หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รีวิวศัลยกรรมขากรรไกร แก้คางยื่น ปรับโครงหน้า3จุด เสริมจมูกที่รพ.เกาหลี  (อ่าน 30 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 24 ก.ค. 20, 14:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
สวัสดีค่ะ

ในที่สุดเราก็ได้มีโอกาสมาเขียนรีวิวผ่าตัดครั้งแรกในชีวิต !!!

ตอนนี้จองผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว เหลือเวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนจะถึงวันผ่าตัดค่ะ

เราได้ตัดสินใจลาออกจากบริษัทเพื่อเตรียมตัวผ่าตัดในครั้งนี้

และกลายเป็นคนตกงานอยู่ค่ะตอนนี้ 55555

กำลังอยู่ในช่วงตระเวนหาของอร่อยๆกิน

เพราะถ้าผ่าตัดแล้วคงจะกินอะไรไม่ได้พักใหญ่ ช่วงนี้เลยกินไม่หยุดเลยค่ะ

น้ำหนักขึ้นมาเล็กน้อยแต่เดี๋ยวพอผ่าตัดก็ลงค่ะ!!


เราจะเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมขากรรไกรและ

ศัลยกรรมปรับรูปหน้า(โหนกแก้ม+กราม+คาง)เพื่อแก้ไขคางยื่นค่ะ!

ส่วนทำจมูกเราต้องทำหลังจากทำขากรรไกรไปแล้ว 6 เดือนค่ะ ~



ก่อนผ่าตัด

ความจริงเมื่อเทียบดูแล้ว ถ้ามองหน้าตรงเราจะดูคางยื่นไม่มากเท่ากับด้านข้างค่ะ

เพราะฉะนั้นเวลาถ่ายรูปเราเลยจะถ่ายแต่หน้าตรง ไม่ก็หันหลังตลอด

วันที่เดินทางออกจากบ้านไปรพ.เพื่อเข้ารับการผ่าตัด

เราไม่รู้สึกตื่นกลัวใดๆเลยค่ะ อาจเพราะเป็นสิ่งที่อยากจะทำมานานแล้วมั้งคะ

ทันทีที่ถึงรพ. เราได้ไปเปลี่ยนชุดและเข้าพบกับคุณหมออีกครั้งค่ะ

หลังจากฟังคำอธิบายต่างๆจบก็ไปห้องผ่าตัดทันที

ไม่เหลือเวลาให้มานั่งกลัวเลยค่ะ 555555

ฝากเนื้อฝากตัวกับคุณหมอเสร็จ สูดก๊าซยาสลบประมาณ 2 ครั้ง

ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็ผ่าตัดเสร็จแล้วและนอนอยู่ที่ห้องพักฟื้นเรียบร้อยค่ะ

แต่นี่เพิ่งเริ่มต้นค่ะ จากนี้ต่อไปคือของจริง... welcome to hell TT



ข้างๆเรามีพี่พยาบาลคอยดูอยู่ตลอด

คอยจับมือเราและบอกให้สูดลมหายใจลึกๆช่วงที่เราเพิ่งได้สติ ใจดีมากๆเลย

หลังจากนั้นพี่พยาบาลก็บอกว่าจะย้ายเราขึ้นไปห้องพักผู้ป่วยค่ะ

และช่วยประคองเราที่ตอนนี้มึนหัวมากขึ้นไปห้องพักด้านบน

ตอนเข้าไปในลิฟต์เราหลับตาตลอด ไม่ทันได้มองกระจกเลยค่ะ

หลังจากถึงห้องพักผู้ป่วยเราก็ได้เห็นหน้าตัวเองครั้งแรกหลังผ่าตัด


หลังผ่าตัด D-Day

ท๊าดา! เป็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเลยค่ะ….

ส่องกระจกแล้วลองเอามือคลำๆคางกับปากดู

ตั้งแต่ช่วงใต้จมูกลงไป ไม่มีความรู้สึกเลยค่ะ เหมือนไม่ใช่หน้าตัวเอง

ก่อนหน้าจะส่องกระจกเราลองเอามือไปจับตรงปาก

แล้วรู้สึกนุ่มๆแต่ไม่รู้ว่าคือส่วนไหนของหน้า (เพราะชาㅠㅠ)

พอส่องกระจกดูถึงรู้ว่า อ่อ ริมฝีปากเราเอง 5555555555

ตอนเข้าห้องผ่าตัดเป็นเวลาประมาณ 10 โมงเช้า

หลังจากเข้าไปนอนพักที่ห้องพักผู้ป่วย

เลยชำเลืองมองนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลา 1 ทุ่มแล้วค่ะ

ไม่รู้เลยว่าเพราะการผ่าตัดใช้เวลานาน หรือเราฟื้นจากยาสลบช้า

แต่เรารู้สึกเหมือนวันนี้ผ่านไปในชั่วพริบตาเดียว

จนถึงตอนนี้ยังไม่บวมมากเท่าที่เราคิดไว้เลยสบายใจไปนิดนึงค่ะ

ยังไม่รู้สึกเจ็บเลย แต่รู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ หายใจลำบากและคอแห้งมาก

เลยคิดแต่ว่าอยากกินน้ำๆอยู่ตลอด


หลังผ่าตัด Day 2

ได้ยินมาว่าช่วงวันที่ 2~3 จะเป็นวันที่บวมมากที่สุด

ในกรณีของเราคือวันที่ 2 บวมหนักมากสุดเลยเช่นกันค่ะ

ในรูปที่ถ่ายประคบน้ำแข็งอยู่เลยไม่เห็นตรงแก้ม

แต่ความจริงคือหน้ากลมเป็นลูกบอล จนแทบไม่เห็นสันจมูกเลยค่ะ

ยังแอบคิดว่านี่ปากเราบวมได้ขนาดนี้เลยหรอ TT

ปากบวมจนงับไม่ได้เลยทำให้มีน้ำลายไหลออกมาเรื่อยๆค่ะ

เราเลยต้องเอาทิชชูมารองซับเอาไว้

หลังจากผ่านไปประมาณ 3 วันค่อยพอดูได้ขึ้นมาหน่อยค่ะ

ช่วงวันสองวันแรกลำบากมากจนคิดว่าเรามาทำทำไมเนี่ยย

น่าจะอยู่แบบตามมีตามเกิดไปก็ดีอยู่แล้ว...



หลังผ่าตัด Day 3


ถึงอาการบวมจะลดลงกว่าวันที่ 2 แต่สภาพก็ยัง...555555555

ถ้าเกร็งปากช่วยหน่อยก็จะหุบปากได้ค่ะแบบรูปซ้าย!!

ตั้งแต่ช่วงบ่ายไปอาการบวมลดลง และตอนนี้เอาอุปกรณ์ที่เสียบอยู่ตรงจมูก

เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกออกได้แล้วค่ะ

แค่เอาอันนั้นออกรู้สึกโล่งขึ้นเยอะเลยค่ะ

วันแรกกับวันที่สองคอบวมมาก วันแรกเลยกินน้ำไม่ค่อยได้เท่าไหร่

ในวันที่สองทั้งวันก็กินแค่นมถั่วเหลืองไปครึ่งกล่อง ไม่รู้ว่าเพราะให้น้ำเกลืออยู่รึเปล่า

เลยไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ค่ะ พอเข้าวันที่สามค่อยเริ่มดื่มน้ำได้เยอะขึ้นค่ะ


หลังผ่าตัด Day 4

วันที่ 3 กับวันที่ 4 ไม่ค่อยแตกต่างกันมากเท่าไหร่เลยเอารูปด้านข้างมาให้ดูค่ะ

หน้ายังบวมเป็นลูกบอลจนหากรอบหน้าไม่เจอเหมือนเดิมค่ะ 555555

แต่รู้สึกไหมคะว่าหน้าเราสั้นลง

หลังทำขากรรไกรสิ่งที่ลำบากที่สุดอย่างแรกเลยคือการหายใจค่ะ

อย่างที่สองคือการที่เราต้องนอนในท่านั่งค่ะ ปวดกระดูกก้นกบมากๆ TT


หลังผ่าตัด Day 5

ผ่านไปแต่ละวันอาการบวมลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

หลังจากตื่นนอนรู้สึกสบายหน้ามากขึ้นกว่าเมื่อวาน

ตรงบริเวณแก้มที่ประคบเย็นอยู่ก็เริ่มมีความรู้สึก !!!


อาหารที่เราทานที่บ้านจะเป็นพวกนมถั่วเหลือง น้ำผลไม้

โยเกิร์ตผสมบลูเบอร์รี่ปั่นละเอียดและพวกซุปกระดูกวัวค่ะ


หลังผ่าตัด Day 7

ในที่สุดก็ครบ 1 สัปดาห์แล้วค่ะ!!!

วันนี้เราเตรียมตัวแต่เช้าเพื่อไปนวดลดบวมที่รพ.

และแวะไปกินชานมกับเพื่อนที่สถานีกังนัมมาค่ะ

ทางรพ.มีการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้นและมาส์กหน้าลดความระคายเคืองให้

รู้สึกผิวสะอาดขึ้นมากๆเลยค่ะ

อาจเป็นเพราะว่าร่างกายยังอ่อนแออยู่ พอเจอแสงแดดเราเลยรู้สึกเวียนหัวตลอดเวลา

จนคิดว่าไม่น่าเดินไหวเลยกลับมาบ้าน

พอมาส่องกระจกดู เราตกใจมาก!!!


ระหว่างที่เราอยู่นอกบ้านอาการบวมยุบลงไปเยอะมากเลย >_
ลองถ่ายรูปเปรียบเทียบขนาดใบหน้ากับฝ่ามือเหมือนที่ถ่าย

ตอนวันที่ 3 ดูค่ะ จะเห็นว่าเล็กลงมากๆ 5555

ปกติเราเป็นคนหัวเล็ก ทำให้เห็นช่วงขากรรไกรล่างที่ค่อนข้างใหญ่ได้ชัดเจน

แต่ตอนนี้ไม่เป็นอย่างนั้นแล้วค่ะ!

วันนี้เราเผาผลาญแคลอรีไปเยอะ ตอนเย็นเลยว่าจะกินอะไรที่มันอยู่ท้องหน่อยค่ะ

แล้วก็ลองรัดหน้าด้วยผ้ารัดหน้าที่ได้รับจากรพ.ดูด้วย!!

มันแน่นมากเลยรู้สึกอัดอัดไปบ้างแต่ต่อไปคงต้องขยันรัดบ่อยๆค่ะ 5555

ที่รพ.กับคลินิกฟันชมว่าเราลดบวมได้ดีมาก เลยอารมณ์ดีทั้งวันเลยค่ะ

แล้วก็ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา เราน้ำหนักลงไป 4 กิโลค่ะทุกคน..........

และคิดว่าคงจะลงอีกเรื่อยๆ....

แล้วก็ปกติเราเป็นคนบวมง่ายมาก

แต่รอบนี้ดูไม่บวมอย่างที่คิดเลยแปลกใจอยู่เหมือนกันค่ะ

แต่เพื่อนๆก็บอกค่ะว่าถ้าหมอเก่งจะไม่ค่อยบวม 5555

คุณหมอจากบาโนบากิ สุดยอดไปเลยค่ะ!

เขียนยาวมากเลย 5555 ไว้มาติดตามกันต่อพาร์ทหน้านะคะ >


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 ต.ค. 20, 14:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตอนนี้อาการบวมจากการดูดไขมันหน้ากับทำจมูกยุบลงจนหมดแล้วค่ะ
ตอนนี้เวลายิ้มกว้างๆก็ไม่ได้รู้สึกตึงในจมูกแล้ว
ไม่รู้ว่าอาการบวมในปากยังเหลืออยู่หรือเป็นเพราะเหล็กเจ็ดฟัน
เพราะเวลามองจากด้านข้างปากดูยื่นออกมาเหมือนเป็ดเลยค่ะ
อยากรีบถอดเหล็กจัดฟันเร็วๆจัง TT


ทำไมเป็นคนตกงานที่ยุ่งขนาดนี้
ยุ่งเพราะเอาแต่เที่ยวค่ะ 555555


รูปเมื่อ 3 ปีก่อนที่ถ่ายตอนไปเที่ยวอเมริกาค่ะ
มีการติดกิ๊บดอกไม้ด้วย 5555555
มาไล่ๆดูรูปไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไหร่ว่าทำไมชอบโพสท่าทำปากจู๋จัง…

วันนี้เป็นวันที่มีนัดไปทำฟันด้วยค่ะ
คุณหมอฟันบอกว่าฟันเราค่อนข้างสบกันได้ดี
อาจจะได้ถอดเครื่องมือจัดฟันเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ค่ะ
นัดทำฟันเดือนหน้าก็เริ่มเตรียมที่จะถอดได้แล้ว ดีใจมากเลย ถ่ายรูปอวดฟันมาฝากด้วยค่ะ
ตอนนี้หน้าเป็นวีไลน์โดยไม่ต้องแต่งรูปเลยค่ะ

รอยกรีดใต้จมูกยังเหลือรอยให้เห็นอยู่บ้างถ้ามองมุมเสยนะคะ
ถึงแต่งหน้าก็ยังปิดรอยแดงไม่ค่อยอยู่ค่ะ
แต่ต้องจ้องมุมเสยเท่านั้นค่ะถึงจะเห็นเลยไม่ได้กังวลเท่าไหร่ค่ะ!


ตอนกลางคืนอยู่ดีๆก็รู้สึกคันช่วงคางมากจนนอนไม่ได้เลยเผลอไปตีช่วงคางเข้า
พอตื่นมารู้สึกริมฝีปากล่างบวมเฉยเลยค่ะ แต่ความรู้สึกหน่วงๆดีขึ้น
ก่อนหน้านี้ใต้ปากบนไม่มีความรู้สึก แต่ตอนนี้ใต้ปากล่างไม่มีความรู้สึกค่ะ
เป็นครั้งแรกเลยที่ตื่นมาแล้วรู้สึกว่าประสาทสัมผัสกลับมาอย่างเห็นได้ชัด
แปลกดีค่ะ 55555555


ช่วงวันหยุดเทศกาลรอบนี้เป็นครั้งแรกที่จะได้เจอญาติๆหลังผ่าตัดค่ะ
ญาติๆเข้ามาทักทายเราก่อนเลยคนแรก
พอทำหน้ามา มีแต่คนบอกว่าเราหน้าเหมือนน้องสาวค่ะ 55555555555

พาร์ทนี้ขอเบรกไว้เท่านี้ก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ ^^





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  Banobagi  ศัลยกรรมเกาหลี  ศัลยกรรมโครงหน้า  ผ่าตัดขากรรไกร  ลดโหนก  เสริมจมูก 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม