Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ > ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
หน้า: 1
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์  (อ่าน 92 ครั้ง)
add

ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์

 
        ผู้ตั้งกระทู้: 4 ก.ค. 17, 13:52 น
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง

ได้เกิดในแผ่นดิน แห่งองค์พระภูมิทร์แดนสยาม
ทั่วเขตแคว้นไทยงาม ในชั่วข้ามรัชสมัย
ทรงส่งมอบหน้าที่เพื้อสานต่อ มิทรงท้อต่อสิ่งใด
ปณิธานทรงหวังไว้ เพื่อชาติไทยพัฒนา

ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์


กิจกรรมน่าสนใจจาก สนุกเว็บบอร์ด

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
        ความคิดเห็นที่ #1: 6 ก.ค. 17, 09:57 น

"...เมืองไทย นี้อยู่ได้ด้วยความสามัคคี ด้วยความเข้ม แข็ง ด้วยความเสียสละ อาศัยความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งกันและกัน และถ้ารักษาความ เห็นอกเห็นใจนี้แล้ว ประเทศชาติของเราก็จะ เป็นที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์และน่าสบายต่อไปชั่ว กาลนาน..." พระราชดำรัส(ร.๙)   พระราชทานในพิธีพระราชทาน ธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้านจังหวัดขอนแก่น ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 19 กุมภาพันธ์ 2519

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
        ความคิดเห็นที่ #2: 11 ก.ค. 17, 09:42 น

“…ความรู้จักอดทนและอดกลั้น ไม่ยอมตัวยอมใจให้วู่วามไปตามเหตุการณ์ตามอคติและอารมณ์ที่ชอบใจ หรือไม่ชอบใจนั้น ทำให้เกิดมีการยั้งคิดและธรรมดาคนเรา เมื่อยั้งคิดได้แล้ว ย่อมมีโอกาสที่จะพิจารณาเรื่องที่ทำ คำที่พูด ทบทวนดูใหม่ได้อีกคำรบหนึ่ง การพิจารณาทบทวนเรื่องใดๆใหม่ ย่อมจะช่วยให้มองเห็นละเอียดชัดเจนขึ้น ทำให้เกิดความเข้าใจอันกระจ่างสว่างไสวขึ้น...” พระบรมราโชวาท (ร.๙)  ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๑๖

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
        ความคิดเห็นที่ #3: 14 ก.ค. 17, 09:24 น

“บรรพชนไทย เป็นนักต่อสู้ ผู้มีชีวิตจิตใจผูกพันปรองดอง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามัคคีพร้อมเพรียงกันทุกเมื่อ  ไม่ว่าจะทำการ    สิ่งใด บ้านเมืองไทยจึงมีเอกราชอธิปไตย และมีความสุขความสมบูรณ์ทุกอย่างมาจนกระทั่งทุกวันนี้”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) ในพิธีสวนสนามของทหารรักษาพระองค์  ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓ ธันวาคม ๒๕๒๒

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
        ความคิดเห็นที่ #4: 19 ก.ค. 17, 10:41 น

“หญ้าแฝก” รากฝังลึกอนุรักษ์หน้าดิน
- ด้วยระบบรากของ “หญ้าแฝก” ที่ฝังลึกไปในดินตรงๆ และแผ่กระจายเหมือนกำแพงจึงช่วยชะลอความเร็วของน้ำที่ไหลผ่านหน้าดิน ช่วยเก็บความชุ่มชื้นของดินไว้และป้องกันการพังทลายของหน้าดิน จึงมีการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการอนุกรักษ์ดิน เช่น ปลูกตามพื้นที่ลาดชันหรือบริเวณเขื่อนเพื่อป้องกันการกัดเซาะของหน้าดิน ปรับปรุงดินที่เสื่อมโทรม และยังใช้ปลูกป้องกันสารพิษปนเปื้อนลงแหล่งน้ำ เป็นต้น ผลจากการดำเนินงานตามพระราชดำริในการศึกษาให้ทราบพันธุ์และหาวิธีปลูกหญ้าแฝกที่เหมาะสมเพื่อเผยแพร่ในพื้นที่ๆ ประสบปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ทำให้สมาคมควบคุมการกัดเซาะผิวดินนานาชาติ(International Erosion Control Association: IECA) มีมติถวายรางวัล The International Erosion Control Association’s International Merit Award แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเป็นแบบอย่างในการนำหญ้าแฝกมาใช้อนุรักษ์ดินและน้ำ เมื่อวันที่ ๓๐ ต.ค.๒๕๓๖ ด้วยพระปรีชาสามารถซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่ปวงชนชาวไทยมากมายเช่นนี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบถวายการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีไทย” เมื่อปี๒๕๔๓ และกำหนดให้วันที่ ๑๙ ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่พระองค์ทรงอำนวยการสาธิตฝนหลวงครั้งแรกให้เป็น “วันเทคโนโลยีไทย” นอกจากนี้พระอัจฉริยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่คนในวงการวิทยาศาสตร์ควรจะน้อมนำเป็นแบบอย่างและแนวทางเพื่อการพัฒนางานที่อยู่สู่การพัฒนาประเทศ 

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
        ความคิดเห็นที่ #5: 20 ก.ค. 17, 11:03 น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการจัดการทรัพยากรประมง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักดีว่าประชาชนในชนบทยังขาดสารอาหารโปรตีนซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย และสัตว์น้ำจำพวกปลาน้ำจืดเป็นแหล่งอาหารราคาถูกที่ให้สารอาหารโปรตีน ประกอบกับสามารถหาได้ในท้องถิ่นชนบททั่วประเทศ จึงทำให้ปลาเป็นอาหารที่สำคัญและเป็นอาหารหลักของราษฎรในชนบท แต่การที่จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วประกอบกับแหล่งน้ำธรรมชาติมีความเสื่อมโทรม ทำให้ปริมาณการผลิตปลาจากแหล่งน้ำเหล่านี้ไม่เพียงพอกับความต้องการโดยเฉพาะสำหรับประชาชนที่ยากจนในชนบท แนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจในด้านการจัดการทรัพยากรประมง มีดังต่อไปนี้

1. โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา มีบ่อเพาะเลี้ยงปลานิล และมีพันธุ์ปลาพระราชทาน มีบ่อเพาะพันธุ์จำนวน 6 บ่อ สามารถผลิตลูกปลานิลพระราชทานในปี พ.ศ.2538 จำนวน 42,485 ตัว (สำนักพระราชวัง, 2539:25) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพันธุ์ปลาไปทั่วประเทศ บ่อยครั้งที่ทรงปล่อยปลาลงตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ด้วยพระองค์เองเพื่อให้มีทรัพยากรสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น

2. งานศึกษาวิจัยด้านการจัดการทรัพยากรประมงน้ำจืด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้มีกิจกรรมการทดลองค้นคว้าวิจัยทางด้านการประมง ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง โดยทรงเน้นให้ทำการศึกษาการพัฒนาด้านการประมง ซึ่งมิใช่การศึกษาวิจัยทางด้านวิชาการชั้นสูง แต่ต้องศึกษาในด้านวิชาการที่จะนำผลมาใช้ในท้องที่และสามารถปฏิบัติได้จริง เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างการค้นคว้าเชิงวิชาการชั้นสูงกับการนำความรู้ที่ค้นพบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการประกอบอาชีพของประชาชน เพื่อให้เกษตรกรทั่วไปที่ไม่มีความรู้มากนักสามารถนำไปปฏิบัติได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงห่วงใยถึงการทำประมงของราษฎรและทรงตระหนักถึงความจำเป็นในการจัดการทรัพยากรประมง จึงโปรดให้มีกิจกรรมการทดลองวิจัยทางด้านการจัดการทรัพยากรประมง ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ โดยให้จัดระเบียบในด้านการบริหารการจับปลาไม่ให้มีการแก่งแย่งและเอาเปรียบกัน และไม่ทำลายพันธุ์ปลา ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยการจัดตั้งเป็นกลุ่มและให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการ (สำนักงาน กปร., 2531: 52)

3. งานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรประมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในด้านการจัดการทรัพยากรประมง โดยทรงมุ่งมั่นในงานด้านการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรประมงควบคู่ไปกับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริซึ่งกระจายครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ เช่น โครงการส่งเสริมการเลี้ยงปลาในศูนย์ศึกษาการพัฒนาปลวกแดง จังหวัดระยอง - ชลบุรี (ทบวงมหาวิทยาลัย, 2540: 101-2) ด้วยการสงวนพันธุ์และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ พร้อมเร่งรัดปล่อยพันธุ์ปลาชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาโตเร็วที่เหมาะสมในแต่ละท้องที่ลงในแหล่งน้ำต่าง ๆ เพื่อให้มีสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ เป็นแหล่งอาหารโปรตีนของประชาชนไว้บริโภคตลอดไป ในกรณีที่ปลาบางชนิดซึ่งเป็นปลาที่หายากและมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนลดน้อยลงจนอาจสูญพันธุ์ได้ เช่นปลาบึก ซึ่งเป็นปลาในสกุล Catfish ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีอยู่แต่เฉพาะในแม่น้ำโขงเท่านั้น พระองค์ก็ทรงห่วงใยและทรงให้ทำการค้นคว้าหาวิธีการที่จะอนุรักษ์พันธุ์ปลาชนิดนี้ไว้ให้ได้ พร้อมทั้งทรงให้กำลังใจแก่ผู้ค้นคว้าตลอดเวลา จนในที่สุดก็สามารถผสมเทียมพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้สำเร็จ (สำนักงาน กปร., 2531: 52)

4. การจัดการทรัพยากรประมงที่เกี่ยวกับการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ได้ทรงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการศึกษาวิจัยตามแนวพระราชดำริเพื่อหาแนวทางการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำอย่างยั่งยืน รวมทั้งการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชายฝั่งแบบอเนกประสงค์และเกื้อกูลกัน ณ "ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน" จังหวัดจันทบุรี โดยได้มีการพัฒนาพื้นที่ป่าชายเลนเสื่อมโทรมเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนา ผสมผสานกับการอนุรักษ์และปลูกป่าชายเลนทดแทนเพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีพระราชดำริในการจัดการทรัพยากรชายฝั่งเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ และความขัดแย้งระหว่างนาข้าว กับนากุ้ง โดยทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำ "โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง" จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้มีการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาด้วยการกำหนดเขตการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำให้เป็นสัดส่วน และให้มีการสร้างเขื่อนป้องกันไม่ให้น้ำเค็มเข้ามาทำความเสียหายให้กับนาข้าว และยังทรงแนะนำให้มีการบำบัดน้ำเสียจากการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำก่อนที่จะปล่อยทิ้งลงสู่แหล่งน้ำ รวมทั้งการจัดทำระบบชลประทานน้ำเค็ม และคลองระบายน้ำเสียแยกจากกันในบริเวณโครงการฯ วิธีการนี้ทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมถูกทำลายจากการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำลดลง อันจะนำไปสู่การพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำอย่างยั่งยืน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
        ความคิดเห็นที่ #6: 31 ก.ค. 17, 10:25 น

