หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: อุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ช่วย SMEs ไทยสู้วิกฤติโควิด-19  (อ่าน 9 ครั้ง)
Guest
อุทยานวิทยาศาสตร์ฯ
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 ม.ค. 21, 11:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

อุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ช่วย SMEs ไทยสู้วิกฤติโควิด-19
สนับสนุนทุนยกระดับสินค้าและภูมิปัญญาท้องถิ่น

อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค นำงานวิจัยสู้วิกฤติโควิด-19 หวังช่วยยกระดับและพัฒนา SMEs และวิสาหกิจชุมชน เดินหน้าสนับสนุนทุนการวิเคราะห์ทดสอบผลิตภัณฑ์ผ่านโครงการ RD Facilities Boost up และบริการต่างๆ ของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เพื่อหวังยกระดับผู้ประกอบการ สร้างความเข้มแข็งให้กับสินค้านวัตกรรม และเศรษฐกิจท้องถิ่นในภูมิภาคด้วยองค์ความรู้ ภูมิปัญญาและนวัตกรรม
นางสาวทิพวัลย์ เวชชการัณย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิดระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ด้วยเหตุนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค หรือนิคมธุรกิจวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จึงได้มุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชน รวมถึงนักวิจัยที่ต้องการนำงานวิจัยมาต่อยอด ทางธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนทุนการวิเคราะห์ทดสอบผลิตภัณฑ์สูงสุด 80% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือไม่เกินวงเงิน 1 แสนบาท ภายใต้โครงการยกระดับการวิจัยและพัฒนาของผู้ประกอบการ ด้วยเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ RD Facilities Boost up ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับสินค้านวัตกรรมและเศรษฐกิจท้องถิ่นในภูมิภาคด้วยองค์ความรู้ ภูมิปัญญาและนวัตกรรม นอกจากโครงการ RD Facilities Boost up แล้ว อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคยังมีบริการต่างๆ ที่ช่วยผู้ประกอบการ เช่น การบ่มเพาะผู้ประกอบการรายใหม่ การวิเคราะห์ทดสอบและรับรองมาตรฐาน การพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและวิจัยของภาคเอกชน การวิจัยร่วมกับภาคเอกชน การบริหารจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ ยังมีบริการพื้นที่สำหรับทำวิจัย พื้นที่สำหรับจัดตั้งธุรกิจ และพื้นที่ส่งเสริมการออกแบบและพัฒนานวัตกรรม (co-working space)
“อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการจับคู่ระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน เพิ่มโอกาสในการอยู่รอดและเร่งการเติบโตของธุรกิจอย่างก้าวกระโดด เป็นระบบนิเวศที่เอื้อ ต่อการทำงานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เปรียบเสมือน Sandbox ในการบ่มเพาะธุรกิจของธุรกิจ SMEs ผ่าน 16 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ด้วยการนำงานวิจัยมาต่อยอดเพื่อให้เกิดนวัตกรรมและสามารถ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ต้องการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีผู้ที่เข้าร่วมใช้บริการมากกว่าหมื่นราย มีการสร้างผู้ประกอบการใหม่แล้วมากกว่า 500 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วมากกว่าหนึ่งพันล้านบาท สำหรับผู้ที่สนใจอยากได้คำปรึกษา คำแนะนำ หรือความช่วยเหลือด้านต่างๆ สามารถติดต่อได้ที่ https://www.facebook.com/spamost/ หรือ โทร 02-333-3942”
คุณพัชรินทร จำรัส ห้างหุ้นส่วนจำกัดปลาส้มไร้ก้างแม่ทองปอน เปิดเผยว่า ช่วงแรกของการผลิต เกิดจากการรวมตัวกันของคนในชุมชนซึ่งเป็นกลุ่มสตรีสหกรณ์ผู้ผลิตปลาส้มบ้านสันเวียงใหม่ โดยผลิตปลาส้มในรูปแบบของการสืบทอดภูมิปัญญาแบบรุ่นสู่รุ่น ต่อมาได้รับความนิยมอย่างมากจนเป็นที่ต้องการของตลาดทำให้ต้องเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น จึงมีความต้องการที่จะใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต ด้วยเหตุนี้จึงได้เข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม กับอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา (สถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และขยายธุรกิจควบคู่กับการขยายตลาดในนาม ห้างหุ้นส่วนจำกัดปลาส้มไร้ก้างแม่ทองปอน จนปัจจุบันได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและช่วยยกระดับธุรกิจชุมชน
ทั้งนี้อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ให้การช่วยเหลือในการพัฒนาศักยภาพทางด้านธุรกิจ และให้คำปรึกษาเรื่องของการพัฒนาธุรกิจ ทั้งทางด้านกฎหมาย การตลาด การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การสร้างแบรนด์ การวางแผนธุรกิจของสถานประกอบการ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของกิจการเพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มรายได้ ส่งผลให้เกิดการสร้างงานเพิ่มขึ้นจากการขยายการผลิต สร้างอาชีพในชุมชน รวมถึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการส่งวัตถุดิบในการผลิตต่างๆ เช่น ปลา ข้าว กระเทียม เป็นต้น ส่งผลให้มียอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 4.2 ล้านบาทและต่างประเทศ 1 แสนบาท ต่อปี
ด้านนายอนุสรณ์ ขวัญคงบุญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคโค่ อะกรีคัลเจอร์ จำกัด หนึ่งในผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจากอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของบริษัทเกิดจากความคิดที่ต้องการนำขุยมะพร้าว ซึ่งเป็นทรัพยากรเหลือทิ้งที่มีอยู่ในท้องถิ่นในประเทศ มาสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยคิดค้นวิจัยในการพัฒนาเป็นสินค้าใหม่โดยใช้ความรู้และการสนับสนุนในด้านต่างๆ ของ อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ ศูนย์ความร่วมมืออุตสาหกรรม ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา และบุคลากรของคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกันคิดค้นวิจัย จนได้มาซึ่งวัสดุปลูกและวัสดุเพาะกล้า “โคโค่ พีท พลัส” ที่มีศักยภาพ และคุณภาพเทียบเท่าพีทมอส ที่สามารถขายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม