หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การรักษาซีสต์รังไข่  (อ่าน 7 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 19 มี.ค. 21, 16:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เรื่องสุขภาพภายในของผู้หญิงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและหมั่นตรวจเช็ก โดยร่างกายของคนเรามีโอกาสที่จะเกิดซีสต์ได้แทบทุกอวัยวะ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง กระดูก หรือแม้กระทั่งสมอง แต่อวัยวะภายในของเพศหญิงจะมีความพิเศษกว่าเพศชาย เพราะเพศหญิงจะมีอวัยวะสืบพันธุ์ คือ มดลูก และรังไข่ ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีโอกาสเกิดซีสต์ได้ง่าย โดยเฉพาะรังไข่ เพราะเป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นถุง ดังนั้นโรคซีสต์จึงไม่ใช่โรคไกลตัวของคุณผู้หญิงเลย โดยความน่ากลัวของ ซีสต์รังไข่ คือ ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการจนกระทั่งไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสังเกตอาการต่าง ๆ เบื้องต้นได้ นอกจากนี้ยังมีวิธีในการรักษาอยู่หลายวิธีดังนี้

วิธีการรักษา ซีสต์รังไข่

1.ติดตามอาการ
กรณีสงสัยว่าเป็นถุงน้ำรังไข่ชนิดฟังค์ชันนัล ซีสต์ แพทย์จะนัดตรวจติดตามอาการเพื่อดูว่าถุงน้ำยุบไปเองหรือไม่ โดยบางรายอาจต้องได้รับยาคุมกำเนิดแล้วจึงนัดมาตรวจซ้ำ ถ้าซีสต์ไม่ยุบหรือโตขึ้นแสดงว่าไม่ใช่ฟังค์ชันนัล ซีสต์ ก็จะทำการรักษาหรือผ่าตัดออก

2.ผ่าตัดไม่ฉุกเฉิน
มักจะทำในกรณีเป็นช็อกโกแลตซีสต์ขนาดใหญ่ หรือมีผลทำให้มีบุตรยาก หรือเป็นซีสต์ที่เป็นเนื้องอกรังไข่ เป็นต้น โดยการผ่าตัดทำได้ทั้งแบบผ่าตัดเปิดหน้าท้อง หรือผ่าตัดแบบส่องกล้อง โดยจะผ่าตัดเลาะเอาซีสต์ออกอย่างเดียว หรือตัดรังไข่ออกทั้งหมด จะตัดออก 1 ข้างหรือ 2 ข้าง หรือจะต้องตัดมดลูกออกด้วยหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับอายุผู้ป่วย ชนิดและขนาดของซีสต์ ความต้องการที่จะมีบุตรอีกในอนาคต เป็นต้น

3.ผ่าตัดฉุกเฉิน
มักทำในกรณีถุงน้ำรังไข่แตกหรือถุงน้ำรังไข่มีขั้วบิด ซึ่งเกิดได้ทั้งการเป็นฟังค์ชันนัล ซีสต์ และเนื้องอกถุงน้ำรังไข่ แต่ในกรณีที่เป็นฟังค์ชันนัล ซีสต์ แตกและมีเลือดออกในช่องท้องไม่มาก แพทย์อาจสังเกตอาการโดยให้พักที่โรงพยาบาล ถ้าอาการดีขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

ปัจจุบันการรักษา ซีสต์รังไข่ สามารถทำได้โดยการผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery) ซึ่งข้อดีของวิธีการผ่าตัดแบบนี้คือ ช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ดังเดิม แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายและอย่าละเลยการตรวจภายในเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้งกับสูติ-นรีแพทย์ในผู้ที่ยังไม่เคยเป็น และสำหรับผู้ที่เคยเป็น ซีสต์รังไข่ แล้ว แนะนำให้พบสูติ-นรีแพทย์ทุก 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี เพื่อจะได้รับมือได้อย่างทันท่วงทีค่ะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ซีสต์รังไข่ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม