หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ตราบาป  (อ่าน 2743 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 มิ.ย. 11, 15:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

q*078 กระทู้นี้ จะขอนำเรื่องจริง ที่มีคนถูกประทับตราบาป ทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมาร อย่างน่าเวทนา มาให้เพื่อนสมาชิกอ่าน และส่งกำลังใจให้เขา ถ้าเขาเป็นคนดีขอสิ่งศักดิ์จงคุ้มครอง ให้เขาได้รับ ความถูกต้องและเป็นธรรม ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข ด้วยเทอญ

Mr.Grave

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 17 พ.ย. 11, 17:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แฉเล่ห์ BANK ยึดหลักประกันทำธุรกิจเจ๊ง!
ASTVผู้จัดการรายวัน - ลูกค้าแฉแบงก์กสิกรไทย (KBANK) เอาเปรียบ เตะถ่วง ไม่ยอมให้ไถ่ถอนที่ดินติดจำนอง ทั้งที่มีผู้ขอซื้อที่ดิน จนสุดท้ายกลายเป็นเอ็นพีแอล ติดแบล็กลิสต์เครดิตบูโร เสียหายยับ! ตัดสินใจฟ้อง ศาลสมุทรปราการ ยอมรับแม้สู้ยากแต่อยากให้สังคมได้รับรู้จะได้ไม่หลงกล
นายภาคภูมิ วัชรขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินชัวร์โบรกเกอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ครอบครัวของตนประกอบธุรกิจทางด้านประกันภัยมาหลายสิบปี กิจการรุ่งเรืองมาเป็นลำดับ กระทั่งมีปัญหาสภาพคล่อง เมื่อต้นปี 2552 เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประกาศบังคับใช้ Cash Before Cover เพื่อให้เป็นตามแบบมาตรฐานสากล
"คปภ.ให้บริษัทประกันภัย เรียกคืนเงินที่เคยให้เครดิต 60-90 วัน ซึ่งบริษัทฯได้นำไปชำระหนี้สมัยเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งก่อนหน้าแล้ว ทำให้บริษัทฯ ขาดสภาพคล่อง จึงติดต่อธนาคารกสิกรไทย สาขาเทพารักษ์ ที่ใช้สินเชื่ออยู่ ขอเพิ่มวงเงินสินเชื่อ 10 ล้านบาท โดยใช้หลักทรัพย์ที่ผ่อนชำระแล้วเกินครึ่งเป็นหลักประกัน ส่วนเกินขอใช้ บสย.ค้ำประกันแทน" นายภาคภูมิกล่าวแล้วว่า เจ้าหน้าที่สินเชื่อธนาคารฯ ให้คำตอบว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะบริษัท อินชัวร์โบรกเกอร์ เป็นลูกค้าชั้นดี แต่ขอให้ใช้เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินแทนวงเงินโอดี เวลาจะใช้ต้องเอาเอกสารไปขอเบิกเงินที่ธนาคาร เนื่องจากธนาคารจะควบคุมการใช้เงินได้ง่าย แต่เวลาผ่านไปหลายเดือนก็ยังไม่ได้สินเชื่อ
กระทั่งวันที่ 19 พ.ย. 52 ธนาคารกสิกรไทยได้อนุมัติสินเชื่อใ 2.2 ล้านบาท เพื่อซื้ออาคารพาณิชย์ด้อยคุณภาพจาก บจ.โพรเกรสแอพไพรซัล ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ที่ธนาคารกสิกรไทยยึดไปจากลูกหนี้และบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทยประมูลซื้อไปได้ อ้างว่าการปล่อยสินเชื่อในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อที่ขอไปเมื่อต้นปี
เมื่อถูกปฏิเสธ ตนจึงไปขอสินเชื่อที่ธนาคารไทยพาณิชย์โดยใช้หลักทรัพย์เดียวกับธนาคารกสิกรไทยแต่ถูกปฏิเสธเช่นเดียวกับธนาคารออมสินและเอสเอ็มอีแบงก์ ส่งผลใบริษัทขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ในปี 2553 จึงหาทางออกโดยประกาศขายที่ดิน โฉนดที่ดินเลขที่ 243965 ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง สมุทรปราการ ซึ่งติดจำนองอยู่กับธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีผู้สนใจมาขอซื้อ แต่ธนาคารกสิกรไทยขอเลื่อนการไถ่ถอนไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งก่อนจะส่ง E-mail มาแจ้งยอดหนี้คงเหลือที่จะต้องไถ่ถอนซึ่งต่ำกว่าราคาที่มีผู้ขอซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว
หลายครั้งที่มีการขอเลื่อน บางครั้งเจ้าหน้าที่สินเชื่อแจ้งว่า เช้าทำเรื่องโอนไม่ทันเพราะประวัติผมถูกโอนไปหน่วยปรับโครงสร้างหนี้ เลยไม่มีแฟ้มเรื่อง ทั้งๆที่ ไม่มีเรื่องค้างหนี้ทำไมจึงส่งไปปรับโครงสร้างหนี้ ก่อนจะถูกเลื่อนนัดไปอีกหลายครั้งในหน่วยงานปรับโครงสร้างหนี้ที่แจ้งว่า แฟ้มประวัติยังมาไม่ถึง เหมือนจงใจกลั่นแกล้ง ในที่สุดผู้ซื้อขอยกเลิกสัญญาพร้อมขอเงินมัดจำคืน เพราะเกรงว่าที่ดินจะมีปัญหาภายหลัง
"กระทั่งวันที่ 30 ส.ค. 53 ธนาคารกสิกรไทยมีหนังสือทวงถามให้ไปชำระหนี้เงินกู้จำนวน 3 ฉบับและยังไม่ยอมให้ไถ่ถอนที่ดินติดจำนอง แต่ยอมรับว่าเป็นความผิดของสำนักงานใหญ่ ที่เปลี่ยนระบบการจัดการลูกหนี้แล้วอ้างว่าไม่มีแฟ้มเอกสาร ผมจึงตัดสินใจยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ คดีหมายเลขดำที่ ผบ.1634 / 2553"
ทั้งนี้ ตนได้ฟ้อง ธนาคารกสิกรไทย จำเลยที่ 1 นายเฉลิมพล นิลเดช จำเลยที่ 2 น.ส.จินตนา พึ่งธรรม จำเลยที่ 3 และนายอนันต์ จงสู่วิวิฒน์วงศ์ จำเลยที่ 4 นอกจากนี้ ยังได้ร้องเรียนไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งธนาคารกสิกรไทยแจ้งว่าได้ทำความเข้าใจกับลูกค้ามาตลอด ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของศาลจึงต้องรอคำพิพากษาของศาล ธปท.จึงได้แค่ตอบกลับมาว่า จะนำข้อสังเกตต่างๆ ไปใช้ในการตรวจสอบธนาคารกสิกรไทยไทยต่อไป ตนเห็นว่าพฤติกรรมของธนาคารดังกล่าวควรถูกลงโทษเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับธนาคารอื่น อย่างน้อยช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดกับประชาชนได้บ้าง
นายภาคภูมิกล่าวอีกว่า มีการฟ้องร้องกันทั้งสองฝ่าย จากเดิมทียังไม่คิดจะฟ้อง เพราะมีการไกล่เกลี่ยโดยผู้บริหารแต่ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน เพราะหลังจากประชุมเสร็จ มีการยอมเลื่อนแค่ 2 คดีที่ไม่สำคัญ อีก 1 คดี ไม่เลื่อนอ้างว่าถ้าให้ธนาคารเลื่อนจะดูแล้วไม่ดี อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้รับหมายศาล ขณะที่ธนาคารบอกให้รอคำพิพากษาอย่างเดียว ตนจึงฟ้องบ้าง เพราะเห็นว่า ที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยไม่เคยทำตามสัญญา มีแต่มาหลอกสอบถามข้อมูลเพื่อต่อสู้คดี อยากให้คดีชนะอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องและเป็นธรรม
"ธนาคารโกหกว่าจะเลื่อนคดีให้ ผมหลงเชื่อทำให้ขาดนัดศาล ศาลจึงพิพากษาให้ผมชดใช้เงินเต็มตามฟ้อง ทั้งที่ผมไม่ได้รับหมายศาล การกระทำที่ผิดพลาดของธนาคาร ทำให้ผมได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เช่น ถูกธนาคารอื่นยกเลิกวงเงิน ถูกขึ้นเครดิตบูโร เป็นหนี้เสีย ถูกคู่ค้ายกเลิกสัญญาประกันภัยที่สำคัญทำให้ธุรกิจซึ่งเป็นอาชีพของครอบครัวที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2500 ได้รับผลกระทบขาดความเชื่อมั่นจากลูกค้า" นายภาคภูมิกล่าว.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม