×

พื้นที่แสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์สนุกดอทคอม
จะปิดให้บริการชั่วคราว และจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง
ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560
ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ
ทีมงานเว็บไซต์สนุกดอทคอม

Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ > เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
หน้า: 1
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์  (อ่าน 323 ครั้ง)
add

เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

 
        ผู้ตั้งกระทู้: 13 มิ.ย. 17, 11:45 น
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง

การแกล้งดิน เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับการแก้ปัญหาดินเปรี้ยว หรือดินเป็นกรด โดยมีการขังน้ำไว้ในพื้นที่ จนกระทั่งเกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้ดินเปรี้ยวจัดจนถึงที่สุด แล้วจึงระบายน้ำออก และปรับสภาพฟื้นฟูดินด้วยปูนขาว จนกระทั่งดินมีสภาพดีพอที่จะใช้ในการเพาะปลูกได้
 
หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในเขตจังหวัดนราธิวาส เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ทรงพบว่า ดินในพื้นที่พรุที่มีการชักน้ำออกเพื่อจะนำที่ดินมาใช้ทำการเกษตรนั้น แปรสภาพเป็นดินเปรี้ยวจัด ทำให้เพาะปลูกไม่ได้ผล จึงมีพระราชดำริให้ส่วนราชการต่าง ๆ พิจารณาหาแนวทางในการปรับปรุงพื้นที่พรุที่มีน้ำแช่ขังตลอดปีให้เกิดประโยชน์ในทางการเกษตรมากที่สุด และให้คำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ด้วย การแปรสภาพเป็นดินเปรี้ยวจัด เนื่องจากดินมีลักษณะเป็นเศษอินทรียวัตถุหรือซากพืชเน่าเปื่อยอยู่ข้างบน และมีระดับความลึก ๑-๒ เมตร เป็นดินเลนสีเทาปนน้ำเงิน ซึ่งมีสารประกอบกำมะถัน ที่เรียกว่า สารประกอบไพไรท์ (Pyrite : FeS2) อยู่มาก ดังนั้น เมื่อดินแห้ง สารไพไรท์จะทำปฏิกิริยากับอากาศ ปลดปล่อยกรดกำมะถันออกมา ทำให้ดินแปรสภาพเป็นดินกรดจัดหรือเปรี้ยวจัด ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงได้ดำเนินการสนองพระราชดำริโครงการ "แกล้งดิน" เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดของดิน เริ่มจากวิธีการ "แกล้งดินให้เปรี้ยว" คือทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันไป เพื่อเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดิน ซึ่งจะไปกระตุ้นให้สารไพไรท์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ปลดปล่อยกรดกำมะถันออกมา ทำให้ดินเป็นกรดจัดจนถึงขั้น "แกล้งดินให้เปรี้ยวสุดขีด" จนกระทั่งถึงจุดที่พืชไม่สามารถเจริญงอกงามได้ จากนั้นจึงหาวิธีการปรับปรุงดินดังกล่าวให้สามารถปลูกพืชได้ วิธีการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัดตามแนวพระราชดำริ คือควบคุมระดับน้ำใต้ดิน เพื่อป้องกันการเกิดกรดกำมะถัน จึงต้องควบคุมน้ำใต้ดินให้อยู่เหนือชั้นดินเลนที่มีสารไพไรท์อยู่ เพื่อมิให้สารไพไรท์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนหรือถูกออกซิไดซ์
 
จากการทดลอง ทำให้พบว่า วิธีการปรับปรุงดินตามสภาพของดินและความเหมาะสม มีอยู่ ๓ วิธีการด้วยกัน คือ
ใช้น้ำชะล้างความเป็นกรด เพราะเมื่อดินหายเปรี้ยว จะมีค่า PH เพิ่มขึ้น หากใช้ปุ๋ยไนโตรเจนและฟอสเฟต ก็จะทำให้พืชให้ผลผลิตได้
ใช้ปูนมาร์ลผสมคลุกเคล้ากับหน้าดิน
ใช้ทั้งสองวิธีข้างต้นผสมกันได้

กิจกรรมน่าสนใจจาก สนุกเว็บบอร์ด

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1: 19 มิ.ย. 17, 10:15 น

“...ความเพียรนั้นคือไม่ท้อถอยในการฝึกตนเอง ไม่ท้อถอยในการแผ่ความรู้ ไม่ท้อถอยในการช่วยผู้อื่น วินัยก็คือระเบียบที่มีอยู่ในใจของตัวเอง เพื่อที่จะเลือกแฟ้นวิชาการมาให้ในที่ ๆ เหมาะสม ที่ถูกต้อง และวินัยคือควบคุมตัวเองให้อยู่ในร่องในรอย ไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง ....”
(พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะครูฝึกตำรวจตระเวนชายแดน ณ ศาลาเริง พระราชวังไกลกังวล วันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2518)

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #2: 20 มิ.ย. 17, 09:34 น

โครงการพิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต
- พระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินานาถ พระราชทานแก่ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า บ้านสร้างถ่อน้อย ตำบลสร้างถ่อนอก อำเภอตัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๘ - "ข้าพเจ้าถือว่าวันนี้ เป็นวันที่เป็นมิ่งมหามงคล ที่ประเทศไทยได้มีประชาชน เป็นจำนวนมากที่อาสา ที่จะปกป้องรักษาป่า ในผืนแผ่นดินเรา อันที่จริงการปฎิญาณรักษาป่านี้ เป็นประโยชน์แก่พวกเราทุกๆ คน และลูกหลานของเราในอนาคต เพราะเมืองไทย ไม่มีแหล่งน้ำจืดที่ไหนเลย นอกจากป่า ป่าเป็นแหล่งน้ำจืด ป่าเป็นที่เก็บขังน้ำบริสุทธิ์ สำหรับพวกเราได้ทำมาหากิน ได้บริโภค เผื่อว่าผืนดินของเรานี้ จะได้เป็นผืนดินที่เป็นประโยชน์ ให้ชีวิตของพวกเราอย่างแท้จริง ที่เราเป็นนักเกษตรกรรม, กสิกรรม ถ้าขาดต้นไม้ ขาดป่า เราก็ขาดความชุ่มชื้น ความชุ่มชื้นนี้หมายถึง ฝนตกต้องตามฤดูกาล ต้นไม้นี้เป็นของมีประโยชน์มาก เขาจะระเหยความชุ่มชื้น ขึ้นไปบนท้องฟ้าไปผสมกับ ส่วนประกอบในท้องฟ้า ทำให้มีฝนตกต้องตามฤดูกาล และเมื่อฝนฟ้าตกลงมาเขา ก็จะเก็บน้ำไว้ที่ตัวต้นไม้ และก็ในรากทำให้เกิดน้ำใต้ดิน ที่สมบูรณ์ อย่างที่เวลาเราขุดน้ำ ที่ผืนดินเราก็จะได้น้ำ อย่างสมบูรณ์ แม้ว่าฝนจะแล้ง ไปชั่วระยะหนึ่ง เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าถือว่า เป็นนิมิตรหมายที่ คนไทยตื่นตัวรู้จักว่าน้ำ เป็นส่วนสำคัญในโลก อันที่จริงแล้ว นักวิชาการทั่วโลกพูดว่า น้ำนี้เป็นของจำกัดในโลกนี้ ไม่ว่าประเทศใดทั้งนั้น และต้นไม้นี้เอง เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้แผ่นดินชุ่มชื้น และก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ฝนฟ้าตก เดี๋ยวนี้ท่านทั้งหลาย คงจะได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่จะพูดว่า สมัยนี้ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้การเพาะปลูกลำบาก ประเทศไทยเรามีชื่อเสียงมานาน ในฐานะที่ว่า เป็นประเทศที่สามารถ ผลิตพืชพันธุ์ธัญญาหาร เลี้ยงตนเอง เรามีข้าวบริโภค เรามีอาหารต่างๆ เลี้ยงตัวเอง ซึ่งข้าพเจ้าอยากให้ท่าน ทั้งหลายทราบว่า ความสำเร็จอันนี้ ไม่ใช่ของง่าย เดี๋ยวนี้ทั่วโลกหลายประเทศ หยุดการเป็นประเทศ ที่ผลิตอาหารเลี้ยงตัวเอง ต้องสั่งซื้อ ต้องนำมาจากประเทศต่างๆ ซึ่ง ทำให้การตัดสินใน ของประเทศนั้นๆ ไม่เป็นอิสระเสรีภาพเท่าที่ควร เพราะฉนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ถือว่าวันนี้เป็นวันที่นิมิตรดี ท่านทั้งหลาย ราษฎรของประเทศไทย ลุกขึ้นมาร่วมกัน รักษาทรัพยากรที่หายาก ที่สุดในโลก และ ไม่มีวันที่จะเพิ่มขึ้นในโลกนี้คือ น้ำ น้ำที่เป็นสายธารแห่งชีวิต น้ำที่เป็นผู้ชุบชีวิตเราตั้งแต่ก่อนเราเกิด เวลาที่เราอยู่ในท้องแม่ เราต้องลอยอยู่ในน้ำ เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน ที่จะเกิดมีแก่ชีวิตของพวกเรา ที่ยังเป็นเด็กเล็กๆ อยู่ เพราะฉนั้น ในการที่ท่านมีความปราถนาดี ที่จะพิทักษ์ทรัพยากรที่สำคัญ ที่สุดของชีวิตมนุษย์ ข้าพเจ้าขออวยพร ให้ท่านทั้งหลาย ประสบความสำเร็จ สมดั่งประสงค์ทุกประการ ซึ่งความสำเร็จของท่าน หมายถึง ความสำเร็จของประเทศไทย และคนไทยในอนาคตนั่นเอง ซึ่งบัดนี้คนทั้งหลาย ไม่ทราบว่าที่เราตัดป่า เราทำลายแหล่งชีวิตของเรา ข้าพเจ้าจึงเลือกคำว่า "พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต" จากพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้ "คน" กับ "ป่า" อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข โดยพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ทำให้ราษฎรทุกหมู่เหล่า ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ได้ร่วมแรงร่วมใจกัน อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ใกล้ชุมชน เป็นผลให้ป่าไม้ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มรักษาไว้ได้มากขึ้น จึงได้พระราชทาน แนวพระราชดำริให้ราษฎร อยู่ร่วมกับป่าไม้อย่างสันติสุข พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โดยชุมชน/หมู่บ้าน ได้มีการจัดตั้งองค์การ ในการร่วมกันดูแลรักษาป่า และสภาพแวดล้อม แหล่งต้นน้ำลำธาร

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #3: 23 มิ.ย. 17, 09:38 น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.๙) กับการจัดการทรัพยากรน้ำ

จากการเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนพสกนิกรนับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์ ทำให้ทรงตระหนักว่าภัยแล้งและน้ำเพื่อการเกษตรและบริโภคอุปโภคเป็นปัญหาที่รุนแรงและสำคัญที่สุด การจัดการทรัพยากรน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกและบริโภคอุปโภค นับว่าเป็นงานที่มีความสำคัญ และมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศในการช่วยให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกได้อย่างสมบูรณ์ตลอดปี ในปัจจุบันพื้นที่การเพาะปลูกส่วนใหญ่ทุกภาคของประเทศเป็นพื้นที่เพาะปลูกนอกเขตชลประทาน ซึ่งต้องอาศัยเพียงน้ำฝน และน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นหลัก ทำให้พืชได้รับน้ำไม่สม่ำเสมอตามที่ต้องการ เป็นผลให้ผลผลิตที่ได้รับไม่ดีเท่าที่ควร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใฝ่พระราชหฤทัยเกี่ยวกับการจัดการพัฒนาแหล่งน้ำเป็นอย่างยิ่ง มีพระราชดำริว่าน้ำคือปัจจัยสำคัญต่อมนุษย์และบรรดาสิ่งมีชีวิตอย่างถ่องแท้ ดังพระราชดำรัส ณ สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2529 ความตอนหนึ่งว่า

"...หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้..."

ในการจัดการทรัพยากรน้ำนั้นทรงมุ่งขจัดปัญหาความแห้งแล้งอันเนื่องมาจากสภาพของป่าไม้ต้นน้ำเสื่อมโทรม ลักษณะดินเป็นดินปนทราย หรือการขาดแหล่งน้ำจืด การจัดการทรัพยากรน้ำโดยการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น มีหลักและวิธีการที่สำคัญ ๆ คือ การพัฒนาแหล่งน้ำจะเป็นรูปแบบใด ต้องเหมาะสมกับรายละเอียดสภาพภูมิประเทศแต่ละท้องที่เสมอ และการพัฒนาแหล่งน้ำต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในด้านเศรษฐกิจ และสังคมของท้องถิ่น หลีกเลี่ยงการเข้าไปสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับคนกลุ่มหนึ่ง โดยสร้างประโยชน์ให้กับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจเกี่ยวกับการลงทุนนั้นจะมีความเหมาะสมเพียงใดก็ตาม ด้วยเหตุนี้การทำงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำทุกแห่งจึงพระราชทานพระราชดำริไว้ว่า ราษฎรในหมู่บ้าน ซึ่งได้รับประโยชน์จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน โดยจัดการช่วยเหลือผู้ที่เสียประโยชน์ตามความเหมาะสมที่จะตกลงกันเอง เพื่อให้ทางราชการสามารถเข้าไปใช้ที่ดินทำการก่อสร้างได้ โดยไม่ต้องจัดซื้อที่ดิน ซึ่งเป็นพระบรมราโชบายที่มุ่งหวังให้ราษฎรมีส่วนร่วมกับรัฐบาล และช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในสังคมของตนเอง และมีความหวงแหน ที่จะต้องดูแลบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างนั้นต่อไปด้ว

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #4: 27 มิ.ย. 17, 13:55 น

“การรู้จักประมาณตน ได้แก่ การรู้จักและยอมรับว่าตนเองมีภูมิปัญญาและความสามารถด้านไหน เพียงใด และควรจะทำงานด้านไหน อย่างไร การรู้จักประมาณตนนี้ จะทำให้คนเรารู้จักใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมกับงาน และได้ประโยชน์สูงสุดเต็มตามประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้รู้จักขวนขวายศึกษาหาความรู้ และเพิ่มพูนประสบการณ์อยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองให้ยิ่งสูงขึ้น”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)  ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔๑

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #5: 29 มิ.ย. 17, 11:33 น

“ความคิดนั้นเป็นแม่บทใหญ่ของการพูดและการกระทำ เพราะกิจที่จะทำคำที่จะพูดทุกอย่างล้วนสำเร็จมาจากความคิด การคิดก่อนพูดและก่อนทำจึงช่วยให้บุคคลสามารถยับยั้งคำพูดที่ไม่สมควร หยุดยั้งการกระทำที่ไม่ถูกต้อง” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)    ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๐

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #6: 3 ก.ค. 17, 13:12 น

“การทำความดีนั้น โดยมากเป็นการเดินทวนกระแสความพอใจและความต้องการของมนุษย์ จึงทำได้ยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ ความชั่ว ซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่ แล้วจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.๙)   ในพิธีพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ว่าที่ร้อยตำรวจตรีฯ โรงเรียนนายร้อยตำรวจฯ ๑๐ มีนาคม ๒๕๒๙

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #7: 6 ก.ค. 17, 09:51 น

การก้าวหน้านั้น นายกฯ ก็ได้ให้สูตรไว้แล้วว่าทำยังไงให้ก้าวหน้า คือ จะต้องสามัคคีกัน ร่วมกันทำ แล้วถ้าร่วมกันทำ มันก้าวหน้าได้ แต่ถ้าไม่ร่วมกันทำ ไม่ ไม่มีทางก้าวหน้า (พระราชดำรัส(ร.๙)   เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๔๔)

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #8: 11 ก.ค. 17, 09:34 น

“…การทำความดีนั้น สำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวเอง ผู้อื่นไม่สำคัญและไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องเป็นห่วงหรือต้องรอคอยเขาด้วย เมื่อได้ลงมือลงแรงกระทำแล้วถึงแม้จะไม่มีใครร่วมมือด้วยหรือไม่ก็ตาม ผลดีที่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน…” พระบรมราโชวาท (ร.๙)  ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๐

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #9: 14 ก.ค. 17, 09:14 น

“จิตใจและความประพฤติที่สะอาดและมีระเบียบ เป็นรากฐานสำคัญของชีวิตจิตใจทั้งความประพฤติดังนั้นใช่จะเกิดมีขึ้นเองได้  หากแต่จำเป็นต้องฝึกหัดอบรมและสนับสนุนส่งเสริมกันอย่างจริงจังสม่ำเสมอ นับตั้งแต่บุคคลเกิด
ดังที่มนุษย์ไม่ว่าชาติใดภาษาใด ได้เฝ้าพยายามกระทำสืบต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งเพื่อให้สามารถรักษาตัวและมีความสุข ความสำเร็จในการครองชีวิต ทั้งให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ด้วยความผาสุกสงบ” 
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการสัมมนาของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  เรื่อง การพัฒนาสังคมในด้านศีลธรรมและจิตใจ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๑๖

