×

พื้นที่แสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์สนุกดอทคอม
จะปิดให้บริการชั่วคราว และจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง
ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560
ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ
ทีมงานเว็บไซต์สนุกดอทคอม

Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ > พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
หน้า: 1 2 3
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55  (อ่าน 1284 ครั้ง)
add

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55

 
        ผู้ตั้งกระทู้: 12 มิ.ย. 17, 12:27 น
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง

"... การที่ประเทศของเราได้รักษาอธิปไตย และดำรงฐานะมา ด้วยดีได้ตลอดมานั้น ก็ด้วยอาศัยความร่วมมือ ของทุกๆฝ่าย ต่างช่วยกันปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ด้วย ความสามัคคีและความพร้อมที่จะเสียสละ เพื่อประโยชน์ ของส่วนรวม...
พระบรมราโชวาท ในพิธีตรวจพลสวนสนาม  เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา  ณ ลานพระราชวังดุสิต 3 ธันวาคม 2504

กิจกรรมน่าสนใจจาก สนุกเว็บบอร์ด

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #1: 21 มิ.ย. 17, 12:32 น

“…ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้ปรากฏตลอดมาว่าชาติใดเสื่อมสูญย่อยยับอับปางไป ก็เพราะประชาชาติขาดสามัคคีธรรม แตกแยกเป็นหมู่คณะ เป็นพรรคเป็นพวก คอยเอารัดเอาเปรียบ ประหัสประหารซึ่งกันและกัน บางพรรคบางพวก ถึงกับเป็นไส้ศึกให้ศัตรูมาจู่โจมทำลายชาติของตนดังนี้ ข้าพเจ้าจึงขอชักชวนพี่น้องชาวไทยทั้งหลาย ให้ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษ ซึ่งได้กอบกู้รักษาบ้านเกิดเมืองนอนของเรามานั้นให้จงหนัก แล้วถือเอาความสามัคคี ความยินยอมเสียสละส่วนตัวเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ของประเทศชาติเป็นคุณธรรมประจำใจอยู่เนืองนิจ จึงขอให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลาย จงบำเพ็ญกรณีกิจของตนแต่ละคน ด้วยซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทนและกล้าหาญ แล้วอุทิศความเสียสละส่วนตัว ความเหน็ดเหนื่อยลำบากยากแค้น เป็นพลีบูชาบรรพบุรุษ ผู้ซึ่งได้ก่อสร้างชาติเป็นมรดกตกทอดมาถึงพวกเราชาวไทยจนบัดนี้”

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #2: 23 มิ.ย. 17, 09:29 น

“...ทั่วโลกมีความเดือดร้อนมาก คือความไม่สามัคคี ความแก่งแย่งกัน ความไม่เป็นผู้ที่เป็นสุภาพบุรุษนั้นอย่างมาก ซึ่งจะนำโลกไปสู่หายนะ ฉะนั้น ต้องส่งเสริมและต้องฝึกฝนตนเองให้มีความแข็งแกร่งทั้งทางกายและจิตใจให้ดี และแสดงออกมาให้เห็นว่า ความดีคือความเป็นสุภาพชนและเป็นคนที่มีความความกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ....”
(พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะครู นักเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ในโอกาสที่ได้เข้าเฝ้า ฯ กราบถวายบังคมลาไปแข่งขันรักบี้ฟุตบอลที่ประเทศมาเลเซีย ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2518

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #3: 27 มิ.ย. 17, 13:51 น

“การจะพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่างให้เจริญนั้นจะต้องสร้างและเสริมขึ้นจากพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ก่อนทั้งสิ้น  ถ้าพื้นฐานไม่ดีหรือคลอนแคลนบกพร่องแล้ว ที่จะเพิ่มเติมเสริมต่อให้เจริญขึ้นไปอีกนั้น ยากนักที่จะทำได้  จึงควรจะเข้าใจให้แจ้งชัดว่า นอกจากจะมุ่งสร้างความเจริญแล้ว ยังต้องพยายามรักษาพื้นฐานให้มั่นคง ไม่บกพร่อง พร้อมๆกันได้”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)  ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๒๓

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #4: 29 มิ.ย. 17, 10:27 น

“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็ม ที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.๙)   จากวารสารชัยพัฒนาประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๔๒

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #5: 29 มิ.ย. 17, 10:37 น

“เศรษฐกิจพอเพียง...จะทำความเจริญให้แก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร
แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่พูดมาก ต้องไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำโดยเข้าใจกัน
เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้...” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
(ร.๙) พระราชทาน ณ วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #6: 29 มิ.ย. 17, 10:39 น

“ประเพณีทั้งหลายย่อมมีประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของแต่ละคน เรามีประเพณีของชาติไทยเป็นสมบัติ เราควรจะยินดีอย่างยิ่งและช่วยกันส่งเสริมรักษาไว้ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)    ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๒๑ เมษายน ๒๕๐๓

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #7: 29 มิ.ย. 17, 10:41 น

“ความเจริญของประเทศชาติ เป็นความเจริญส่วนรวม ซึ่งเกิดจากผลงานหรือผลของการกระทำของคน ทั้งชาติ ถือได้ว่าทุกคนแบ่งหน้าที่กันทำประโยชน์ให้แก่ชาติ ตามความถนัดและความสามารถ และเกื้อกูลกันและกัน ไม่มีผู้ใดจะอยู่ได้และทำงานให้แก่ประเทศชาติได้โดยลำพังตนเอง” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)    ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๑๓

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #8: 29 มิ.ย. 17, 10:43 น

“การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระ กันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.๙)   ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๐๖

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #9: 29 มิ.ย. 17, 10:46 น

“คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)    พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #10: 29 มิ.ย. 17, 10:47 น

“การจะพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่างให้เจริญนั้นจะต้องสร้างและเสริมขึ้นจากพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ก่อนทั้งสิ้น ถ้าพื้นฐานไม่ดีหรือคลอนแคลนบกพร่องแล้ว ที่จะเพิ่มเติมเสริมต่อให้เจริญขึ้นไปอีกนั้น ยากนักที่จะทำได้ จึงควรจะเข้าใจให้แจ้งชัดว่า นอกจากจะมุ่งสร้างความเจริญแล้ว ยังต้องพยายามรักษาพื้นฐานให้มั่นคง ไม่บกพร่อง พร้อมๆกันได้” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)    ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๒๓

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #11: 29 มิ.ย. 17, 10:50 น

“หลักของคุณธรรม คือการคิดด้วยจิตใจที่เป็นกลาง ก่อนจะพูดจะทำสิ่งไร จำเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อน เพื่อรวบรวมสติให้ตั้งมั่น และให้จิตสว่างแจ่มใส ซึ่งเมื่อฝึกหัดจนคุ้นเคยชำนาญแล้ว จะกระทำได้คล่องแคล่ว ช่วยให้สามารถแสดงความรู้ ความคิด ในเรื่องต่าง ๆ ให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่าย ได้ชัด ไม่ผิดทั้งหลักวิชาทั้งหลักคุณธรรม” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)   ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๓๕

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #12: 29 มิ.ย. 17, 10:52 น

“ความจริงใจต่อผู้อื่นเป็นคุณธรรมสำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จและความเจริญ เพราะช่วยให้สามารถขจัดปัดเป่าปัญหาได้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอันเกิดจากความกินแหนงแคลงใจ และเอารัดเอาเปรียบกัน นอกจากนั้น ยังทำให้ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ และความร่วมมือสนับสนุนจากทุกคนทุกฝ่าย ที่ถือมั่นในเหตุผลและความดี ผู้มีความจริงใจจะทำการสิ่งใดก็มักสำเร็จได้โดยราบรื่น” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)    ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๕

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #13: 29 มิ.ย. 17, 10:53 น

“การศึกษาด้านศิลปะวัฒนธรรมเป็นการศึกษาที่สำคัญ และควรจะดำเนินควบคู่กันไปกับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เพราะความเจริญของบุคคล ตลอดจนถึงความเจริญของประเทศและของโลกโดยส่วนรวมด้วยนั้น มีทั้งทางวัตถุและจิตใจ ความเจริญทั้งสองทางนี้ จะต้องมีประกอบกัน เกื้อกูลและส่งเสริมกันพร้อมมูล จึงจะเกิดความเจริญที่แท้จริงได้ ประเทศทั้งหลายจึงต่างพยายามส่งเสริมการศึกษาด้านศิลปะวัฒนธรรมนี้ พร้อมกันไปกับการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.๙)   ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๓๕

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #14: 3 ก.ค. 17, 13:07 น

“การ มีวินัย มีความสามัคคี และรู้จักหน้าที่ ถือกันว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญประจำตัวของคนทุกคน แต่ในการสร้างเสริมคุณสมบัติ ๓ ข้อนี้ จะต้องไม่ลืมว่า วินัย สามัคคี และหน้าที่นั้นเป็นได้ทั้งในทางบวกและทางลบ ซึ่งย่อมให้คุณหรือให้โทษได้มากเท่า ๆ กัน ทั้ง ๒ ทาง เพราะฉะนั้น เมื่อจะอบรม จำเป็นต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ แน่ชัดก่อนว่า เป็นวินัยสามัคคีและหน้าที่ดีคือ ปราศจากโทษ เป็นประโยชน์ เป็นธรรม” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)   พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๖

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #15: 6 ก.ค. 17, 09:57 น

"...เมืองไทย นี้อยู่ได้ด้วยความสามัคคี ด้วยความเข้ม แข็ง ด้วยความเสียสละ อาศัยความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งกันและกัน และถ้ารักษาความ เห็นอกเห็นใจนี้แล้ว ประเทศชาติของเราก็จะ เป็นที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์และน่าสบายต่อไปชั่ว กาลนาน..." พระราชดำรัส(ร.๙)   พระราชทานในพิธีพระราชทาน ธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้านจังหวัดขอนแก่น ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 19 กุมภาพันธ์ 2519

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #16: 11 ก.ค. 17, 09:40 น

“…ความรู้จักอดทนและอดกลั้น ไม่ยอมตัวยอมใจให้วู่วามไปตามเหตุการณ์ตามอคติและอารมณ์ที่ชอบใจ หรือไม่ชอบใจนั้น ทำให้เกิดมีการยั้งคิดและธรรมดาคนเรา เมื่อยั้งคิดได้แล้ว ย่อมมีโอกาสที่จะพิจารณาเรื่องที่ทำ คำที่พูด ทบทวนดูใหม่ได้อีกคำรบหนึ่ง การพิจารณาทบทวนเรื่องใดๆใหม่ ย่อมจะช่วยให้มองเห็นละเอียดชัดเจนขึ้น ทำให้เกิดความเข้าใจอันกระจ่างสว่างไสวขึ้น...” พระบรมราโชวาท (ร.๙)  ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๑๖

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #17: 14 ก.ค. 17, 09:23 น

“บรรพชนไทย เป็นนักต่อสู้ ผู้มีชีวิตจิตใจผูกพันปรองดอง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามัคคีพร้อมเพรียงกันทุกเมื่อ  ไม่ว่าจะทำการ    สิ่งใด บ้านเมืองไทยจึงมีเอกราชอธิปไตย และมีความสุขความสมบูรณ์ทุกอย่างมาจนกระทั่งทุกวันนี้”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) ในพิธีสวนสนามของทหารรักษาพระองค์  ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓ ธันวาคม ๒๕๒๒

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #18: 19 ก.ค. 17, 10:40 น

“หญ้าแฝก” รากฝังลึกอนุรักษ์หน้าดิน
- ด้วยระบบรากของ “หญ้าแฝก” ที่ฝังลึกไปในดินตรงๆ และแผ่กระจายเหมือนกำแพงจึงช่วยชะลอความเร็วของน้ำที่ไหลผ่านหน้าดิน ช่วยเก็บความชุ่มชื้นของดินไว้และป้องกันการพังทลายของหน้าดิน จึงมีการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการอนุกรักษ์ดิน เช่น ปลูกตามพื้นที่ลาดชันหรือบริเวณเขื่อนเพื่อป้องกันการกัดเซาะของหน้าดิน ปรับปรุงดินที่เสื่อมโทรม และยังใช้ปลูกป้องกันสารพิษปนเปื้อนลงแหล่งน้ำ เป็นต้น ผลจากการดำเนินงานตามพระราชดำริในการศึกษาให้ทราบพันธุ์และหาวิธีปลูกหญ้าแฝกที่เหมาะสมเพื่อเผยแพร่ในพื้นที่ๆ ประสบปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ทำให้สมาคมควบคุมการกัดเซาะผิวดินนานาชาติ(International Erosion Control Association: IECA) มีมติถวายรางวัล The International Erosion Control Association’s International Merit Award แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเป็นแบบอย่างในการนำหญ้าแฝกมาใช้อนุรักษ์ดินและน้ำ เมื่อวันที่ ๓๐ ต.ค.๒๕๓๖ ด้วยพระปรีชาสามารถซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่ปวงชนชาวไทยมากมายเช่นนี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบถวายการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีไทย” เมื่อปี๒๕๔๓ และกำหนดให้วันที่ ๑๙ ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่พระองค์ทรงอำนวยการสาธิตฝนหลวงครั้งแรกให้เป็น “วันเทคโนโลยีไทย” นอกจากนี้พระอัจฉริยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่คนในวงการวิทยาศาสตร์ควรจะน้อมนำเป็นแบบอย่างและแนวทางเพื่อการพัฒนางานที่อยู่สู่การพัฒนาประเทศ 

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #19: 25 ก.ค. 17, 11:23 น

การกำจัดน้ำเสียโดยวิธีธรรมชาติ ทรงมีพระราชดำริให้ทำการศึกษา ทดลองวิจัยดูว่า จะใช้ปลาบางชนิดกำจัดน้ำเสียได้หรือไม่ ปลาเหล่านี้น่าจะเข้าไปกินสารอินทรีย์ในบริเวณแหล่งน้ำเสีย ซึ่งปรากฏว่าปลาบางสกุลมีอวัยวะพิเศษในการหายใจ เช่น ปลากระดี่ ปลาสลิด เหมาะแก่การเลี้ยงในน้ำเสีย และชอบกินสารอินทรีย์ จึงช่วยลดมลภาวะในแหล่งน้ำ วิธีการนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการกำจัดน้ำเสียได้ ซึ่งจะมีต้นทุนต่ำ และสามารถเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำได้อีกทางหนึ่ง (สำนักงาน กปร., 2531: 52)

ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (The Food and Agriculture Organization : FAO) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณในด้านการพัฒนาการเกษตร (Agricola Medal) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2538 ในฐานะที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอุทิศพระองค์ เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยโดยเฉพาะผู้ซึ่งประกอบอาชีพเพาะปลูก บำรุงรักษาน้ำ และบำรุงรักษาป่า ซึ่งทรงยึดหลัก "สนับสนุนการพัฒนาแบบยั่งยืนเพื่อความมั่นคงในอนาคต" เป็นหลักปฏิบัติ เพื่อให้ประจักษ์ชัดเจนจากความสำเร็จในด้านการพัฒนา โดยองค์การฯ สดุดีพระองค์ว่า ทรงพระปรีชาสามารถเกี่ยวกับความยุติธรรมของสังคม ซึ่งได้ปรากฏเห็นเป็นตัวอย่างจากนโยบายเรื่องการแบ่งที่ดินทำกินเพื่อเกษตรกรและผู้ทำนุบำรุงรักษาป่า ทรงวิริยะอุตสาหะในเรื่องการกักเก็บน้ำให้เพียงพอเพื่อประกันผลผลิตอาหาร การอนุรักษ์สันปันน้ำและป้องกันการกัดเซาะผิวดิน ทรงสนับสนุนเผยแพร่การเกษตรสมบูรณ์ ซึ่งรวบรวมแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก และขยายพันธุ์สัตว์ให้เจริญเติบโตขึ้น ตลอดจนการบำรุงผิวดิน ทรงมีพระอุตสาหะอันสูงส่งในการสงวนรักษาพันธุ์พืช ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อมนุษยชาติในการค้นคว้าเรื่องอาหาร ทั้งนี้ เนื่องจากทรงมีสายพระเนตรอันกว้างไกลในการที่จะทำให้โลกปราศจากความหิวโหย และประชาชนมีอาหารเพียงพอต่อการดำรงชีวิต

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #20: 31 ก.ค. 17, 11:02 น

พระราชกรณียกิจด้านวิศวกรรมสำรวจและแผนที่
      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักสำรวจ และผู้เชี่ยวชาญการใช้แผนที่พระองค์หนึ่ง ในการเสด็จพระราชดำเนินไปในภูมิภาคต่าง ๆ ในประเทศ พระองค์จะทรงนำแผนที่ไปด้วยทุกครั้ง ดังปรากฏเป็นภาพที่คุ้นแก่สายตาของผู้ประสบพบเห็นจากหน้าหนังสือพิมพ์ จากโทรทัศน์ หรือในโอกาสที่ได้เฝ้าชมพระบารมี พระองค์ได้ทรงจัดเตรียมและตัดต่อแผนที่ดังกล่าวด้วยพระองค์เอง และทรงศึกษาภูมิประเทศจากแผนที่อย่างละเอียด เพื่อประกอบการวางแผนโครงการตามพระราชดำริด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ การชลประทาน การพัฒนาการเกษตร การป้องกันน้ำท่วมในขณะที่ทรงใช้งานแผนที่ จะทรงเติมข้อมูลต่าง ๆ ลงไป และทรงแก้ไขความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของแผนที่ให้ถูกต้องด้วย เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เสด็จพระราชดำเนินนั้นมักเป็นที่ทุรกันดาร หรือเป็นชนบทห่างไกล ซึ่งกรมแผนที่ทหารไม่สามารถจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องตามสภาพความเป็นจริงได้ทั้งหมด เพราะมีเจ้าหน้าที่และงบประมาณจำกัด ข้อมูลที่พระราชทานให้แก่นายทหารแผนที่ที่ตามเสด็จฯ จึงมีประโยชน์ต่อกรมแผนที่ทหารอย่างมาก ข้อมูลดังกล่าวนี้มีเกือบทุกรูปแบบเช่น ชื่อหมู่บ้านที่ถูกต้อง ทางคมนาคมที่เกิดใหม่ ความผิดพลาดของระดับความสูงทางน้ำ แนวเขตการปกครอง หมู่บ้านที่เกิดใหม่
         
     นอกจากจะทรงใช้แผนที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงสนพระราชหฤทัยและใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายทางอากาศทั้งภาพปรกติและภาพพิเศษ ภาพถ่ายจากดาวเทียมสำรวจทรัพยากรและดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา แผนที่พยากรณ์อากาศ ตลอดจนอุปกรณ์ง่าย ๆ ที่ติดประจำในเครื่องบิน ในรถพระที่นั่ง หรือที่ทรงถือติดพระองค์ไปด้วย เช่น บารอมิเตอร์ มาตรวัดระยะทาง และเข็มทิศ ทรงเชี่ยวชาญในการแปลความหมายของภาพถ่ายทางอากาศ ได้ทรงใช้ข้อมูลนี้ประกอบการใช้แผนที่อยู่เนือง ๆ นอกจากนี้ยังทรงสามารถใช้ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา ในการคาดคะเนแนวเคลื่อนตัวของพายุไต้ฝุ่น และพายุโซนร้อนได้อย่างถูกต้องใกล้เคียงอีกด้วย

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #21: 2 ส.ค. 17, 11:34 น

ต่อต้านผู้ทำลายสถาบันไทย
1.ความเชื่อ เป็นสิ่งที่ยอมรับยึดถือเฉพาะตนเอง อาจมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล อาจขยายลาม ไปถึงผู้อื่น หากมีกรอบความคิดและค่านิยมที่ใกล้เคียงกัน การหักล้างความเชื่อในทันทีกระทำได้ยาก ต้องพยายามทำความเข้าใจ ให้ข้อมูลเหตุผลที่ถูกต้อง ให้เกิดการยอมรับอย่างเคารพและหวังดีต่อกัน
2.การ กล่าวอ้างโจมตีบุคคลอื่น โดยพยายามเชื่อมโยงและอ้างอิงหลักฐานอันเป็นเท็จนอกจากจะมีความผิดทางกฎหมาย แล้ว ผู้ที่กระทำย่อมรู้ถึงเจตนาของตนเองและกลุ่มพวกพ้องที่กระทำว่ามีเจตนาใด ซึ่ง “ผลแห่งการกระทำ” ย่อมได้รับตามเจตนานั้นโดยสมบูรณ์ อันจะเป็นที่ได้ประจักษ์โดยทั่วกัน
3.บุญบารมีในการเป็นผู้นำ มิได้สร้างสมเพียงชั่วข้ามคืน หรือเพียงชั่วอายุเดียว หากต้องสั่งสมบุญบารมีมายาวนาน การกล่าวร้าย กล่าวปรามาสผู้มีบุญญาธิการ เพียงเพราะความขลาดเขลาของตนเอง ไม่สามารถใช้ สติและปัญญาที่เที่ยงแท้พิจารณาความจริงได้ ก็ไม่ต่างจากการตกลงไปในอบายภูมิแล้วครึ่งหนึ่ง
4.เทคโนโลยีเจริญก้าว หน้า การบิดเบือนข่าวสาร ให้เป็นไปตามที่ต้องการเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ประกอบกับการสร้างแรงจูงใจเชิงจิตวิทยาจากกลุ่มบุคคลกลุ่มใหญ่ ทำให้น้ำหนักของข่าวสารนั้น ดูมีความน่าเชื่อถือ แม้ไม่ได้เห็น หรือได้รับรู้ความจริงด้วยตนเอง เพียงแต่ผ่านกลุ่มที่ตนเชื่อถือเท่านั้น ก็เชื่อฝังใจ ออกรับแทน และประณามผู้ที่เห็นขัดแย้งว่า โง่ ไม่รู้จริงเหมือนตน
5.หลักการดี พูดจาน่าเชื่อถือ หลักฐานอ้างอิงมากมาย แต่เจตนากลับทำร้ายผู้อื่นให้เสื่อมเสีย เพียงเพราะขัดกับความต้องการของตนเอง ขัดกับหลักการที่ตนเองต้องการและมองว่าดี ลักษณะนี้ไม่ใช่แนวทางของผู้ที่นิยมเสรีภาพ และประชาธิปไตย กลับเป็นในมุมของผู้ที่นิยมความรุนแรง เพราะผลแห่งเจตนา จะมีแต่การแตกแยก และไม่สงบสุข
6.การหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ต เป็นความผิดทางอาญา ตามมาตรา 326 ที่บัญญัติว่า "ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมื่น หรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ“ ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อและเครื่องมือของผู้ที่ต้องการผลประโยชน์จากการกระทำ ของท่าน
7.เราจะต้องระมัดระวังผู้ที่คิดจะเปลี่ยนแปลงหรือเคลื่อนไหว สังคม ไม่ให้เป็นการใช้ประโยชน์จากพระราชอำนาจ โดยเราต้องร่วมใจกันน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ดังที่ได้ตรัสไว้ว่า "ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"
8. ย้อนประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้นบรรพบุรุษเราล้วนแล้วแต่น่ายกย่อง ต้องแลกด้วยเลือด เนื้อ และความลำบากยากเข็นเข้าแลกไว้ ท่าไม่มีพวกเค้าแร้วแร้วจะมีแผ่นดินเหยียบถึงทุกวันนี้หรือไม่...อิอิ แหม่พูด...แร้วของขึ้น!!
9.สู้เพื่อชาติ พลาดอย่างอาชาไนย ถึงตาย-เกียรติยศก็ยังดำรงไว้ จงภูมิใจเถอะ อย่าให้ความเสียใจมาดับไฟนักสู้ในหัวใจท่านเลย
10รัฐ ธรรมนูญ กล่าวไว้ว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นการจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษา ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #22: 3 ส.ค. 17, 09:39 น

“...คนเราต้องมีศาสนา คือความคิดหรือสิ่งที่คิดประจำใจอันเป็นแนวทางปฏิบัติในใจประจำตัว และต้องมีการศึกษา คือความรู้ต่าง ๆ ทั้งในด้านจิตใจ ทั้งในด้านวัตถุ เพื่อประกอบกับตัว เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ได้ ทั้งสองอย่างเป็นสิ่งสำคัญและเป็นสิ่งที่จะแยกกันไม่ได้ ....”
(พระราชดำรัส(ร.๙)  พระราชทานแก่ผู้แทนองค์การศาสนา และผู้แทนสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้า ฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในการเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาผกาภิรมย์ วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2512 )

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #23: 3 ส.ค. 17, 10:15 น

“...ความเพียรนั้นคือไม่ท้อถอยในการฝึกตนเอง ไม่ท้อถอยในการแผ่ความรู้ ไม่ท้อถอยในการช่วยผู้อื่น วินัยก็คือระเบียบที่มีอยู่ในใจของตัวเอง เพื่อที่จะเลือกแฟ้นวิชาการมาให้ในที่ ๆ เหมาะสม ที่ถูกต้อง และวินัยคือควบคุมตัวเองให้อยู่ในร่องในรอย ไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง ....”
(พระบรมราโชวาท (ร.๙) พระราชทานแก่คณะครูฝึกตำรวจตระเวนชายแดน ณ ศาลาเริง พระราชวังไกลกังวล วันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2518)

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #24: 8 ส.ค. 17, 09:44 น

“ความเข้มแข็งในจิตใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกฝนแต่เล็กเพราะว่าต่อไป ถ้ามีชีวิตที่ลำบาก ไปประสบอุปสรรคใดๆ ถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคนั้นได้ เพราะว่าถ้าไม่เจออุปสรรคอะไร ก็ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยเราได้แต่ถ้ามีความรู้ มีอัธยาศัยที่ดี และมีความเข้มแข็ง ในกาย ในใจ ก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ นั้นได้” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๘

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #25: 10 ส.ค. 17, 11:03 น

“แม่น้ำนี้ไม่ใช่ของหลวง ไม่ใช่ของใคร แม่น้ำเป็นของเรา ทิ้งอะไรลงไปมากๆ ของเน่า ปลาตาย สัตว์น้ำตายหมด เพราะไม่มีออกซิเจน แล้วใครเป็นทุกข์ ก็คนไทยเป็นทุกข์” พระราชกระแส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พ.ศ. ๒๕๒๓

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #26: 15 ส.ค. 17, 10:49 น

“แกล้งดิน” เร่งกำมะถันทำปฏิกิริยา ไล่หน้าดินเปรี้ยว
- จากปัญหาดินเปรี้ยวในบริเวณป่าพรุที่ถูกน้ำท่วมในจังหวัดนราธิวาส เนื่องจากมีสารประกอบไพไรท์ซึ่งมีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริให้ทดลอง “แกล้งดิน” ด้วยการทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันไป เพื่อกระตุ้นให้สารไพไรท์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนแล้วปลดปล่อยกำมะถันออกมา ทำให้ดินเปรี้ยวจัดจากนั้นปรับปรุงดินด้วยการใช้น้ำร่วมกับปูนมาร์ลหรือปูนฝุ่นแล้วไถพลิกกลบดิน ความเป็นเบสของปูนจะทำให้ดินซึ่งเปรี้ยวจัดถูกกระตุ้นให้ “ช็อก” จึงปรับสภาพสู่สภาวะปกติ จนกระทั่งเพาะปลูกข้าวได้ การปรับพื้นที่และยกร่องก็เป็นวิธีระบายกรดบนหน้าดินอีกทางหนึ่ง ส่วนจะปลูกพืชชนิดใดนั้นต้องปรับพื้นที่ให้เหมาะสม เช่น หากจะปลูกข้าวต้องปรับดินให้ลาดเอียงเพื่อให้น้ำไหลออก หากจะปลูกผักหรือพืชไร่อื่นให้ยกร่องและทำคูเพื่อป้องกันน้ำท่วม นอกจากนี้ยังต้องใส่ปูนขาวเพื่อปรับให้ดินเป็นกลาง หรืออาจจะใช้น้ำจืดชะล้างก็ได้แต่ใช้เวลานาน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #27: 18 ส.ค. 17, 10:08 น

“…คนเราถ้าพอใจในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข...” พระราชดำรัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #28: 24 ส.ค. 17, 11:17 น

พระราชกรณียกิจด้านวิศวกรรมสำรวจและแผนที่
      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักสำรวจ และผู้เชี่ยวชาญการใช้แผนที่พระองค์หนึ่ง ในการเสด็จพระราชดำเนินไปในภูมิภาคต่าง ๆ ในประเทศ พระองค์จะทรงนำแผนที่ไปด้วยทุกครั้ง ดังปรากฏเป็นภาพที่คุ้นแก่สายตาของผู้ประสบพบเห็นจากหน้าหนังสือพิมพ์ จากโทรทัศน์ หรือในโอกาสที่ได้เฝ้าชมพระบารมี พระองค์ได้ทรงจัดเตรียมและตัดต่อแผนที่ดังกล่าวด้วยพระองค์เอง และทรงศึกษาภูมิประเทศจากแผนที่อย่างละเอียด เพื่อประกอบการวางแผนโครงการตามพระราชดำริด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ การชลประทาน การพัฒนาการเกษตร การป้องกันน้ำท่วมในขณะที่ทรงใช้งานแผนที่ จะทรงเติมข้อมูลต่าง ๆ ลงไป และทรงแก้ไขความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของแผนที่ให้ถูกต้องด้วย เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เสด็จพระราชดำเนินนั้นมักเป็นที่ทุรกันดาร หรือเป็นชนบทห่างไกล ซึ่งกรมแผนที่ทหารไม่สามารถจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องตามสภาพความเป็นจริงได้ทั้งหมด เพราะมีเจ้าหน้าที่และงบประมาณจำกัด ข้อมูลที่พระราชทานให้แก่นายทหารแผนที่ที่ตามเสด็จฯ จึงมีประโยชน์ต่อกรมแผนที่ทหารอย่างมาก ข้อมูลดังกล่าวนี้มีเกือบทุกรูปแบบเช่น ชื่อหมู่บ้านที่ถูกต้อง ทางคมนาคมที่เกิดใหม่ ความผิดพลาดของระดับความสูงทางน้ำ แนวเขตการปกครอง หมู่บ้านที่เกิดใหม่
         
     นอกจากจะทรงใช้แผนที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงสนพระราชหฤทัยและใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายทางอากาศทั้งภาพปรกติและภาพพิเศษ ภาพถ่ายจากดาวเทียมสำรวจทรัพยากรและดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา แผนที่พยากรณ์อากาศ ตลอดจนอุปกรณ์ง่าย ๆ ที่ติดประจำในเครื่องบิน ในรถพระที่นั่ง หรือที่ทรงถือติดพระองค์ไปด้วย เช่น บารอมิเตอร์ มาตรวัดระยะทาง และเข็มทิศ ทรงเชี่ยวชาญในการแปลความหมายของภาพถ่ายทางอากาศ ได้ทรงใช้ข้อมูลนี้ประกอบการใช้แผนที่อยู่เนือง ๆ นอกจากนี้ยังทรงสามารถใช้ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา ในการคาดคะเนแนวเคลื่อนตัวของพายุไต้ฝุ่น และพายุโซนร้อนได้อย่างถูกต้องใกล้เคียงอีกด้วย

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #29: 29 ส.ค. 17, 11:35 น

"...เมืองไทย นี้อยู่ได้ด้วยความสามัคคี ด้วยความเข้ม แข็ง ด้วยความเสียสละ อาศัยความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งกันและกัน และถ้ารักษาความ เห็นอกเห็นใจนี้แล้ว ประเทศชาติของเราก็จะ เป็นที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์และน่าสบายต่อไปชั่ว กาลนาน..." พระราชดำรัส(ร.๙)   พระราชทานในพิธีพระราชทาน ธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้านจังหวัดขอนแก่น ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 19 กุมภาพันธ์ 2519

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #30: 31 ส.ค. 17, 11:13 น

“...ทั่วโลกมีความเดือดร้อนมาก คือความไม่สามัคคี ความแก่งแย่งกัน ความไม่เป็นผู้ที่เป็นสุภาพบุรุษนั้นอย่างมาก ซึ่งจะนำโลกไปสู่หายนะ ฉะนั้น ต้องส่งเสริมและต้องฝึกฝนตนเองให้มีความแข็งแกร่งทั้งทางกายและจิตใจให้ดี และแสดงออกมาให้เห็นว่า ความดีคือความเป็นสุภาพชนและเป็นคนที่มีความความกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ....”
(พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะครู นักเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ในโอกาสที่ได้เข้าเฝ้า ฯ กราบถวายบังคมลาไปแข่งขันรักบี้ฟุตบอลที่ประเทศมาเลเซีย ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2518

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #31: 5 ก.ย. 17, 13:55 น

“ความจงรักภักดีต่อชาตินั้น คือความสำนึกตระหนักในคุณของแผ่นดิน อันเป็นที่เกิดที่อาศัย  ซึ่งทำให้บุคคลเกิดความภูมิใจในชาติกำเนิด และมุ่งมั่นที่จะธำรงรักษาประเทศชาติไว้ ให้เป็นอิสระมั่นคงตลอดไป”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณและสวน สนามของทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓ ธันวาคม ๒๕๒๙

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #32: 7 ก.ย. 17, 11:21 น

“งานทุกอย่างมีบุคคลซึ่งมีชีวิตจิตใจ มีความนึกคิดเป็นผู้กระทำ ถ้าผู้ทำมีจิตใจไม่พร้อมจะทำงานเช่น ไม่ศรัทธาในงาน ไม่สนใจผูกพันกับงาน ผลงานที่ทำก็ย่อมบกพร่อง ไม่คงที่ ต่อเมื่อผู้ปฏิบัติมีศรัทธา เข้าใจซึ้งถึงประโยชน์ของงาน พร้อมใจและพอใจที่จะขวนขวายปฏิบัติงานโดยเต็มกำลังความสามารถ งานจึงจะดำเนินไปได้โดยราบรื่น และบรรลุผลตามที่มุ่งหมาย” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)    ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๓๖

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #33: 12 ก.ย. 17, 12:49 น

…คนเราถ้าพอใจในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข...” พระราชดำรัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #34: 14 ก.ย. 17, 11:45 น

“…ให้พอเพียงก็หมายความว่า มีกิน มีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้แต่ว่าพอ แม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือย แต่ถ้าทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ...” พระราชดำรัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #35: 18 ก.ย. 17, 11:13 น

ด้านภาษา
พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทในวโรกาสต่างๆ เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระอัจฉริยภาพในการใช้ภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังเช่นพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่นักธุรกิจและนักหนังสือพิมพ์ในนิวยอร์กเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ.2510 ดังนี้

“… การแพร่ข่าวโดยขาดความระมัดระวังหรือแม้แต่คำพูดต่าง ๆ เพียงนิดเดียวก็สามารถจะทำลายงานที่ผู้มีความปรารถนาดีทั้งหลายพยายามสร้างไว้ด้วยความยากลำบากเป็นเวลาแรมปี... เหมือนฟองอากาศนิดเดียว ถ้าเข้าไปอยู่ในเส้นเลือดก็จะสามารถปลิดชีวิตคนได้ทั้งคน และน้ำตาลหวาน ๆ ก้อนเล็กนิดเดียว ถ้าใส่ลงในถังน้ำมันรถ ก็จะทำให้เครื่องจักรดี ๆ ของรถเสียได้โดยสิ้นเชิง... ”

จากพระราชดำรัสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอุปมา คำพูดเล็ก ๆ “น้อย ๆ” เปรียบเทียบกับ “ฟองน้ำ” และ “น้ำตาล ” ว่าสามารถทำลายสิ่งที่สร้างมาด้วยความยากลำบากได้ เช่นเดียวกันกับฟองอากาศและน้ำตาลแม้จะเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าฟองอากาศเข้าไปอยู่ในเส้นเลือด และน้ำตาลเข้าไปอยู่ในเครื่องยนต์แล้วทั้งเครื่องยนต์และเส้นเลือดก็จะถูกทำลายลงได้

นอกจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาภาษาละติน ทรงสนพระทัยเกี่ยวกับเรื่องศัพท์ ที่มาของศัพท์ และรากศัพท์ อีกทั้งยังสนพระทัยและค้นคว้าเกี่ยวกับศัพท์ภาษาบาลีและสันสกฤต เพราะทรงเข้าพระทัยว่าหากเข้าใจศัพท์และที่มาของศัพท์แล้วจะช่วยให้เข้าใจความหมายของธรรมะได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

อีกทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้ภาษาในด้านการพระราชนิพนธ์ร้อยกรองคำอวยพรปีใหม่ มอบแด่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศซึ่ง ส.ค.ส. ฉบับแรกปี พ.ศ. 2529 เพื่อเป็น ส.ค.ส. พระราชทานปี พ.ศ. 2530 โดยพระราชทานให้แก่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องที่ทำงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท โดยทรงพริ้นต์จากคอมพิวเตอร์และส่งแฟกซ์พระราชทานไปยังหน่วยงานโดยทั่วถึงกัน ส.ค.ส. พระราชทานแต่ละปี จะประมวลจากเหตุการณ์บ้านเมืองในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ด้วยถ้อยคำที่สั้น ๆ แต่มากด้วยคุณค่าทรงเน้นในการเตือนและให้กำลังใจในการต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ซึ่ง ส.ค.ส. ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสีขาว – ดำ ทั้งสิ้น

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #36: 22 ก.ย. 17, 13:25 น

วัตถุประสงค์สำคัญ ของการให้การศึกษานั้น คือการฝึกฝนอบรมให้บุคคลมีปัจจัยหรืออุปกรณ์สำหรับชีวิต อย่างครบครันเพียงพอ ทั้งในส่วนวิชาความรู้ ส่วนความคิดวินิจฉัย ส่วนจิตใจและความประพฤติ ส่วนความขยันอดทนและความสามารถ ในอันที่จะนำความรู้ความคิดไปใช้ปฏิบัติงานด้วยตนเอง เพื่อประโยชน์แห่งการสร้างความสุขความเจริญและความมั่นคงในชีวิต พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 26 มิถุนายน 2523

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #37: 22 ก.ย. 17, 13:26 น

การศึกษาที่มุ่งทำ เพื่อส่งเสริมบุคคลให้มีความรู้ความสามารถ สร้างหลักฐานความมั่นคงในชีวิต และทำประโยชน์แก่ส่วนรวมได้นั้น ต้องจัดอบรมให้ได้พร้อมทั้งด้านวิชาการ ด้านการลงมือปฏิบัติ ด้านความคิดวินิจฉัยและความประพฤติปฏิบัติ พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 28 มิถุนายน 2523

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #38: 22 ก.ย. 17, 13:27 น

การศึกษาเป็นปัจจัย สำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ และคุณธรรมของบุคคลสังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่าง ครบถ้วน ล้วนพอเหมาะกันทุกๆ ด้าน สังคมและบ้านเมืองนั้นก็จะมีพลเมืองมั่นคงของประเทศชาติไว้ และพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้โดยตลอด พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนที่ได้รับพระราชทานรางวัล 2524

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #39: 22 ก.ย. 17, 13:27 น

ความรู้นั้นสำคัญ ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นปัจจัยให้เกิดความฉลาดสามารถและความเจริญก้าวหน้า มนุษย์จึงใฝ่ศึกษากันอย่างไม่รู้จบสิ้น...การศึกษาหาความรู้จึงสำคัญตรงที่ ว่า ต้องศึกษาเพื่อให้เกิด “ความฉลาดรู้” คือรู้แล้วสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ โดยไม่เป็นพิษเป็นโทษ การศึกษาเพื่อความฉลาดรู้มีข้อปฏิบัติที่น่าจะยึดเป็นหลักอย่างน้อยสอง ประการ ประการแรกเมื่อจะศึกษาสิ่งใดเรื่องใดให้รู้จริง ควรศึกษาให้ตลอด ครบถ้วนทุกแง่ทุกมุม ไม่ใช่เรียนรู้แต่เพียงบางส่วนบางตอน  ...อีกประการหนึ่งซึ่งจะต้องปฏิบัติประกอบพร้อมกันไปด้วยเสมอ คือต้องพิจารณาศึกษาเรื่องนั้น ๆ ด้วยความคิดจิตใจที่ตั้งมั่นเป็นปกติ และเที่ยงตรงเป็นกลาง ไม่ยอมให้รู้เห็นและเข้าใจตามอำนาจความเหนี่ยวนำของอคติ พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 22 มิถุนายน 2524

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #40: 22 ก.ย. 17, 13:30 น

การ ศึกษาเพิ่มเติมที่แต่ละคนพึงกระทำนั้น กล่าวได้ว่ามีอยู่สองทาง ทางหนึ่งคือศึกษาค้นคว้าจากตำรับตำรา และวิเคราะห์วิจัยตามระบบและวิธีการ ที่ปฏิบัติกันในมหาวิทยาลัย อีกทางหนึ่งคือสดับตรับฟัง สังเกต จดจำจากการกระทำคำพูดของบุคคล รวมทั้งเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ได้ประสบผ่าน แม้แต่อุปสรรคความผิด พลาดของตนเอง ก็อาจนำมาคิดพิจารณาให้เป็นบทเรียนที่ทำให้เกิดความรู้ ความคิด ความฉลาด ได้ทั้งสิ้น พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 21 กรกฎาคม 2525

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #41: 22 ก.ย. 17, 13:32 น

พระบรมราโชวาทด้านความ เป็นครู ...ในฐานะที่ต้องออกไปทำหน้าที่เป็นครูของผู้อื่น ท่านจำจะต้องสร้างสมธรรมะต่าง ๆ ให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น และรู้จักวางตัวให้สมกับเป็นผู้มีหน้าที่สั่งสอนและอบรมเยาวชน ควรจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความ สามารถและช่วยกันขจัดปัญหาเยาวชนให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว และส่งเสริมให้เยาวชนเป็นคนที่มีสัมมาชีพและมีความประพฤติดี เพื่อเป็นกำลังในการที่จะสร้างประเทศชาติต่อไป พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 29 ธันวาคม 2502

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #42: 22 ก.ย. 17, 13:32 น

ผู้ที่เป็นครู อาจารย์นั้น ใช่ว่าจะมีแต่ความรู้ในทางวิชาการ และทางการสอนเท่านั้นก็หาไม่ จะต้องรู้จักอบรมเด็กทั้งในด้านศีลธรรมจรรยา และวัฒนธรรม รวมทั้งให้มีความสำนึกรับผิดชอบในหน้าที่ และในฐานะที่จะเป็นพลเมืองที่ดีของชาติต่อไปข้างหน้า  การให้ความรู้หรือที่เรียกว่าการสอนนั้นต่างกับการอบรม การสอน คือ การให้ความรู้แก่ผู้เรียน ส่วนการอบรม เป็นการฝึกจิตใจของผู้เรียนให้ซึมซาบจนติดเป็นนิสัย พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 15 ธันวาคม 2503

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #43: 22 ก.ย. 17, 13:33 น

เมื่อเจริญเติบโต ขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของครูอาจารย์สั่งสอนให้ได้รับวิชาความรู้สูง และอบรมจิตใจให้ถึงพร้อมด้วยคุณธรรม เพื่อจะได้เป็นพลเมืองดีของชาติสืบต่อไป งานของครูจึงเป็นงานที่สำคัญยิ่ง ท่านทั้งหลายซึ่งจะออกไปทำหน้าที่ครู จะต้องตั้งมั่นอยู่ในหลักศีลธรรมและพยายามถ่ายทอดวิชาความรู้แก่เด็กให้ดี ที่สุดที่จะทำได้ นอกจากนี้จงวางตัวให้สมกับที่เป็นครู ให้นักเรียนมีความเคารพนับถือ และเป็นที่เลื่อมใสไว้วางใจจากผู้ปก ครองของนักเรียนด้วย พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 13 ธันวาคม 2505

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) โดย sorono55
        ความคิดเห็นที่ #44: 22 ก.ย. 17, 13:33 น

เพราครูที่ดีควรต้อง มีความรู้ดีด้วยเสมอ ท่านทั้งหลายได้รับปริญญาทางการศึกษาแล้วในวันนี้ ต่อไปจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ เพราะท่านจะออกไปเป็นผู้ให้การศึกษา อบรมแก่เยาวชน  ผู้จะเติบโตขึ้นมาเป็นเจ้าของปกครองประเทศในอนาคตและการศึกษาอบรมขั้นพื้น ฐานของเยาวชนในปัจจุบันมีความจำเป็นเพื่ออนาคตของชาติมาก เพราะฉะนั้น เมื่อท่านเห็นความสำคัญของการเป็นครู และเมื่อท่านได้เลือกหน้าที่ของท่านเช่นนี้แล้ว ท่านต้องพยายามทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ด้วยความตั้งใจจริง โดยมุ่งประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง  พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 2 ธันวาคม 2507

Tags:
Tags:  
หน้า: 1 2 3
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้