โครงการก่อสร้างถนนเลียบรถไฟสายใต้
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ช่วงเวลาเสด็จฯ ไปโรงพยาบาลศิริราชเพียงไม่นานได้ทรงงานและทรงศึกษาสภาพพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างละเอียดจึงมีพระราชดำริว่า สามารถขยายแนวถนนเลียบทางรถไฟสายธนบุรี จากช่วงปลายถนนอิสรภาพ ถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งสภาพเดิมจากปลายถนนอิสรภาพเข้าไปประมาณ ๒๓๐ เมตร เป็นถนนคอนกรีต ส่วนที่เหลืออีกประมาณ ๓๘๐ เมตรเป็นที่ลุ่ม มีบ้านเรือน เพิงพักอาศัย และมีทางเดินตามแนวทางรถไฟ จนถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสถึงแนวพระราชดำริในการตัดถนนสายนี้ตอนหนึ่งว่า ต่อไปโครงการที่ ๓ คือ สร้างทางในที่ที่ยังไม่มีทาง อันนี้เกิดขึ้นที่ใกล้สถานีบางกอกน้อยระหว่างสถานีบางกอกน้อย คือ ปลายถนนอิสรภาพเชื่อมกับถนนจรัญสนิทวงศ์ ตรงนั้นเป็นที่ของการรถไฟ เป็นที่ลุ่มมีทางเดินเข้าไป ไม่ทะลุแล้วก็ขลุกขลัก ทางกรงเทพมหานครได้ไปจัดการ มีบ้านคนที่บุกรุกที่ของรถไฟบ้าง แต่ก็ได้ย้ายบ้านเหล่านั้น เข้าใจว่าเป็นที่พอใจของผู้บุกรุก ให้ที่เขาอยู่ ไม่เดือดร้อน ทางกำลังสร้างยังไม่เสร็จ ต้องถมทรายเดี๋ยวนี้ได้กรุยมาเรียบร้อย เป็นระยะ ๖๐๐ เมตร ยังไม่ได้มีการถม ยังไม่ครบ แต่เมื่อครบแล้วก็จะเป็นทางที่จะทะลุ จากถนนอิสรภาพซึ่งต้น ถนนอิสรภาพนี่ต้องเลี้ยวขวามาเข้าที่ถนนอรุณอมรินทร์ จากตรงนั้นก็สามารถเชื่อมจรัญสนิทวงศ์ เข้าใจว่าจะช่วยการสัญจรขึ้นเล็กน้อย โครงการนี้ได้ให้เงินส่วนหนึ่ง แต่ว่าไม่พอ ต้องใช้เงินงบของกรุงเทพมหานคร และเงินบริจาคเพิ่มเติม ราคาก็ไม่ใช่น้อยแต่ก็จะช่วยแก้ปัญหาจราจร เมื่อกรุงเทพมหานครรับสนองแนวพระราชดำริแล้ว ได้ขออนุญาตใช้ที่ดดินริมทางรถไฟสายธนบุรีในพื้นที่เขตบางกอกน้อย ช่วงปลายถนนอิสรภาพถึงถนนจรัญสนิทวงศ์จากการทางรถไปแห่งประเทศไทย เพื่อก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ช่องจราจร มีระยะทาง ๖๑๐ เมตร มีเขตทางกว้าง ๑๐ เมตร เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๓๖ งบประมาณดำเนินการ ๑๖.๕ ล้านบาท และได้เปิดการจราจรอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามถนนสายนี้ว่า “ถนนสุทธาวาส”ตามชื่อวัดที่ตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าว
          ถนนสุทธาวาส ได้ช่วยบรรเทาปริมาณรถยนต์ที่ผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์ บรรจบกับถนนพรานนก(สามแยกไฟฉาย) ให้น้อยลง ซึ่งทำให้การจราจรที่ถนนจรัญสนิทวงศ์คล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ ถนนสายนี้ยังเป็นเส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งที่จะไปสู่จุดชุมชนในย่านสำคัญๆ เช่น สถานีรถไฟสายธนบุรีโรงพยาบาลศิริราช ตลาดพรานนกได้อีกด้ว
ที่มา : https://sites.google.com/site/mysite3020/phra-rach

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
        ความคิดเห็นที่ #7: 2 ส.ค. 17, 11:35 น

ต่อต้านผู้ทำลายสถาบันไทย
1.ความเชื่อ เป็นสิ่งที่ยอมรับยึดถือเฉพาะตนเอง อาจมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล อาจขยายลาม ไปถึงผู้อื่น หากมีกรอบความคิดและค่านิยมที่ใกล้เคียงกัน การหักล้างความเชื่อในทันทีกระทำได้ยาก ต้องพยายามทำความเข้าใจ ให้ข้อมูลเหตุผลที่ถูกต้อง ให้เกิดการยอมรับอย่างเคารพและหวังดีต่อกัน
2.การ กล่าวอ้างโจมตีบุคคลอื่น โดยพยายามเชื่อมโยงและอ้างอิงหลักฐานอันเป็นเท็จนอกจากจะมีความผิดทางกฎหมาย แล้ว ผู้ที่กระทำย่อมรู้ถึงเจตนาของตนเองและกลุ่มพวกพ้องที่กระทำว่ามีเจตนาใด ซึ่ง “ผลแห่งการกระทำ” ย่อมได้รับตามเจตนานั้นโดยสมบูรณ์ อันจะเป็นที่ได้ประจักษ์โดยทั่วกัน
3.บุญบารมีในการเป็นผู้นำ มิได้สร้างสมเพียงชั่วข้ามคืน หรือเพียงชั่วอายุเดียว หากต้องสั่งสมบุญบารมีมายาวนาน การกล่าวร้าย กล่าวปรามาสผู้มีบุญญาธิการ เพียงเพราะความขลาดเขลาของตนเอง ไม่สามารถใช้ สติและปัญญาที่เที่ยงแท้พิจารณาความจริงได้ ก็ไม่ต่างจากการตกลงไปในอบายภูมิแล้วครึ่งหนึ่ง
4.เทคโนโลยีเจริญก้าว หน้า การบิดเบือนข่าวสาร ให้เป็นไปตามที่ต้องการเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ประกอบกับการสร้างแรงจูงใจเชิงจิตวิทยาจากกลุ่มบุคคลกลุ่มใหญ่ ทำให้น้ำหนักของข่าวสารนั้น ดูมีความน่าเชื่อถือ แม้ไม่ได้เห็น หรือได้รับรู้ความจริงด้วยตนเอง เพียงแต่ผ่านกลุ่มที่ตนเชื่อถือเท่านั้น ก็เชื่อฝังใจ ออกรับแทน และประณามผู้ที่เห็นขัดแย้งว่า โง่ ไม่รู้จริงเหมือนตน
5.หลักการดี พูดจาน่าเชื่อถือ หลักฐานอ้างอิงมากมาย แต่เจตนากลับทำร้ายผู้อื่นให้เสื่อมเสีย เพียงเพราะขัดกับความต้องการของตนเอง ขัดกับหลักการที่ตนเองต้องการและมองว่าดี ลักษณะนี้ไม่ใช่แนวทางของผู้ที่นิยมเสรีภาพ และประชาธิปไตย กลับเป็นในมุมของผู้ที่นิยมความรุนแรง เพราะผลแห่งเจตนา จะมีแต่การแตกแยก และไม่สงบสุข
6.การหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ต เป็นความผิดทางอาญา ตามมาตรา 326 ที่บัญญัติว่า "ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมื่น หรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ“ ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อและเครื่องมือของผู้ที่ต้องการผลประโยชน์จากการกระทำ ของท่าน
7.เราจะต้องระมัดระวังผู้ที่คิดจะเปลี่ยนแปลงหรือเคลื่อนไหว สังคม ไม่ให้เป็นการใช้ประโยชน์จากพระราชอำนาจ โดยเราต้องร่วมใจกันน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ดังที่ได้ตรัสไว้ว่า "ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"
8. ย้อนประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้นบรรพบุรุษเราล้วนแล้วแต่น่ายกย่อง ต้องแลกด้วยเลือด เนื้อ และความลำบากยากเข็นเข้าแลกไว้ ท่าไม่มีพวกเค้าแร้วแร้วจะมีแผ่นดินเหยียบถึงทุกวันนี้หรือไม่...อิอิ แหม่พูด...แร้วของขึ้น!!
9.สู้เพื่อชาติ พลาดอย่างอาชาไนย ถึงตาย-เกียรติยศก็ยังดำรงไว้ จงภูมิใจเถอะ อย่าให้ความเสียใจมาดับไฟนักสู้ในหัวใจท่านเลย
10รัฐ ธรรมนูญ กล่าวไว้ว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นการจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษา ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
        ความคิดเห็นที่ #8: 3 ส.ค. 17, 09:34 น

"...บ้านเมืองไทยสามารถฟันฝ่าอุปสรรค ต่างๆ ได้โดยดี เพราะว่าจิตใจสามัคคีและแสดงออกซึ่งสามัคคี ถ้าตราบใด เรารักษาความสามัคคีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกัน และกันไว้ได้ เราก็จะอยู่ได้อย่างมีความ สุขตราบนั้น..." พระราชดำรัส (ร.๙)   พระราชทานแก่คณะประชาชนจังหวัดราชบุรี พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน 16 พฤศจิกายน 2531

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
        ความคิดเห็นที่ #9: 3 ส.ค. 17, 10:24 น

“...ความจริงใจต่อผู้อื่นเป็นคุณธรรมสำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จและความเจริญ เพราะช่วยให้สามารถขจัดปัดเป่าปัญหาได้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาอันเกิดจากความกินแหนงแคลงใจและเอารัดเอาเปรียบกัน นอกจากนั้นยังทำให้ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ และความร่วมมือสนับสนุนจากทุกคนทุกฝ่าย ที่ถือมั่นในเหตุผลและความดี ผู้มีความจริงใจจะทำการสิ่งใด ก็มักสำเร็จได้โดยราบรื่น....”
(พระบรมราโชวาท(ร.๙)  ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2535)

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
        ความคิดเห็นที่ #10: 8 ส.ค. 17, 09:53 น

“งานทุกอย่างมีบุคคลซึ่งมีชีวิตจิตใจ มีความนึกคิดเป็นผู้กระทำ ถ้าผู้ทำมีจิตใจไม่พร้อมจะทำงานเช่น ไม่ศรัทธาในงาน ไม่สนใจผูกพันกับงาน ผลงานที่ทำก็ย่อมบกพร่อง ไม่คงที่ ต่อเมื่อผู้ปฏิบัติมีศรัทธา เข้าใจซึ้งถึงประโยชน์ของงาน พร้อมใจและพอใจที่จะขวนขวายปฏิบัติงานโดยเต็มกำลังความสามารถ งานจึงจะดำเนินไปได้โดยราบรื่น และบรรลุผลตามที่มุ่งหมาย” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)    ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๓๖

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
        ความคิดเห็นที่ #11: 10 ส.ค. 17, 11:04 น

“แม่น้ำนี้ไม่ใช่ของหลวง ไม่ใช่ของใคร แม่น้ำเป็นของเรา ทิ้งอะไรลงไปมากๆ ของเน่า ปลาตาย สัตว์น้ำตายหมด เพราะไม่มีออกซิเจน แล้วใครเป็นทุกข์ ก็คนไทยเป็นทุกข์” พระราชกระแส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พ.ศ. ๒๕๒๓

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งจักรีวงศ์
        ความคิดเห็นที่ #12: 15 ส.ค. 17, 10:50 น

“แกล้งดิน” เร่งกำมะถันทำปฏิกิริยา ไล่หน้าดินเปรี้ยว
- จากปัญหาดินเปรี้ยวในบริเวณป่าพรุที่ถูกน้ำท่วมในจังหวัดนราธิวาส เนื่องจากมีสารประกอบไพไรท์ซึ่งมีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริให้ทดลอง “แกล้งดิน” ด้วยการทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันไป เพื่อกระตุ้นให้สารไพไรท์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนแล้วปลดปล่อยกำมะถันออกมา ทำให้ดินเปรี้ยวจัดจากนั้นปรับปรุงดินด้วยการใช้น้ำร่วมกับปูนมาร์ลหรือปูนฝุ่นแล้วไถพลิกกลบดิน ความเป็นเบสของปูนจะทำให้ดินซึ่งเปรี้ยวจัดถูกกระตุ้นให้ “ช็อก” จึงปรับสภาพสู่สภาวะปกติ จนกระทั่งเพาะปลูกข้าวได้ การปรับพื้นที่และยกร่องก็เป็นวิธีระบายกรดบนหน้าดินอีกทางหนึ่ง ส่วนจะปลูกพืชชนิดใดนั้นต้องปรับพื้นที่ให้เหมาะสม เช่น หากจะปลูกข้าวต้องปรับดินให้ลาดเอียงเพื่อให้น้ำไหลออก หากจะปลูกผักหรือพืชไร่อื่นให้ยกร่องและทำคูเพื่อป้องกันน้ำท่วม นอกจากนี้ยังต้องใส่ปูนขาวเพื่อปรับให้ดินเป็นกลาง หรืออาจจะใช้น้ำจืดชะล้างก็ได้แต่ใช้เวลานาน

Tags:
Tags:  
 
หน้า: 1
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้