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #10: 19 ก.ค. 17, 10:16 น

“แก้มลิง” กักตุนแล้วระบายน้ำตามแรงโน้มถ่วง - นอกจากปัญหาภัยแล้งแล้ว “น้ำท่วม” ก็เป็นอีกภัยธรรมชาติที่ทำให้น้ำตาไทยเอ่อล้น โครงการ “แก้มลิง” เป็นอีกโครงการที่ช่วยซับความเดือดร้อนของประชาชนชาวไทย ซึ่งดำเนินการโดยระบายน้ำจากตอนบนให้ไปตามคลองในแนวเหนือใต้สู่คลองพักน้ำขนาดใหญ่ที่ชายทะเล เมื่อระดับน้ำในทะเลลดต่ำกว่าในคลองก็ระบายน้ำออกจากคลองทางประตูระบายน้ำด้วยหลักการแรงโน้มถ่วงของโลก ทั้งนี้โครงการแก้มลิงเปรียบเหมือนการกินกล้วยของลิงซึ่งจะเก็บกล้วยไว้ที่แก้ม ก่อนจะค่อยๆ นำมาเคี้ยวและกินภายหลัง เมื่อนำมาใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมก็ขุดคลองต่างๆ เพื่อชักน้ำมารวมกันไว้เป็นบ่อพักที่เปรียบได้กับแก้มลิง แล้วค่อยๆ ระบายน้ำลงทะเลเมื่อน้ำทะเลลดลง ผลจากดำเนินการโครงการดังกล่าวจึงช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลซึ่งเป็นที่ลุ่มทำให้ระบายน้ำออกได้ล่าช้า 

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #11: 20 ก.ค. 17, 11:00 น

 โครงการพัฒนาเกษตร
 โครงการพัฒนาเกษตรครอบคลุมสองพื้นที่และสองลักษณะ คือ การพัฒนาเกษตรในที่สูง ซึ่งส่วนหนึ่งคือโครงการพัฒนาชาวเขาอันเป็นโครงการหลวง กับโครงการพัฒนาเกษตรในชนบท

โครงการหลวงเพื่อพัฒนาชาวเขาและเกษตรในที่สูง เป็นโครงการเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่ชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาและหุบเขาเป็นส่วนมาก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ ๕๐๐ – ๕,๒๖๕ เมตร อากาศหนาวเย็น บางแห่งหนาวจัดจนน้ำกลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว ที่สูงมีความสำคัญมากเพราะเป็นต้นน้ำลำธารที่สำคัญ อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุที่พืชต้องการ มีอากาศเย็นเหมาะสำหรับปลูกพืชเมืองหนาวเป็นพืชเศรษฐกิจแต่เดิมชาวไทยภูเขามีถางป่า ทำไร่เลื่อนลอยและปลูกฝิ่น ยกเว้น พวกลัวะ และกะเหรี่ยง ซึ่งใช้ระบบทำไร่หมุนเวียน

เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เพื่อปลูกพืชเมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่น เพื่อช่วยให้ชาวไทยภูเขามีชีวิตที่ดีขึ้น ลดการทำลายป่าไม้และต้นน้ำลำธาร ในระยะแรก เริ่มด้วยการศึกษา วิจัย หาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกพืชในที่สูง วิธีการ ชนิดของพืชรวมทั้งการตลาด ขณะเดียวกันก็ช่วยเหลือชาวไทยภูเขาให้สามารถอ่านออกเขียนได้ และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้ สถานีวิจัยโนโครงการหลวงมีอยู่ ๓ แห่ง คือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงแม่สอด และสถานีเกษตรหลวงปางดะ เป็นสถานที่วิจัยพืชเมืองหนาวไม้ดอก ไม้ผล พืชไร่ และฝึกอบรมการปลูกการพัฒนาเกษตรในที่สูงนั้นมีลักษณะเบ็ดเสร็จคือ ศึกษาพื้นที่ซึ่งมีลักษณะต่างๆ ว่าเหมาะสมแก่การปลูกพืชชนิดใด บริรักษ์เนื้อที่และหน้าดินไม่ให้พังทลาย สร้างระบบระบายน้ำ ทำฝาย ท่อคลังน้ำและระบบหยดน้ำ สร้างถนนเพื่อการขนส่งพืชไปสู่ตลาด มีศูนย์พัฒนาพืชใหม่ๆ ๒๖ ศูนย์ ดูแลหมู่บ้าน ๒๑๙ หมู่บ้าน ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา และลำพูน

ในด้านการพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขา โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งธนาคารข้าวที่บ้านป่าเป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนเพราะชาวลัวะที่นั่นมักขาดแคลนพันธุ์ข้าว ในบางปีธนาคารข้าวคิดดอกเบี้ยต่ำ ผู้ปลูกสามารถชดใช้ข้าวคืนในฤดู เก็บเกี่ยวครั้งต่อไปได้ นอกจากนี้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนในสถานที่ซึ่งยังไม่มีโรงเรียน พร้อมทั้งจัดให้มีห้องสมุดเคลื่อนที่ เพื่อให้เด็กรักการอ่าน แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ตั้งศูนย์ศิลปหัตถกรรม ตั้งกลุ่มเฉพาะกิจเพื่อสร้างถนนและการประปา โดยชาวไทยภูเขาร่วมกันสร้างและร่วมกันออกเงิน บางครั้งโครงการหลวงก็ช่วยเหลือด้านทุนทรัพย์

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #12: 31 ก.ค. 17, 10:27 น

โครงการก่อสร้างถนนเลียบรถไฟสายใต้
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ช่วงเวลาเสด็จฯ ไปโรงพยาบาลศิริราชเพียงไม่นานได้ทรงงานและทรงศึกษาสภาพพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างละเอียดจึงมีพระราชดำริว่า สามารถขยายแนวถนนเลียบทางรถไฟสายธนบุรี จากช่วงปลายถนนอิสรภาพ ถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งสภาพเดิมจากปลายถนนอิสรภาพเข้าไปประมาณ ๒๓๐ เมตร เป็นถนนคอนกรีต ส่วนที่เหลืออีกประมาณ ๓๘๐ เมตรเป็นที่ลุ่ม มีบ้านเรือน เพิงพักอาศัย และมีทางเดินตามแนวทางรถไฟ จนถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสถึงแนวพระราชดำริในการตัดถนนสายนี้ตอนหนึ่งว่า ต่อไปโครงการที่ ๓ คือ สร้างทางในที่ที่ยังไม่มีทาง อันนี้เกิดขึ้นที่ใกล้สถานีบางกอกน้อยระหว่างสถานีบางกอกน้อย คือ ปลายถนนอิสรภาพเชื่อมกับถนนจรัญสนิทวงศ์ ตรงนั้นเป็นที่ของการรถไฟ เป็นที่ลุ่มมีทางเดินเข้าไป ไม่ทะลุแล้วก็ขลุกขลัก ทางกรงเทพมหานครได้ไปจัดการ มีบ้านคนที่บุกรุกที่ของรถไฟบ้าง แต่ก็ได้ย้ายบ้านเหล่านั้น เข้าใจว่าเป็นที่พอใจของผู้บุกรุก ให้ที่เขาอยู่ ไม่เดือดร้อน ทางกำลังสร้างยังไม่เสร็จ ต้องถมทรายเดี๋ยวนี้ได้กรุยมาเรียบร้อย เป็นระยะ ๖๐๐ เมตร ยังไม่ได้มีการถม ยังไม่ครบ แต่เมื่อครบแล้วก็จะเป็นทางที่จะทะลุ จากถนนอิสรภาพซึ่งต้น ถนนอิสรภาพนี่ต้องเลี้ยวขวามาเข้าที่ถนนอรุณอมรินทร์ จากตรงนั้นก็สามารถเชื่อมจรัญสนิทวงศ์ เข้าใจว่าจะช่วยการสัญจรขึ้นเล็กน้อย โครงการนี้ได้ให้เงินส่วนหนึ่ง แต่ว่าไม่พอ ต้องใช้เงินงบของกรุงเทพมหานคร และเงินบริจาคเพิ่มเติม ราคาก็ไม่ใช่น้อยแต่ก็จะช่วยแก้ปัญหาจราจร เมื่อกรุงเทพมหานครรับสนองแนวพระราชดำริแล้ว ได้ขออนุญาตใช้ที่ดดินริมทางรถไฟสายธนบุรีในพื้นที่เขตบางกอกน้อย ช่วงปลายถนนอิสรภาพถึงถนนจรัญสนิทวงศ์จากการทางรถไปแห่งประเทศไทย เพื่อก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ช่องจราจร มีระยะทาง ๖๑๐ เมตร มีเขตทางกว้าง ๑๐ เมตร เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๓๖ งบประมาณดำเนินการ ๑๖.๕ ล้านบาท และได้เปิดการจราจรอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามถนนสายนี้ว่า “ถนนสุทธาวาส”ตามชื่อวัดที่ตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าว
          ถนนสุทธาวาส ได้ช่วยบรรเทาปริมาณรถยนต์ที่ผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์ บรรจบกับถนนพรานนก(สามแยกไฟฉาย) ให้น้อยลง ซึ่งทำให้การจราจรที่ถนนจรัญสนิทวงศ์คล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ ถนนสายนี้ยังเป็นเส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งที่จะไปสู่จุดชุมชนในย่านสำคัญๆ เช่น สถานีรถไฟสายธนบุรีโรงพยาบาลศิริราช ตลาดพรานนกได้อีกด้ว
ที่มา : https://sites.google.com/site/mysite3020/phra-rach

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #13: 2 ส.ค. 17, 11:18 น

เกษตรยั่งยืนและระบบเกษตรธรรมชาติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเน้นความสำคัญในการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาในลักษณะที่จะมุ่งใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ ซึ่งจะมีความสอดคล้องกับวิธีการที่สำคัญของพระองค์อีกประการหนึ่งคือ การประหยัด ทรงเน้นความจำเป็นที่จะลดค่าใช้จ่ายในการทำมาหากินของเกษตรกรลงให้เหลือน้อยที่สุด โดยอาศัยพึ่งพิงธรรมชาติเป็นปัจจัยสำคัญ วิธีการของพระองค์มีตั้งแต่การสนับสนุนให้เกษตรกรใช้โคกระบือในการทำนามากกว่าการใช้เครื่องจักร ให้มีการปลูกพืชหมุนเวียน โดยเฉพาะพืชตระกูลถั่ว เพื่อลดค่าใช้จ่ายเรื่องปุ๋ย หรือกรณีที่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยก็ทรงสนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยธรรมชาติแทนปุ๋ยเคมีซึ่งมีราคาแพง รวมทั้งให้หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และคุณภาพของดินในระยะยาว ทำให้ราษฎรอยู่ในชุมชนและสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี และมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของ "การเกษตรยั่งยืน"(กรมวิชาการเกษตร,2539: 170-1)

ระบบเกษตรยั่งยืนควรมีลักษณะการจัดการทรัพยากรการผลิตทางการเกษตรที่เลียนแบบระบบนิเวศของป่าธรรมชาติ คือมีความหลากหลายทางชีวภาพ มีกลไกควบคุมตัวเอง มีการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอกน้อยที่สุดตามความจำเป็น สำหรับการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชพยายามลดการใช้สารเคมี โดยการใช้วิธีการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน กล่าวคือควรให้ความสำคัญกับระบบการปลูกพืชที่เกื้อกูลกันเพื่อสร้างความสมดุลตามธรรมชาติในระบบการเกษตร (สุพัตรา, 2540: 76-7)

ในปัจจุบัน มีการทดลองวิธีการเกษตรยั่งยืนในพื้นที่ศูนย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จังหวัดเพชรบุรี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ เป็นต้น มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นไปตามแนวพระราชดำริและสอดคล้องกับหลักการของเกษตรยั่งยืน ที่สำคัญได้แก่ ระบบการปลูกพืชหมุนเวียน ระบบการเกษตรแบบผสมผสาน ระบบวนเกษตร และระบบเกษตรธรรมชาติ

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #14: 3 ส.ค. 17, 09:42 น

“...เรื่องศาสนานี้จะเป็นศาสนาใด หากปฏิบัติโดยดีและถูกต้อง ก็ย่อมจะมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับส่วนรวมด้วย เพราะว่าบุคคลที่มีความคิดดี ทำดี ตั้งใจดี จึงทำให้ส่วนรวมอยู่เย็นเป็นสุข และแต่ละบุคคลก็ได้รับผลดีตอบแทน ทำให้มีชีวิตที่เบิกบาน มีชีวิตที่ราบรื่น มีความเจริญก้าวหน้า ....
”(พระราชดำรัส(ร.๙)  ในโอกาสที่คณะกรรมการจัดงานเมาลิดกลาง ฮ.ศ.1400 เฝ้าฯ ทูลเกล้า ถวายเงิน เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2524 )

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #15: 3 ส.ค. 17, 10:23 น

“...ความจริงใจต่อผู้อื่นเป็นคุณธรรมสำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จและความเจริญ เพราะช่วยให้สามารถขจัดปัดเป่าปัญหาได้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาอันเกิดจากความกินแหนงแคลงใจและเอารัดเอาเปรียบกัน นอกจากนั้นยังทำให้ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ และความร่วมมือสนับสนุนจากทุกคนทุกฝ่าย ที่ถือมั่นในเหตุผลและความดี ผู้มีความจริงใจจะทำการสิ่งใด ก็มักสำเร็จได้โดยราบรื่น....”
(พระบรมราโชวาท(ร.๙)  ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2535)

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #16: 8 ส.ค. 17, 09:52 น

“คนที่ไร้ที่อยู่ที่ทำกินก็ต้องรู้สึกว่า พวกที่ต้องการรักษาป่าคือศัตรูขัดขวางความสุข ของเขา ฉะนั้น ป่าก็เป็นที่ต้องห้าม ขัดประโยชน์ของ พวกที่ไร้ที่ดิน ทางเลือกทางเดียว คือทำให้ป่าที่อยู่ เป็นทางหากินของพวกเขา โดยมีคนของทางราชการช่วยจัดและดูแลผลประโยชน์ ของพวกไร้ที่อยู่ และผลที่เลิศของส่วนรวมคือ ”น้ำ” ซึ่งจำเป็นต่อชีวิตที่สุด”
พระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ(ใน ร.9)  ๒๖ ธันวาคม ๒๕๒๕

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #17: 10 ส.ค. 17, 10:49 น

“ป่าไม้ช่วยซึมซับน้ำฝนไว้ใต้ดิน เรียกว่า น้ำใต้ดินค่อยๆ ระบายลงมาเป็นธารน้ำ เป็นลำคลอง เป็นแม่น้ำ ให้เราได้ใช้กันตลอดมา เราจึงควรถนอมรักษาป่าไว้ให้คงอยู่เป็นต้นน้ำลำธาร เพื่อว่าลูกหลานเราจะได้ไม่ลำบาก ” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๔

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #18: 15 ส.ค. 17, 11:21 น

"...ประโยชน์หรือการสร้างสรรค์ในทางที่ดีนั้น จะเกิดขึ้นได้ก็ ด้วยการลงมือทำ หมายความว่าจะต้อง นำความรู้ความสามารถที่มีอยู่นั้น มาใช้งาน ลงมือใช้เมื่อไหร่ เพียงใดประโยชน์ ก็เกิด เมื่อนั้น เพียงนั้น เมื่อ ยังไม่ลงมือ ทำประโยชน์ก็ยังไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจะมีความรู้ ความสามารถมากมายเพียงใด ถ้าไม่นำใช้ก็ ปราศจากประโยชน์..."
ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท(ร.๙)   พระราชทานแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ณ  อาคารใหม่ สวนอัมพร วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๒๔

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #19: 18 ส.ค. 17, 10:17 น

“...เรื่องศาสนานี้จะเป็นศาสนาใด หากปฏิบัติโดยดีและถูกต้อง ก็ย่อมจะมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับส่วนรวมด้วย เพราะว่าบุคคลที่มีความคิดดี ทำดี ตั้งใจดี จึงทำให้ส่วนรวมอยู่เย็นเป็นสุข และแต่ละบุคคลก็ได้รับผลดีตอบแทน ทำให้มีชีวิตที่เบิกบาน มีชีวิตที่ราบรื่น มีความเจริญก้าวหน้า ....
”(พระราชดำรัส ในโอกาสที่คณะกรรมการจัดงานเมาลิดกลาง ฮ.ศ.1400 เฝ้าฯ ทูลเกล้า ถวายเงิน เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2524 )

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #20: 22 ส.ค. 17, 13:13 น

“คนที่ไร้ที่อยู่ที่ทำกินก็ต้องรู้สึกว่า พวกที่ต้องการรักษาป่าคือศัตรูขัดขวางความสุข ของเขา ฉะนั้น ป่าก็เป็นที่ต้องห้าม ขัดประโยชน์ของ พวกที่ไร้ที่ดิน ทางเลือกทางเดียว คือทำให้ป่าที่อยู่ เป็นทางหากินของพวกเขา โดยมีคนของทางราชการช่วยจัดและดูแลผลประโยชน์ ของพวกไร้ที่อยู่ และผลที่เลิศของส่วนรวมคือ ”น้ำ” ซึ่งจำเป็นต่อชีวิตที่สุด” พระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ๒๖ ธันวาคม ๒๕๒๕

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #21: 29 ส.ค. 17, 11:39 น

“ป่าไม้ช่วยซึมซับน้ำฝนไว้ใต้ดิน เรียกว่า น้ำใต้ดินค่อยๆ ระบายลงมาเป็นธารน้ำ เป็นลำคลอง เป็นแม่น้ำ ให้เราได้ใช้กันตลอดมา เราจึงควรถนอมรักษาป่าไว้ให้คงอยู่เป็นต้นน้ำลำธาร เพื่อว่าลูกหลานเราจะได้ไม่ลำบาก ” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๔

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #22: 31 ส.ค. 17, 11:10 น

“คนที่ไร้ที่อยู่ที่ทำกินก็ต้องรู้สึกว่า พวกที่ต้องการรักษาป่าคือศัตรูขัดขวางความสุข ของเขา ฉะนั้น ป่าก็เป็นที่ต้องห้าม ขัดประโยชน์ของ พวกที่ไร้ที่ดิน ทางเลือกทางเดียว คือทำให้ป่าที่อยู่ เป็นทางหากินของพวกเขา โดยมีคนของทางราชการช่วยจัดและดูแลผลประโยชน์ ของพวกไร้ที่อยู่ และผลที่เลิศของส่วนรวมคือ ”น้ำ” ซึ่งจำเป็นต่อชีวิตที่สุด”
พระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ(ใน ร.9)  ๒๖ ธันวาคม ๒๕๒๕

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #23: 31 ส.ค. 17, 11:18 น

เป็นหน้าที่...ผู้ เป็นครูเป็นอาจารย์เป็นผู้บริหารการศึกษา ที่จะต้องช่วยเหลือด้วยหลักวิชาและความสามารถ ทุกคนได้เรียนวิชาการแนะแนวมาแล้ว ควรจะได้นำหลักการมาปฏิบัติเพื่อให้เยาวชนได้รับประโยชน์อันแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแนะแนวทางความประพฤติและจิตใจซึ่งสำคัญมาก ขอให้เพียรพยายามปลูกฝังความรู้ความคิดที่ปราศจากโทษ ให้แก่เขาโดยเสมอหน้า แนะนำอบรมด้วยเหตุผลและด้วยความจริงใจ ประกอบด้วยความเมตตาปรานี สงเคราะห์อนุเคราะห์และนำพาไปสู่ทางที่ถูกที่เจริญ เยาวชนก็จะเกิดมีความมั่นใจ และมีกำลังใจที่จะทำความดี พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา พิษณุโลก 30 พฤศจิกายน 2515

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #24: 1 ก.ย. 17, 12:03 น

"อัยการนั้นมีหน้าที่มากมายหลายอย่าง แต่ก็อยู่ในกรอบขอบเขตของการปฏิบัติการทางด้านกฎหมายและชีวิตของราษฎร ก็คือ ดูแลรักษาอำนวยความยุติธรรม หรือช่วยขบวนการแห่งการยุติธรรมให้ไปได้อย่างเรียบร้อยถูกต้อง อัยการมีหน้าที่กว้างขวาง ใส่หมวกหลายใบ มีหน้าที่มากมาย แต่จะต้องจำไว้ว่า มีหน้าที่ที่จะอำนวยความยุติธรรมและอำนวยการให้ขั้นตอนต่าง ๆ ของการปฏิบัติงานในการอำนวยการหรือให้ความยุติธรรมต่อประชาชน"
พระราชดำรัส สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานแก่คณะอัยการที่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต  28 ธันวาคม 2559

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #25: 5 ก.ย. 17, 13:46 น

“...ความจริงใจต่อผู้อื่นเป็นคุณธรรมสำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จและความเจริญ เพราะช่วยให้สามารถขจัดปัดเป่าปัญหาได้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาอันเกิดจากความกินแหนงแคลงใจและเอารัดเอาเปรียบกัน นอกจากนั้นยังทำให้ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ และความร่วมมือสนับสนุนจากทุกคนทุกฝ่าย ที่ถือมั่นในเหตุผลและความดี ผู้มีความจริงใจจะทำการสิ่งใด ก็มักสำเร็จได้โดยราบรื่น....”
(พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2535)

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #26: 7 ก.ย. 17, 11:24 น

“...ความจริงใจต่อผู้อื่นเป็นคุณธรรมสำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จและความเจริญ เพราะช่วยให้สามารถขจัดปัดเป่าปัญหาได้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาอันเกิดจากความกินแหนงแคลงใจและเอารัดเอาเปรียบกัน นอกจากนั้นยังทำให้ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ และความร่วมมือสนับสนุนจากทุกคนทุกฝ่าย ที่ถือมั่นในเหตุผลและความดี ผู้มีความจริงใจจะทำการสิ่งใด ก็มักสำเร็จได้โดยราบรื่น....”
(พระบรมราโชวาท(ร.๙)  ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2535)

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #27: 12 ก.ย. 17, 12:54 น

วาม สามัคคีและความถือตัวว่าเป็นไทยนี้ เป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุด เพราะเป็นมรดกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของเรา และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรารวมกันอยู่ได้ ให้เราดำรงชาติประเทศและเอกราชสืบมาได้ ทุกคนควรจะได้พยายามรักษาความเป็นไทย และความสามัคคีนี้ไว้ให้มั่นคงในที่ทุกแห่ง อย่ายอมให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดมาทำลายได้ (พระ ราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)   พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในงานชุมนุมประจำปี ของสมาคมนักเรียนไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #28: 13 ก.ย. 17, 11:28 น

"... การที่ประเทศของเราได้รักษาอธิปไตย และดำรงฐานะมา ด้วยดีได้ตลอดมานั้น ก็ด้วยอาศัยความร่วมมือ ของทุกๆฝ่าย ต่างช่วยกันปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ด้วย ความสามัคคีและความพร้อมที่จะเสียสละ เพื่อประโยชน์ ของส่วนรวม...
พระบรมราโชวาท ในพิธีตรวจพลสวนสนาม  เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา  ณ ลานพระราชวังดุสิต 3 ธันวาคม 2504

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #29: 13 ก.ย. 17, 11:30 น

“…ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้ปรากฏตลอดมาว่าชาติใดเสื่อมสูญย่อยยับอับปางไป ก็เพราะประชาชาติขาดสามัคคีธรรม แตกแยกเป็นหมู่คณะ เป็นพรรคเป็นพวก คอยเอารัดเอาเปรียบ ประหัสประหารซึ่งกันและกัน บางพรรคบางพวก ถึงกับเป็นไส้ศึกให้ศัตรูมาจู่โจมทำลายชาติของตนดังนี้ ข้าพเจ้าจึงขอชักชวนพี่น้องชาวไทยทั้งหลาย ให้ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษ ซึ่งได้กอบกู้รักษาบ้านเกิดเมืองนอนของเรามานั้นให้จงหนัก แล้วถือเอาความสามัคคี ความยินยอมเสียสละส่วนตัวเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ของประเทศชาติเป็นคุณธรรมประจำใจอยู่เนืองนิจ จึงขอให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลาย จงบำเพ็ญกรณีกิจของตนแต่ละคน ด้วยซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทนและกล้าหาญ แล้วอุทิศความเสียสละส่วนตัว ความเหน็ดเหนื่อยลำบากยากแค้น เป็นพลีบูชาบรรพบุรุษ ผู้ซึ่งได้ก่อสร้างชาติเป็นมรดกตกทอดมาถึงพวกเราชาวไทยจนบัดนี้”

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #30: 14 ก.ย. 17, 11:41 น

“ความเจริญของประเทศชาติ เป็นความเจริญส่วนรวม ซึ่งเกิดจากผลงานหรือผลของการกระทำของคน ทั้งชาติ ถือได้ว่าทุกคนแบ่งหน้าที่กันทำประโยชน์ให้แก่ชาติ ตามความถนัดและความสามารถ และเกื้อกูลกันและกัน ไม่มีผู้ใดจะอยู่ได้และทำงานให้แก่ประเทศชาติได้โดยลำพังตนเอง” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๑๓

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #31: 18 ก.ย. 17, 10:37 น

ทฤษฎีการพัฒนาการเกษตรแบบ "พึ่งตนเอง" และ "เศรษฐกิจพอเพียง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.9) ทรงมีพระราชดำริในการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาเพื่อการพัฒนาการเกษตรแบบพี่งตนเอง (Self Reliance) มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 โดยทรงเน้นให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองและช่วยเหลือตนเองเป็นหลักสำคัญ และมีพระราชประสงค์เป็นประการแรก คือ การทำให้เกษตรกร สามารถพึ่งตนเองได้ในด้านอาหาร ก่อน เป็นอันดับแรก เช่น ข้าว พืชผัก ผลไม้ ฯลฯ แนวพระราชดำริที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การที่ทรงพยายามเน้นมิให้เกษตรกรพึ่งพาอยู่กับพืชเกษตรแต่เพียงชนิดเดียว เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายสูง เนื่องจากความแปรปรวนของราคา และความไม่แน่นอน ของธรรมชาติ ทางออกก็คือ นอกจากจะปลูกพืชหลายชนิดแล้ว เกษตรกรควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การส่งเสริมอุตสาหกรรมในครัวเรือนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ซึ่งดำเนินงานสนับสนุนงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปัจจุบัน (สำนักงาน กปร., 2542)

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #32: 26 ก.ย. 17, 10:30 น

“คนเราอยู่คนเดียวไม่ได้ จะต้องอยู่เป็นหมู่คณะ และถ้าหมู่คณะนั้นมีความสามัคคี คือเห็นอกเห็นใจ ซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือในทุกเมื่อ ช่วยกันคิดว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่สมควร สิ่งใดที่จะทำให้นำมาสู่ความเจริญ ความมั่นคง ความสุขก็ทำ สิ่งใดที่นำมาซึ่งหายนะหรือเสียหายก็เว้น และช่วยกันปฏิบัติทั้งหน้าที่ทางกายทั้งหน้าที่ทางใจ” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน จังหวัดสระบุรี ๑๖ เมษายน ๒๕๑๙

Tags:
Tags:  
หน้า: 1
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้