อตกลงว่าด้วยการจัดซื้อล่วงหน้า (APA) ที่จะมอบวัคซีนของบริษัทจำนวนสูงสุด 500 ล้านโดสแก่โครงการ COVAX จนถึงปี 2565

นอกจากนี้ Johnson & Johnson ยังตระหนักถึงผลกระทบอันร้ายแรงจากโรคโควิด-19 ในแอฟริกา เช่นเดียวกับการที่ไวรัส SARS-CoV-2 ได้กลายพันธุ์จนแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซึ่งปรากฏให้เห็นมาแล้วว่าแพร่เชื้อง่ายกว่าเดิม

ข้อมูลจากการวิจัย ENSEMBLE เฟส 3 แสดงให้เห็นว่า วัคซีนโควิด-19 ของ Johnson & Johnson ทนต่อผลข้างเคียงได้ดี ทั้งยังลดโรคโควิด-19 แบบแสดงอาการได้ถึง 67% ในอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้ยาหลอก โดยสังเกตเห็นฤทธิ์ป้องกันในวันที่ 14 และยังคงอยู่ได้หลังฉีดวัคซีนไปแล้ว 28 วัน

ข้อมูลดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่า วัคซีนของบริษัทมีประสิทธิภาพ 85% ในการป้องกันโรคอาการรุนแรงในทุกภูมิภาคที่วิจัย และป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยโควิด-19 ต้องเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตครอบคลุมหลายประเทศและหลายสายพันธุ์ โดยเริ่มออกฤทธิ์ 28 วันหลังได้รับวัคซีน สำหรับสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่นำมาวิเคราะห์ในการวิจัย ENSEMBLE นั้นได้แก่สายพันธุ์ B.1.351 ซึ่งพบในผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในแอฟริกาใต้ถึง 95%

ข้อมูลการผลิตและซัพพลายเชน
Johnson & Johnson ได้จัดตั้งเครือข่ายการผลิตและซัพพลายระดับโลกสำหรับวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท โดยร่วมมือกับพันธมิตร 9 รายใน 4 ทวีป รวมถึง Aspen Pharmacare ในแอฟริกาใต้ โดย Aspen จะสนับสนุนการจัดส่งวัคซีนไปยังประเทศสมาชิกสหภาพแอฟริกา และจะมีบทบาทในการจัดส่งวัคซีนดังกล่าวทั่วโลก

วัคซีนโควิด-19 แบบฉีดครั้งเดียวของ Johnson & Johnson รองรับการจัดเก็บและช่องทางกระจายวัคซีนมาตรฐาน ทำให้จัดส่งไปยังพื้นที่ห่างไกลได้ วัคซีนนี้คาดว่าจะยังคงมีเสถียรภาพเป็นเวลา 2 ปีในอุณหภูมิ -25 ถึง -15 องศาเซลเซียส ทั้งยังจัดเก็บในอุณหภูมิ 2-8 องศาโดยไม่ลดทอนคุณภาพได้สูงสุดถึง 3 เดือน ช่วยให้วัคซีนของบริษัทรองรับการขนส่งโดยใช้เทคโนโลยีห่วงโซ่ความเย็นที่ใช้กันอยู่เดิมในการขนส่งยาและวัคซีนอื่น ๆ

วัคซีนโควิด-19 ของ Johnson & Johnson
วัคซีนโควิด-19 ของ Johnson & Johnson ใช้แพลตฟอร์มวัคซีน AdVac(R)ของบริษัท ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในการผลิตและพัฒนาวัคซีน Ebola ของ Janssen ที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมาธิการยุโรปแล้ว และผลิตวัคซีนตัวเลือกสำหรับ HIV, RSV และ Zika ด้วยเช่นกัน

การยื่นขออนุมัติจากฝ่ายกำกับดูแล
วัคซีนโควิด-19 แบบฉีดครั้งเดียวของ Johnson & Johnson ได้รับการอนุมัติ Emergency Use Listing จากองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ทั้งยังได้รับการอนุมัติ Conditional Marketing Authorization จากคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อวันที่ 11 มีนาคม และ Emergency Use Authorization จากองค์การอาหารและยาสหรัฐเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 นอกจากนี้ วัคซีนโควิด-19 แบบฉีดครั้งเดียวของทางบริษัทยังได้รับการอนุมัติ Interim Order ในแคนาดา โดยได้ยื่นเอกสารเพื่อขออนุมัติในอีกหลายประเทศทั่วโลกด้วยเช่นกัน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการแบบหลายด้านของบริษัทในการต่อสู้กับโรคระบาดนี้ได้ที่ www.jnj.com/coronavirus

โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/403394/Johnson_and_Johnson_Logo.jpg

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม