กระทู้นี้อยู่ในคลังกระทู้ คุณไม่สามารถโพสต์หรือแก้ไขข้อความใดๆ ได้
สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ > ด้านการแพทย์
พิมพ์
หน้า: 1
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน ด้านการแพทย์  (อ่าน 90 ครั้ง)
add

ด้านการแพทย์

 
        ผู้ตั้งกระทู้: 18 ก.พ. 13, 10:44 น

ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องที่ต่างๆ ทุกครั้ง จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะแพทย์ที่ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาจากโรงพยาบาลต่างๆ และล้วนเป็นอาสาสมัครทั้งสิ้น โดยเสด็จพระราชดำเนินไปในขบวนอย่างใกล้ชิด พร้อมด้วยเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ครบครัน พร้อมที่จะให้การรักษาพยาบาลราษฎร ผู้ป่วยไข้ได้ทันที

Guest
อภิญญาaa
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #1: 19 ก.พ. 13, 09:17 น

เราเป็นไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยพระบารมีของพ่อหลวง

Guest
ฉลวย
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #2: 19 ก.พ. 13, 09:24 น

ทั่วโลกยกย่องชื่นชมยินดีกับบารมีของล้นเกล้าทั้ง ๒ พระองค์ แล้วเราคนไทยยังจะมาค้นหาคำตอบอะไรกันอีกหรือ

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #3: 20 ก.พ. 13, 09:26 น

1) การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทย และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยทรงเน้น “การพัฒนาคน” เป็นตัวตั้ง และยึดหลักผลประโยชน์ของปวงชน และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของประชาชน ตลอดจนภูมิสังคมที่คำนึงถึงความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และการพึ่งตนเอง โดยรู้จักประมาณตนและดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และ “ทำตามลำดับขั้น” อย่างบูรณาการ ซึ่งอาศัยความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการ “รู้ รัก สามัคคี” ของทุกฝ่าย ส่งผลให้ประชาชนและชุมชนในชนบทที่ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม ดำเนินการได้อย่างประหยัด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อันนำไปสู่ชุมชนและสังคมที่เข้มแข็ง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
2) การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานโครงการใด โครงการหนึ่ง จะทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบทั้งจากข้อมูลเบื้องต้นจากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน
3) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวมก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็กๆ คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้ามดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก เป็นอย่างนั้นต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน... มันไม่ได้เป็นการแก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่คิดได้... แบบนี้ เขาจะทำแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่เห็นด้วย...อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงนั้น ผุตรงนี้ ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม...เอาตกลงรื้อบ้านนี้ ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่...วิธีทำต้องค่อยๆ ทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้...”
4) การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรา” ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทย
5) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหารเพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนหรือความต้องการของสาธารณชน ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริงคือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลายมาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง...”
6) การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และการพระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาและช่วยเหลือพสกนิกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ใครต่อใครบอกว่าขอให้เสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม อันนี้ฟังจนเบื่ออาจจะรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครต่อใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เพื่อส่วนรวมนั้นมิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียว เป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่จะมีส่วนรวมที่จะอาศัยได้...”
7) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาธรรมชาติ หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ อาทิ การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม ได้พระราชทานพระราชดำริ การปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติ หรือแม้กระทั่ง การปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ได้แก่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล และไม้ฟืน นอกจากได้ประโยชน์ตามชื่อของไม้แล้วยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดินด้วย เห็นได้ว่าทรงเข้าใจธรรมชาติ และมนุษย์อย่างเกื้อกูลกัน ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน
8) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ แนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ปัญหาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การนำน้ำดี ขับไล่น้ำเสีย หรือเจือจางน้ำเสียให้กลับเป็นน้ำดี ตามจังหวะการขึ้นลงตามธรรมชาติของน้ำ การบำบัดน้ำเน่าเสียโดยใช้ผักตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติให้ดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ ดังพระราชดำรัสความว่า “ใช้อธรรมปราบอธรรม”

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #4: 20 ก.พ. 13, 09:37 น

9) การพัฒนาตามแนวพระราชดำรัสเพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้มีความแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไปก็คือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อมและสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า
“...การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะผู้มีอาชีพ และฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญในระดับสูงขั้นต่อไป...”
10) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพราะเห็นว่าหากคนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันช่วยชาติ พัฒนาชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันแล้ว ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ดังพระราชดำรัสดังนี้ “...คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณ
เป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒
11) “...ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริตไม่มีความบริสุทธิ์ใจ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓
12) “...ผู้ว่า CEO ต้องเป็นคนที่สุจริต ทุจริตไม่ได้ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป...”
“...ข้าราชการหรือประชาชนมีการทุจริต ถ้ามีทุจริตแล้ว บ้านเมืองพัง ที่เมืองไทยพังมาเพราะมีทุจริต...”
พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๖
13) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญและทรงมีความสุขทุกคราที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเคยมีพระราชดำรัสครั้งหนึ่งความว่า “...ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น...”
14) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสในเรื่อง “รู้ รัก สามัคคี” มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคำสามคำ ที่มีค่าและมีความหมายลึกซึ้ง พร้อมทั้งสามารถปรับใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย
รู้ : การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหาและรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา
รัก : คือความรัก เมื่อเรารู้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว จะต้องมีความรักการพิจารณาที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหานั้นๆ
สามัคคี : การที่จะลงมือปฏิบัตินั้น ควรคำนึงเสมอว่า เราจะทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กรเป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
15) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเรื่องต้องพัฒนาทั้งคนและพื้นที่ โดยจะทรงพยายามให้ทั้งคนและพื้นที่ได้รับการพัฒนา พระองค์ตรัสว่า ถ้าพื้นที่ดี คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือคนเหล่านั้นที่เคยลำบาก ขณะเดียวกัน จะต้องพัฒนาคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นด้วย หากเป็นเช่นนี้ รุ่นลูกรุ่นหลาน ก็จะมีการศึกษาดีและมีอาชีพที่มั่นคง พระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาโดยให้คนยากจนออกไปจากพื้นที่ และนำคนที่พัฒนาแล้วเข้าไปอยู่ในพื้นที่แทน เพราะทรงเห็นว่า หากใช้วิธีนี้คนจนที่ลำบากจะไม่ได้รับการพัฒนา
16) ในการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องน้ำนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิดค้น “กังหันน้ำชัยพัฒนา” มีทั้งหมด ๗ โมเดล เป็นเครื่องช่วยเติมออกซิเจนในน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่า โดยทรงจดสิทธิบัตรเมื่อปี ๒๕๔๕ นับเป็นเครื่องเติมอากาศเครื่องที่ ๙ ในโลกที่จดสิทธิบัตร กังหันน้ำชัยพัฒนาได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายรางวัล และได้นำไปใช้ไกลที่สุดในสวนสาธารณะกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #5: 20 ก.พ. 13, 09:41 น

17) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเกษตรกรที่ต้องพบปัญหาไม่มีน้ำใช้ในการบริโภคและทำการเกษตรในฤดูแล้ง จึงทรงคิดค้น “ฝนเทียม” ขึ้นเมื่อกว่า ๕๐ ปีมาแล้ว เป็นที่รู้จักกันในนาม “ฝนหลวง” เป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ความรู้ทางฟิสิกส์และเคมี จะได้ผลในบริเวณที่ยังมีความชื้นอยู่บ้าง ใช้เครื่องบิน
พ่นสารเคมีที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ในความสูงและพิกัดที่เหมาะสม เพื่อรวมความชื้นให้ตกลงมาเป็นฝนแต่ละสภาพสิ่งแวดล้อม (สภาพทางอุตุนิยม เช่น ทิศทางลม ความเร็วลม สภาพพื้นที่) ใช้สารเคมีไม่เหมือนกันงานที่ได้ผลคือ การทำฝนเทียมลงในอ่างเก็บน้ำ ช่วยให้ได้น้ำเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรรมอย่างมี
ประสิทธิภาพ
18) ปี ๒๕๓๑ มีการจัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการบรรเทาอุทกภัยหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสงขลา และพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบประหยัดเพื่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งรู้จักกันแพร่หลายในปัจจุบันคือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ปี ๒๕๓๒ โครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย (หนองสนม) จังหวัดสกลนคร และการทดลองทฤษฎีใหม่ที่จังหวัดสระบุรี เป็นต้น
19) นาข้าวทดลอง ในปี ๒๕๐๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมการข้าวจัดทำนาข้าวทดลองปลูกข้าวพันธุ์ต่างๆ ซึ่งทางราชการได้ขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ปลูกได้ส่วนหนึ่งไปใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดพันธุ์สำหรับไว้ใช้ในพระราชพิธีปีถัดไป
20) ในปี ๒๕๐๘ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ขณะนั้นดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารเจ้าชายอากิฮิโตะ ได้ทูลเกล้าฯถวายพันธุ์ปลาจากประเทศญี่ปุ่น (TilapiaNilotica) จำนวน ๕๐ ตัว พระองค์ฯ ทรงเลี้ยงไว้ในบ่อปลาภายในสวนจิตรลดา โดยทรงปล่อยปลาด้วยพระองค์ฯ เอง และได้พระราชทานชื่อปลาพันธุ์ใหม่ว่า “ปลานิล” พร้อมทั้งพระราชทานพันธุ์ปลานิลดังกล่าวแก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์ทั่วพระราชอาณาจักร
21) การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์หรือการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและมนุษย์ โครงการพระราชดำริในด้านการเกษตรหลายโครงการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ ทรงให้มีการปลูกป่าควบคู่กันไปด้วยเสมอ และป่าที่ปลูกนั้นจะมีทั้งป่าไม้ยืนต้น ป่าไม้ผล และป่าไม้ใช้สอย เพื่อให้ราษฎรมีผลไม้บริโภคและมีไม้ใช้สอยตามความจำเป็น และยังเป็นการปลูกป่าเพื่อช่วยยึดหน้าดินไม่ให้น้ำเซาะพังทลาย และเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นของดินและอากาศในบริเวณนั้นๆ เป็นต้น
22) การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
23) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำทุกอย่างให้ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าที่ใดมีปัญหาเกิดขึ้น พระองค์จะทรงตามไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกพื้นที่ในประเทศนี้ ไม่ทรงหยุดที่จะทำ และทรงทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ประชาชนของพระองค์อยู่อย่างมีความสุข โดยไม่เคยทรงคิดถึงความยากลำบาก ทุกนาทีของพระองค์ จะทรงคิดถึงประชาชนอยู่เสมอ ผมภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย และโชคดีที่มีพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่พึ่งเป็นพ่อของแผ่นดิน ผมพร้อมแล้วที่จะมุ่งมั่นดำเนินตามคำพ่อสอนเพื่อให้พระองค์ทรงหายเหนื่อย
24) “...ในการพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น
เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน
ด้วยวิธีการที่ประหยัด ระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา
เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว
จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป...
การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัว
ให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้น
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด
เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเอง
ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้า
ระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้โดยแน่นอน...”
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๗

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #6: 20 ก.พ. 13, 09:44 น

25) การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
26) การเน้นมิให้เกษตรกรพึ่งพาอยู่กับพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียว ด้วยพระองค์ทรงเห็นว่า การพึ่งพาพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียวจะเกิดความเสียหายง่าย เนื่องจากความแปรปรวนของตลาด และความไม่แน่นอนของธรรมชาติพระองค์จึงทรงมุ่งค้นคว้าทดลอง และวิจัยหาพันธุ์พืชใหม่ๆ ทั้งพืชเศรษฐกิจ พืชเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน และพืชสมุนไพร อาทิ พันธุ์ข้าวพระราชทานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญทุกปี ตลอดจนทรงศึกษาเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืช รวมทั้งพันธุ์สัตว์ต่างๆ ที่เหมาะสมเช่น โค กระบือ แพะ แกะ พันธุ์ปลา ฯลฯ เพื่อแนะนำให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติได้ด้วยราคาถูกโดยใช้เทคโนโลยีที่ง่ายและไม่สลับซับซ้อน ซึ่งเกษตรกรจะสามารถรับไปดำเนินการเองได้
27) วันที่ประเทศชาติมีความสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีความสุข แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนมีความทุกข์ พระเจ้าแผ่นดินของเราไม่เคยทรงอยู่นิ่งเฉย เราจะเห็นพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้สภากาชาดที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ ดูแลเครื่องอุปโภค บริโภค ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เราจะแบ่งกันชัดเจนเลย นอกจากนี้ ยังมีมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดคือ เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น The Greatest of the King และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นี้
เป็นน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มอบแก่ผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยทุกคน
28) เราโชคดีมากที่เกิดมาเป็นคนไทย เนื่องจากคนไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยและคอยดูแลสอดส่องทุกข์สุขของประชาชนเสมอมา ผมบอกได้เลยว่าไม่มีประชาชนประเทศไหนโชคดีเท่ากับประเทศไทย ไม่ว่าจะเกิดภัยธรรมชาติ สาธารณภัย หรืออะไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราไม่เคยทอดทิ้งประชาชนที่พระองค์ทรงรักเลยแม้แต่ครั้งเดียว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ไม่เคยเอาเปรียบประชาชน ทรงเป็นผู้ให้ ให้ความอนุเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาประชาชนทั้งชาวไทยและชาวโลก
29) “คิดดี ทำดี ได้ดี” คือสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมาตลอด การทำงานที่ดีต้องเริ่มต้นจากความคิดที่ดี เพราะเราคิดดีแล้ว เราก็ต้องทำให้ดี เมื่อคิดดี ทำดี จะได้ดีเมื่อไหร่ก็ต้องได้มูลนิธิฯ จึงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อนำพาความห่วงใยและความปรารถนาดีของพระองค์ไปสู่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยยึดมั่นในรับสั่งของพระองค์ว่า “เมื่อไรก็ตามที่ผู้คนรู้สึกท้อแท้ ก็ให้นึกถึงพระองค์” และนี่ก็คือหน้าที่ของพวกเรา

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #7: 20 ก.พ. 13, 09:47 น

30) มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเหมือน “ไปรษณีย์” มีหน้าที่นำพาน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ และความห่วงใยประชาชนไปพระราชทานแก่ผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ เช่น น้ำท่วม พายุ ดินถล่ม ไฟไหม้ อากาศหนาวจัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิฯ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่นำสิ่งของพระราชทาน อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ประสบภัยแต่ละประเภท ออกไปร่วมปฏิบัติงานกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนที่จะฟื้นฟูการประกอบอาชีพให้กลับคืนเช่นเดิมหรือดีกว่าเดิม รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในระยะยาว โดยการพิจารณาสงเคราะห์แก่เด็กที่ประสบสาธารณภัยให้ได้รับทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ด้วย
31) ถุงยังชีพพระราชทาน... น้ำพระทัยและความเอื้ออาทรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้ว่ามูลค่าของใน “ถุงยังชีพพระราชทาน” ที่ผู้ประสบภัยได้รับไปจะเพียงแค่ประทังชีวิต แต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นได้รับคือ ความปรารถนาดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความเอื้ออาทรและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะที่ประสบภัยและได้รับความเดือดร้อน จะได้รับถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากความห่วงใยและน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงไม่ทอดทิ้งประชาชน เวลาคนหมดหนทาง พอเขาได้อะไรมาค้ำชู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าแผ่นดินก็จะมีแรงมาสู้ต่อไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นมากกว่าพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่ยึดเหนี่ยวของทุกคน ผมจะบอกกับราษฎรว่า มูลค่าสิ่งของนั้นน้อยนิด แต่น้ำพระทัยเปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตาที่พระราชทานให้กับพวกเรา
32) งานฎีการ้องทุกข์ ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากเฝ้าคอยรับเสด็จฯ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาอยู่เสมอ จนถึงปัจจุบันยังคงมีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาผ่านสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น ๆ ตรวจสอบข้อมูล หากพบว่าราษฎรนั้นได้รับความเดือดร้อน ก็จะให้ความช่วยเหลือคลี่คลายปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดทำ “โครงการพระราชทานความช่วยเหลือ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพิ่มเติมจากขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ซึ่งหากพบว่าราษฎรรายใดยังมีความเดือดร้อนอยู่ จะส่งให้คณะกรรมการโครงการฯ พิจารณาให้ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนตามหลักเกณฑ์ อันเป็นการพระราชทานความช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในที่สุด นอกจากนี้ หากพบว่าราษฎรกลุ่มใดได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ แม้ว่าจะมิได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา โครงการฯ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ในเรื่องต่างๆ ทรงหาทางให้ราษฎรที่ได้รับการช่วยเหลือเหล่านี้รู้จักช่วยเหลือตนเอง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไปด้วย การที่มีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา แสดงถึงความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตระหนักในน้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ที่พระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรของพระองค์ ประดุจบิดาที่ดูแลบุตรด้วยความรักและเมตตาอย่างสม่ำเสมอตลอดมา โดยไม่เคยทรงเลือกว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นใคร ทั้งยังแสดงถึงความไม่มีช่องว่างระหว่าง “พระเจ้าแผ่นดิน” กับ “ราษฎร” ซึ่งไม่มีแผ่นดินใดในโลกนี้เสมอเหมือน
33) มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิสายใจไทย เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๘ เพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บหรือพิการจากการปฏิบัติราชการสนามทั่วประเทศ เยี่ยมเยียนให้กำลังใจในระหว่างการรักษา ช่วยติดตามทวงถามสิทธิราชการให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิล่าช้า สอบถามทุกข์สุข ให้ความช่วยเหลือด้านอาชีพหรือการศึกษาแก่ทหารพิการและครอบครัว มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และสำหรับผู้บาดเจ็บทุพพลภาพให้รับเป็นรายเดือนตลอดชีพ

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #8: 20 ก.พ. 13, 09:49 น

34) งานคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือราษฎรเจ็บป่วยที่ยากจน ซึ่งทรงพบในระหว่างเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่หน่วยแพทย์พระราชทาน หน่วยแพทย์ที่ตามเสด็จฯ แพทย์หลวงหรือผู้แทนพระองค์พบ หรือผู้ที่มีหนังสือมาขอพระราชทานการรักษาทั่วไปให้ความช่วยเหลือจัดส่งคนไข้เข้าโรงพยาบาล และติดตามผลระยะยาวไปจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา
35) โรงงานแขนขาเทียมพระราชทาน โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งขึ้น เพื่อให้บริการอวัยวะแขนขาเทียมสำหรับทหารพิการ ทั้งนี้ ในระหว่างฝึกหัดการใช้อวัยวะแขนขาเทียม และฟื้นฟูสมรรถภาพ จะได้พิจารณาความถนัดและความต้องการของผู้ป่วย เพื่อฝึกอาชีพต่อไป โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพให้แก่ทหารผ่านศึกพิการภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย
36) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมองประชาชนทุกคนเสมือนลูกหลาน พระองค์ทรงให้ความรัก ความห่วงใย ทรงให้ความสำคัญกับลูกทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง หรือบนดอย ไม่ว่าจะยากดีมีจนไม่ว่าจะฉลาดมากหรือน้อย ไม่ว่าจะมีโอกาสมากโอกาสน้อย ทำให้พระองค์มีพระราชดำริว่าจะทำอย่างไรให้ลูกแต่ละคนสามารถที่จะพัฒนาตนเองได้สูงสุด พึ่งตนเองได้ ผู้ที่มีพื้นฐานที่ดีมากอยู่แล้วก็ขอให้ต่อยอดขึ้นไปอีก เพื่อกลับมาช่วยคนอื่นช่วยสังคม เช่น ลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน ๔ โรงงาน ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และสำนึกอยู่เสมอว่าที่ได้รับโอกาสชีวิตอย่างนี้ เพราะว่าโรงเรียนพระดาบสมอบให้ จึงได้ตั้งแหล่งเรียนรู้คล้ายๆ โรงเรียนพระดาบสขึ้นในพื้นที่ด้วยพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงทราบว่าจะช่วยประชาชนแต่ละกลุ่มและแต่ละพื้นที่อย่างไร ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้ลูกทุกคนสามารถช่วยตนเอง ครอบครัว และช่วยสังคมได้ นับเป็นบุญของคนไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแนวพระราชดำริโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อให้ลูกแต่ละคนได้รับการพัฒนาสูงสุด และพระองค์ทรงหวังว่า ลูกบางคนเมื่อช่วยตนเองได้แล้วจะสามารถช่วยผู้อื่นต่อไป ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประชาชนของพระองค์มีความรู้ รัก สามัคคี
37) แนวพระราชดำริด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า การให้หรือการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากลำบาก จะช่วยทำให้โลกนี้มีความสงบร่มเย็น และช่วยให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ด้วยความสุข โดยทรงมีหลักการในการพระราชทานความช่วยเหลือว่า
“ให้ เพื่อให้ช่วยตนเองได้” ดังนั้น พระองค์จึงทรงมุ่งมั่นส่งเสริมฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ “พออยู่ พอกิน” และสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีความมั่นคงในการดำรงชีวิต อันจะส่งผลให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความมั่นคงในที่สุด นอกจากนี้ หากราษฎรประสบความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ พระองค์จะพระราชทานความช่วยเหลือในทันทีทันใด จนอาจกล่าวได้ว่า เมื่อเกิดความทุกข์แก่ราษฎรขึ้น ณ ที่ใด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงประทับอยู่ ณ ที่นั้น หรือหากเสด็จฯ ไปช่วยเหลือด้วยพระองค์เองไม่ได้ จะทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารที่ทรงไว้วางพระทัยเดินทางไปให้ความช่วยเหลืออย่างทันการณ์ โดยมีรับสั่งว่า “ไปให้ไว ไปให้ถึง ไปให้เร็ว”
38) ภาพวาดฝีพระหัตถ์ จิตรกรรมเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัย มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ โดยทรงเริ่มศึกษาวิธีวาด และฝึกเขียนภาพด้วยพระองค์เอง หากแต่งานจิตรกรรมของพระองค์ได้เริ่มต้นอย่างจริงจัง เมื่อประมาณ พ.ศ.2502 ภายหลังที่เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ ทรงใช้เวลาว่างจากพระราชภารกิจมาทรงเขียนภาพ ซึ่งโดยมากจะเป็นพระสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทุกพระองค์และเมื่อคราวสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี กรมศิลปากรได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติ ให้จัดนิทรรศการจิตกรรมฝีพระหัตถ์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าชมผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในพระองค์หากแต่พระราชภารกิจเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาด้านต่างๆ ทำให้ต้องทรงอุทิศเวลาส่วนใหญ่ เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของราษฎร จึงไม่ทรงมีเวลาสร้างสรรค์ผลงานด้านจิตรกรรม แต่ถึงกระนั้นก็ทรงมีภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ที่เผยแพร่ไปแล้วถึง 47 ภาพ และที่ยังไม่เคยเผยแพร่อีกกว่า 60 ภาพ นับได้ว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีความสามารถ และเชี่ยวชาญในด้านจิตรกรรมอย่างแท้จริง

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #9: 20 ก.พ. 13, 09:58 น

39) ความตอนหนึ่งใน สคส.ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระองค์ทรงได้พระราชทานพระราชดำรัสพระราชทานพรปีใหม่ปี ๒๕๕๕ ความตอนหนึ่ง พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ในตอนปลายปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงจะขอนำเรื่องเกี่ยวกับโครงการแก้มลิงที่พระองค์ทรงได้ทรงได้คิดค้นและจัดทำขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี ๒๕๓๘ เพื่อนำมาเป็นหลักในการป้องกันน้ำท่วม  ทรงเปรียบเทียบการ กินอาหารของลิงหลังจากที่ลิง เคี้ยวกล้วยแล้วจะยังไม่กลืน แต่จะเก็บไว้ภายในแก้มทั้งสองข้างแล้วค่อย ๆ ดุนกล้วยมากินในภายหลัง  เช่นเดียวกับกรณีการผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งน้ำที่ขึ้นมาตามซอยต่าง ๆ เมื่อน้ำทะเลหนุนให้ไปเก็บไว้ที่บึงใหญ่ที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ชายทะเล และมีประตูน้ำขนาดใหญ่สำหรับปิดกั้นน้ำบริเวณแก้มลิงสำหรับฝั่งตะวันตกจะอยู่ที่คลองชายทะเลด้านฝั่งตะวันออกบริเวณแก้มลิงจะอยู่ที่คลองสรรพสามิต เมื่อเวลาน้ำทะเลลดลงให้เปิดประตูระบายน้ำออกไป บึงจะสามารถรับน้ำชุดใหม่ต่อไป แนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ คือ
          ประการแรก    สร้างคันกั้นน้ำโดยปรับปรุงแนวถนนเดิม
          ประการที่ ๒   จัดให้มีพื้นที่สีเขียว (Green Belt) ตามพระราชดำริเพื่อกันการขยายตัวของเมืองและเพื่อแปรสภาพให้เป็นทางระบายน้ำ เมื่อมีน้ำหลาก
          ประการที่ ๓    ดำเนินการขุดลอกคลอง ขยายคลองที่มีอยู่เดิมและขุดใหม่นอกแนวคันกั้นน้ำ
          ประการที่ ๔    สร้างสถานที่เก็บน้ำตามจุดต่าง ๆ
          ประการที่ ๕    ขยายช่องทางรับน้ำที่ผ่านทางรถไฟและทางหลวง กรมทางหลวง  การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลตามแนวพระราชดำริ  "แก้มลิง" มีลักษณะและวิธีการดังนี้
   ๑. ดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่ตอนบน ให้ไหลลงคลองพักน้ำขนาดใหญ่ที่บริเวณชายทะเล
   ๒. เมื่อระดับน้ำทะเลลดต่ำกว่าระดับน้ำในคลอง ก็ทำการระบายน้ำจากคลองดังกล่าว โดยใช้หลักทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity Flow) ตามธรรมชาติ
   ๓. สูบน้ำออกจากคลองที่ทำหน้าที่ "แก้มลิง" นี้ เพื่อทำให้น้ำตอนบนค่อยๆไหลมาเองตลอดเวลา ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่วมพื้นที่ลดน้อยลง
   ๔. เมื่อระดับน้ำทะเลสูงกว่าระดับน้ำในลำคลอง ให้ทำการปิดประตูระบายน้ำ โดยยึดหลักน้ำไหลลงทางเดียว (One Way Flow)
   หลักการ ๓ ประการ ที่จะทำให้โครงการแก้งลิงมีประสิทธิภาพบรรลุผลสำเร็จตามแนวพระราชดำริ คือ การพิจารณา
   ๑. สถานที่ที่จะทำหน้าที่เป็นบ่อพักและวิธีการชักนำน้ำท่วมไหลเข้าสู่บ่อพักน้ำ
   ๒. เส้นทางน้ำไหลที่สะดวกต่อการระบายน้ำเข้าสู่แหล่งที่ทำหน้าที่บ่อพักน้ำ
   ๓. การระบายน้ำออกจากบ่อพักน้ำต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
โครงการแก้มลิงนับเป็นนิมิตหมายที่จะนำพาชาวไทยให้รอดพ้นจากทุกข์ภัย ที่นำความเดือนร้อนแสนลำเค็ญมาสู่ชีวิตที่อบอุ่นปลอดภัยซึ่งแนวพระราชดำริอันเป็นทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านน้ำท่วมนี้ มีพระราชดำริเพิ่มเติมว่า
"...ได้ดำเนินการในแนวทาง ที่ถูกต้องแล้ว ขอให้รีบเร่งหาวิธีปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพต่อไปเพราะโครงการแก้มลิงในอนาคตจะสามารถช่วยพื้นที่ได้หลายพื้นที่..."
40) พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันวิสาขบูชา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดเป็นพระราชพิธีสองวันติดต่อกันคือ เป็นงานวันตั้งเปรียญวันหนึ่ง และเป็นส่งของงานพระราชพิธีวิสาขบูชาอีกวันหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มเสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธีวิสาขบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามด้วยพระองค์เองเป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #10: 20 ก.พ. 13, 10:01 น

41) ในบางปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรมนอกพระนคร ก็จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันวิสาขบูชา ณ วัดใกล้ที่ประทับแรม ส่วนในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์ทรงปฏิบัติราชภารกิจแทนพระองค์ ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๐๕ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปบำเพ็ญพระราชกุศลตามสถานที่ต่างๆ เช่น พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม วัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดโสธรวรมหาวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น นับแต่พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่สำคัญๆ ทางศาสนา เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันวิสาขบูชาเป็นส่วนพระองค์เรื่อยมา โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จแทนพระองค์ เพื่อประกอบพระราชพิธีวิสาขบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
42) " เราจะครอง แผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม "
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์ในปีพุทธศักราช 2489 ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการไว้ว่าดังนี้ และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาเป็นเวลากว่า 60 ปีแล้ว ท่านทรงตั้งมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรมอย่างมิเคยเสื่อมคลาย  ตลอดระยะเวลากว่า60ปีที่ผ่านมา ภาพที่คนไทยทุกคนเห็นอยู่ประจำคือ ท่านทรงงานหนักเพื่อประเทศไทย เพื่อประชาชนชาวไทยมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะลำบากเท่าใด จะเป็นสถานที่ที่ทุรกันดารเพียงใด มีความอันตรายแค่ไหน แต่หากเป็นสถานที่ที่ซึ่งมีประชาชนที่ประสบความทุกข์ ความลำบาก ท่านก็ไม่รีรอที่จะเสด็จไปหาประชาชนของท่าน ท่านยอมเหนื่อย ยอมลำบาก เพียงเพราะต้องการให้ประชาชนของท่านได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องลำบาก
43) เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร ต่อจากนั้นทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนเมียร์มองต์ (MERRIMENT) เมืองโลซานน์ (LASAGNA) ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้าศึกษาต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLY ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติและทรงได้รับประกาศนียบัตร บาเชอลิเย เอ แลทร์ จากการศึกษา ดังกล่าว ทรงรอบรู้หลายภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และ ละติน ในระดับอุดมศึกษาทรงเข้าศึกษาใน แผนกวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมือง โลชานน์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราชพระบรมราชชนนี และสมเด็จพระนางเจ้าพี่นางเธอ
44) ในปีพ.ศ. 2491 ระหว่างทรงศึกษาอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงขับรถยนต์ไปทรงร่วมงานที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้ทรงพบและมีพระราชหฤทัยสนิทเสน่หาในหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของหม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ในปีเดียวกันนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรงทรงบาทเจ็บที่พระพักตร์พระเนตรขวา และพระเศียรทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมอร์เซส์ โปรดฯ ให้หม่อมเจ้าราชวงศ์สิริกิติ์มาเฝ้าฯ ถวายการดูแลอย่างใกล้ชิดพระสัมพันธภาพจึงแน่นแฟ้นขึ้น และต่อมาได้ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2492 โดยได้พระราชทานพระธำมรงค์วงที่สมเด็จพระบรมราชนกหมั้นสมเด็จพระราชชนนี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงได้รับการอภิบาลอย่างดียิ่งจากสมเด็จพระราชชนนี    จึงมีพระปรีชาสามารถปราดเปรื่องและมีพระจริยวัตรเปี่ยมด้วยคุณธรรมทุกประการซึ่งน้อมนำให้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงดำรงสิริราชสมบัติเพียบพร้อมด้วยทศพิศราชธรรม จักรวรรดิวัตรธรรมและ ราชสังคหวัตถุทรงเจริญด้วยพระเกียรติคุณบุญญาธิการเจิดจำรัส ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน เป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญ ทุกทิศานุทิศในเวลาต่อมาตราบจนปัจจุบัน

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #11: 20 ก.พ. 13, 10:06 น

45) วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ลูกเสือชาวบ้านและกลุ่มพลังต่างๆ ได้ รวมตัวกันชุมนุมต่อต้านนักศึกษา และพยายามบุกเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เกิดการยิงต่อสู้กัน ตำรวจได้บุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าเคลียร์พื้นที่ โดยมีกลุ่มกระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้านและกลุ่มนวพลเข้าร่วมด้วย บ้างก็เข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บ้างก็รออยู่ข้างนอกเพื่อคอยทำร้ายผู้ที่หนีตำรวจออกมา เหตุการณ์เต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสนมีนักศึกษาบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินนำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ จึงทำการยึดอำนาจการปกครองเพื่อจะได้เข้าไปแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวได้รวดเร็วขึ้น เพื่อความมั่นคงของชาติบ้านเมือง และได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อกราบบังคมทูลรายงานสถานการณ์ของประเทศในขณะนั้นให้ทรงทราบสถานการณ์ ต่างๆ ก็เริ่มคลี่คลายลงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อให้แก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เหตุการณ์ความสับสนวุ่นวายต่าง ๆ จึงกลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็วยุติการเสียเลือดเสียเนื้อ ทั้งนี้ ก็ด้วยเดชะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงเป็นที่เคารพสักการะ และเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธาและความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยอย่างมั่นคง ไม่มีวันเสื่อมคลาย พระมหากรุณาธิคุณได้ปกแผ่คุ้มเศียรเกล้าปวงชนชาวไทย ทรงขจัดปัดเป่าภัยจากวิกฤตการณ์ นำประเทศคืนสู่ความผาสุกสงบร่มเย็นอีกครั้งหนึ่ง
46) บรรพบุรุษของไทยปกบ้านป้องเมืองมาได้ด้วยความยึดมั่นในสถาบันการปกครองซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์ ประมุขจึงทำให้เราได้มีประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้ และเราจักทำให้อนาคตจะต้องมีประเทศไทยต่อไป พระองค์ทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนงเพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น
47) ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ว เป็นร่มโพธิ์ให้ประเทศชาติ และ ของกระหม่อม ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ขอองค์พระสยามเทวาธิราชปกปักษ์รักษาพระองค์ท่าน ให้แคล้วคลาดจาก ภัยอันตรายใด ๆ ทั้งปวง เป็นมิ่งขวัญล้นเกล้าล้นกระหม่อมตราบนานเท่านาน ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของ คนทั้งชาติ
48) ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
49) เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
50) สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
51) ในหลวงพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีมีความซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง...ทรงพระเจริญ     

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #12: 20 ก.พ. 13, 10:10 น

52) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย ...ทรงพระเจริญ
53) เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ
54) หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
55) พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
56) พ่อหลวงทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ มีความร่มเย็นเป็นสุข
57) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนง เพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง
58) หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน
59) ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ช่วยรัฐ-ราษฎร์สามัคคี สมัครสมานเป็นชาติพลี สร้างความดีเพื่อแผ่นดิน
60) ในหลวงคือพ่อของแผ่นดิน
61) พ่อหลวงทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม
62) พ่อหลวงทรงเป็นที่รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย
63) พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นที่ประจักษ์ดีกับสายตาของชาวไทยและคนทั่วโลก พระองค์ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ชาวประชาแซ่ซ้องสรรเสริญ
64) เศรษฐกิจพอเพียง " เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มีความผาสุข มั่นคงยั่งยืนสืบไป
65) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ
66) เศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์
67) ในหลวงทรงเป็นผู้คิดค้นในการทำฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย
68) ในหลวงทรงนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ในการรักษาหน้าดิน
69) พระบารมีพ่อแผ่ไกลทุกแห่งหน
70) สามัคคีปรองดองกัน นี่ความหมายของความสามัคคี ใครๆก็บอก ให้สามัคคีปรองดองกันช่วยเหลือเพื่อประเทศชาติ..ทรงพระเจริญ
71) เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
72) ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
73) ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
74) เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
75) เรารักเมืองไทย..รักสถาบันพระมหากษัตริย์
76) การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้
77) "พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างในการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ให้กับชาวไทย และทรงนำพา แนวทางพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคน"
78) ขอทรงพระเจริญด้วยพระจตุรพิธพรชัยและพระราชสิริสวัสดิ์ทุกประการ
79) ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
80) พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
81) ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง
82) ทรงสร้างค่านิยมทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ
83) ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
84) ทรงสระหยาดพระเสโทเพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง
85) รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #13: 20 ก.พ. 13, 10:13 น

86) ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ของพ่อหลวง
87) ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ
88) พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์
89) ในหลวงพระองค์ทรงหลั่งหยาดเหงื่อเพื่อคนไทย ให้มีความผาสุก
90) ถ้าเราไม่เคารพรักในสถาบันชาติแล้ว ความปั่นป่วนระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา
91) ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าชาติใดขาดสามัคคีธรรมจะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
92) เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
93) หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
94) การกระทำความดี ถึงแม้จะเห็นผลช้าแต่ก็ทำให้มีความสุขสมบูรณ์ได้อย่างยั่งยืน
95) จะเป็นคนดีของชาติต้องรักเคารพยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ
96) ปัญหาของชาติ เราคนไทยทุกคนต้องร่วมใจกันแก้ มิใช่มาซ้ำเติมหรือทำลาย
97) เราก็จะรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งและหวงแหนของเราไว้
98) เราจงน้อมนำราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ
99) ข้าพเจ้าจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ยิ่งชีพ
100) ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ พระพลานามัยแข็งแรง
101) ขอบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
102) ขอให้ในหลวงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์และแข็งแรงและขอให้พระองค์มีพระชนมายุยืนนาน
103) พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ
104) กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
105) ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ เพื่อเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป
106) ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย
107) หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #14: 20 ก.พ. 13, 10:28 น

108) ในหลวงทรงเป็นผู้คิดค้นในการทำฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย
109) ในหลวงทรงนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ในการรักษาหน้าดิน
110) พระบารมีพ่อแผ่ไกลทุกแห่งหน
111) สามัคคีปรองดองกัน นี่ความหมายของความสามัคคี ใครๆก็บอก ให้สามัคคีปรองดองกันช่วยเหลือเพื่อประเทศชาติ..ทรงพระเจริญ
112) เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
113) ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
114) ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
115) เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
116) เรารักเมืองไทย..รักสถาบันพระมหากษัตริย์
117) การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้
118) "พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างในการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ให้กับชาวไทย และทรงนำพา แนวทางพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคน"
119) ขอทรงพระเจริญด้วยพระจตุรพิธพรชัยและพระราชสิริสวัสดิ์ทุกประการ
120) ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
121) พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
122) ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง
123) ทรงสร้างค่านิยมทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ
124) ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
125) ทรงสระหยาดพระเสโทเพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง
126) รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
127) ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ของพ่อหลวง
128) ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ
129) พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์
130) ในหลวงพระองค์ทรงหลั่งหยาดเหงื่อเพื่อคนไทย ให้มีความผาสุก
131) ถ้าเราไม่เคารพรักในสถาบันชาติแล้ว ความปั่นป่วนระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา
132) ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าชาติใดขาดสามัคคีธรรมจะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
133) เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
134) หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
135) การกระทำความดี ถึงแม้จะเห็นผลช้าแต่ก็ทำให้มีความสุขสมบูรณ์ได้อย่างยั่งยืน
136) จะเป็นคนดีของชาติต้องรักเคารพยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ
137) ปัญหาของชาติ เราคนไทยทุกคนต้องร่วมใจกันแก้ มิใช่มาซ้ำเติมหรือทำลาย

Guest
ปูปลาร้า
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #15: 20 ก.พ. 13, 10:32 น

138) ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ว เป็นร่มโพธิ์ให้ประเทศชาติ และ ของกระหม่อม ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ขอองค์พระสยามเทวาธิราชปกปักษ์รักษาพระองค์ท่าน ให้แคล้วคลาดจาก ภัยอันตรายใด ๆ ทั้งปวง เป็นมิ่งขวัญล้นเกล้าล้นกระหม่อมตราบนานเท่านาน ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของ คนทั้งชาติ
139) ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
140) เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
141) สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
142) ในหลวงพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีมีความซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง...ทรงพระเจริญ     
143) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย ...ทรงพระเจริญ
144) เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ
145) หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
146) พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
147) พ่อหลวงทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ มีความร่มเย็นเป็นสุข
148) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนง เพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง
149) หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน
150) ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ช่วยรัฐ-ราษฎร์สามัคคี สมัครสมานเป็นชาติพลี สร้างความดีเพื่อแผ่นดิน

Guest
ปูนา
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #16: 20 ก.พ. 13, 10:34 น

1. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
2. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
3. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
4.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
5.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
6.. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
7. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
8. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
9.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
10.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
11. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
12. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
13. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
14.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
15.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
16. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
17. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
18. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
19.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
20.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
ฉลวย Alexzander
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #17: 20 ก.พ. 13, 11:13 น

ทั่วโลกยกย่องชื่นชมยินดีกับบารมีของล้นเกล้าทั้ง ๒ พระองค์ แล้วเราคนไทยยังจะมาค้นหาคำตอบอะไรกันอีกหรือ ฉลวย Alexzander

Guest
ปูนา
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #18: 20 ก.พ. 13, 13:23 น

21. ความเชื่อ เป็นสิ่งที่ยอมรับยึดถือเฉพาะตนเอง อาจมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล อาจขยายลาม ไปถึงผู้อื่น หากมีกรอบความคิดและค่านิยมที่ใกล้เคียงกัน การหักล้างความเชื่อในทันทีกระทำได้ยาก ต้องพยายามทำความเข้าใจ ให้ข้อมูลเหตุผลที่ถูกต้อง ให้เกิดการยอมรับอย่างเคารพและหวังดีต่อกัน
22. การกล่าวอ้างโจมตีบุคคลอื่น โดยพยายามเชื่อมโยงและอ้างอิงหลักฐานอันเป็นเท็จนอกจากจะมีความผิดทางกฎหมาย แล้ว ผู้ที่กระทำย่อมรู้ถึงเจตนาของตนเองและกลุ่มพวกพ้องที่กระทำว่ามีเจตนาใด ซึ่ง “ผลแห่งการกระทำ” ย่อมได้รับตามเจตนานั้นโดยสมบูรณ์ อันจะเป็นที่ได้ประจักษ์โดยทั่วกัน
23. บุญบารมีในการเป็นผู้นำ มิได้สร้างสมเพียงชั่วข้ามคืน หรือเพียงชั่วอายุเดียว หากต้องสั่งสมบุญบารมีมายาวนาน การกล่าวร้าย กล่าวปรามาสผู้มีบุญญาธิการ เพียงเพราะความขลาดเขลาของตนเอง ไม่สามารถใช้ สติและปัญญาที่เที่ยงแท้พิจารณาความจริงได้ ก็ไม่ต่างจากการตกลงไปในอบายภูมิแล้วครึ่งหนึ่ง
24. เทคโนโลยีเจริญก้าว หน้า การบิดเบือนข่าวสาร ให้เป็นไปตามที่ต้องการเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ประกอบกับการสร้างแรงจูงใจเชิงจิตวิทยาจากกลุ่มบุคคลกลุ่มใหญ่ ทำให้น้ำหนักของข่าวสารนั้น ดูมีความน่าเชื่อถือ แม้ไม่ได้เห็น หรือได้รับรู้ความจริงด้วยตนเอง เพียงแต่ผ่านกลุ่มที่ตนเชื่อถือเท่านั้น ก็เชื่อฝังใจ ออกรับแทน และประณามผู้ที่เห็นขัดแย้งว่า โง่ ไม่รู้จริงเหมือนตน
25. หลักการดี พูดจาน่าเชื่อถือ หลักฐานอ้างอิงมากมาย แต่เจตนากลับทำร้ายผู้อื่นให้เสื่อมเสีย เพียงเพราะขัดกับความต้องการของตนเอง ขัดกับหลักการที่ตนเองต้องการและมองว่าดี ลักษณะนี้ไม่ใช่แนวทางของผู้ที่นิยมเสรีภาพ และประชาธิปไตย กลับเป็นในมุมของผู้ที่นิยมความรุนแรง เพราะผลแห่งเจตนา จะมีแต่การแตกแยก และไม่สงบสุข
26. การหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ต เป็นความผิดทางอาญา ตามมาตรา 326 ที่บัญญัติว่า "ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมื่น หรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ“ ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อและเครื่องมือของผู้ที่ต้องการผลประโยชน์จากการกระทำ ของท่าน
27. เราจะต้องระมัดระวังผู้ที่คิดจะเปลี่ยนแปลงหรือเคลื่อนไหว สังคม ไม่ให้เป็นการใช้ประโยชน์จากพระราชอำนาจ โดยเราต้องร่วมใจกันน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ดังที่ได้ตรัสไว้ว่า "ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"

Guest
ปลาส้ม
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #19: 20 ก.พ. 13, 13:28 น

1. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
2. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
3. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
4.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
5.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
6.. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
7. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
8. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
9.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
10.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
11. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
12. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
13. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
14.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
15.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
16. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
17. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
18. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
19.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
20.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #20: 22 ก.พ. 13, 09:08 น

1) การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทย และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยทรงเน้น “การพัฒนาคน” เป็นตัวตั้ง และยึดหลักผลประโยชน์ของปวงชน และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของประชาชน ตลอดจนภูมิสังคมที่คำนึงถึงความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และการพึ่งตนเอง โดยรู้จักประมาณตนและดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และ “ทำตามลำดับขั้น” อย่างบูรณาการ ซึ่งอาศัยความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการ “รู้ รัก สามัคคี” ของทุกฝ่าย ส่งผลให้ประชาชนและชุมชนในชนบทที่ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม ดำเนินการได้อย่างประหยัด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อันนำไปสู่ชุมชนและสังคมที่เข้มแข็ง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
2) การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานโครงการใด โครงการหนึ่ง จะทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบทั้งจากข้อมูลเบื้องต้นจากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน
3) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวมก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็กๆ คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้ามดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก เป็นอย่างนั้นต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน... มันไม่ได้เป็นการแก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่คิดได้... แบบนี้ เขาจะทำแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่เห็นด้วย...อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงนั้น ผุตรงนี้ ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม..เอาตกลงรื้อบ้านนี้ ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่...วิธีทำต้องค่อยๆ ทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้...”
4) การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรา” ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทย
5) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหารเพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนหรือความต้องการของสาธารณชน ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริงคือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลายมาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง...”
6) การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และการพระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาและช่วยเหลือพสกนิกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ใครต่อใครบอกว่าขอให้เสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม อันนี้ฟังจนเบื่ออาจจะรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครต่อใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เพื่อส่วนรวมนั้นมิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียว เป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่จะมีส่วนรวมที่จะอาศัยได้...”
7) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาธรรมชาติ หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ อาทิ การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม ได้พระราชทานพระราชดำริ การปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติ หรือแม้กระทั่ง การปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ได้แก่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล และไม้ฟืน นอกจากได้ประโยชน์ตามชื่อของไม้แล้วยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดินด้วย เห็นได้ว่าทรงเข้าใจธรรมชาติ และมนุษย์อย่างเกื้อกูลกัน ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #21: 22 ก.พ. 13, 09:14 น

8) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ แนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ปัญหาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การนำน้ำดี ขับไล่น้ำเสีย หรือเจือจางน้ำเสียให้กลับเป็นน้ำดี ตามจังหวะการขึ้นลงตามธรรมชาติของน้ำ การบำบัดน้ำเน่าเสียโดยใช้ผักตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติให้ดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ ดังพระราชดำรัสความว่า “ใช้อธรรมปราบอธรรม”
9) การพัฒนาตามแนวพระราชดำรัสเพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้มีความแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไปก็คือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อมและสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้
ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะผู้มีอาชีพ และฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญในระดับสูงขั้นต่อไป...”
10) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพราะเห็นว่าหากคนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันช่วยชาติ พัฒนาชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันแล้ว ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ดังพระราชดำรัสดังนี้ “...คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์
ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณเป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒
11) “...ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริตไม่มีความบริสุทธิ์ใจ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓
12) “...ผู้ว่า CEO ต้องเป็นคนที่สุจริต ทุจริตไม่ได้ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป...”
“...ข้าราชการหรือประชาชนมีการทุจริต ถ้ามีทุจริตแล้ว บ้านเมืองพัง ที่เมืองไทยพังมาเพราะมีทุจริต...”
พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๖
13) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญและทรงมีความสุขทุกคราที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเคยมีพระราชดำรัสครั้งหนึ่งความว่า “...ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น...”
14) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสในเรื่อง “รู้ รัก สามัคคี” มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคำสามคำ ที่มีค่าและมีความหมายลึกซึ้ง พร้อมทั้งสามารถปรับใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย
รู้ : การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหาและรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา
รัก : คือความรัก เมื่อเรารู้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว จะต้องมีความรักการพิจารณาที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหานั้นๆ
สามัคคี : การที่จะลงมือปฏิบัตินั้น ควรคำนึงเสมอว่า เราจะทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กรเป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
15) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเรื่องต้องพัฒนาทั้งคนและพื้นที่ โดยจะทรงพยายามให้ทั้งคนและพื้นที่ได้รับการพัฒนา พระองค์ตรัสว่า ถ้าพื้นที่ดี คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือคนเหล่านั้นที่เคยลำบาก ขณะเดียวกัน จะต้องพัฒนาคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นด้วย หากเป็นเช่นนี้ รุ่นลูกรุ่นหลานก็จะมีการศึกษาดีและมีอาชีพที่มั่นคง พระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาโดยให้คนยากจนออกไปจากพื้นที่ และนำคนที่พัฒนาแล้วเข้าไปอยู่ในพื้นที่แทน เพราะทรงเห็นว่า หากใช้วิธีนี้คนจนที่ลำบากจะไม่ได้รับการพัฒนา
16) ในการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องน้ำนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิดค้น “กังหันน้ำชัยพัฒนา” มีทั้งหมด ๗ โมเดล เป็นเครื่องช่วยเติมออกซิเจนในน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่า โดยทรงจดสิทธิบัตรเมื่อปี ๒๕๔๕ นับเป็นเครื่องเติมอากาศเครื่องที่ ๙ ในโลกที่จดสิทธิบัตร กังหันน้ำชัยพัฒนาได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายรางวัล และได้นำไปใช้ไกลที่สุดในสวนสาธารณะกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #22: 22 ก.พ. 13, 09:19 น

17) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเกษตรกรที่ต้องพบปัญหาไม่มีน้ำใช้ในการบริโภคและทำการเกษตรในฤดูแล้ง จึงทรงคิดค้น “ฝนเทียม” ขึ้นเมื่อกว่า ๕๐ ปีมาแล้ว เป็นที่รู้จักกันในนาม “ฝนหลวง” เป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ความรู้ทางฟิสิกส์และเคมี จะได้ผลในบริเวณที่ยังมีความชื้นอยู่บ้าง ใช้เครื่องบินพ่นสารเคมีที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ในความสูงและพิกัดที่เหมาะสม เพื่อรวมความชื้นให้ตกลงมาเป็นฝนแต่ละสภาพสิ่งแวดล้อม (สภาพทางอุตุนิยม เช่น ทิศทางลม ความเร็วลม สภาพพื้นที่) ใช้สารเคมีไม่เหมือนกันงานที่ได้ผลคือ การทำฝนเทียมลงในอ่างเก็บน้ำ ช่วยให้ได้น้ำเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
18) ปี ๒๕๓๑ มีการจัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการบรรเทาอุทกภัยหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสงขลา และพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบประหยัดเพื่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งรู้จักกันแพร่หลายในปัจจุบันคือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ปี ๒๕๓๒ โครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย (หนองสนม) จังหวัดสกลนคร และการทดลองทฤษฎีใหม่ที่จังหวัดสระบุรี เป็นต้น
19) นาข้าวทดลอง ในปี ๒๕๐๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมการข้าวจัดทำนาข้าวทดลองปลูกข้าวพันธุ์ต่างๆ ซึ่งทางราชการได้ขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ปลูกได้ส่วนหนึ่งไปใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดพันธุ์สำหรับไว้ใช้ในพระราชพิธีปีถัดไป
20) ในปี ๒๕๐๘ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ขณะนั้นดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารเจ้าชายอากิฮิโตะ ได้ทูลเกล้าฯถวายพันธุ์ปลาจากประเทศญี่ปุ่น (TilapiaNilotica) จำนวน ๕๐ ตัว พระองค์ฯ ทรงเลี้ยงไว้ในบ่อปลาภายในสวนจิตรลดา โดยทรงปล่อยปลาด้วยพระองค์ฯ เอง และได้พระราชทานชื่อปลาพันธุ์ใหม่ว่า “ปลานิล” พร้อมทั้งพระราชทานพันธุ์ปลานิลดังกล่าวแก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์ทั่วพระราชอาณาจักร
21) การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์หรือการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและมนุษย์ โครงการพระราชดำริในด้านการเกษตรหลายโครงการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ ทรงให้มีการปลูกป่าควบคู่กันไปด้วยเสมอ และป่าที่ปลูกนั้นจะมีทั้งป่าไม้ยืนต้น ป่าไม้ผล และป่าไม้ใช้สอย เพื่อให้ราษฎรมีผลไม้บริโภคและมีไม้ใช้สอยตามความจำเป็น และยังเป็นการปลูกป่าเพื่อช่วยยึดหน้าดินไม่ให้น้ำเซาะพังทลาย และเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นของดินและอากาศในบริเวณนั้นๆ เป็นต้น
22) การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
23) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำทุกอย่างให้ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าที่ใดมีปัญหาเกิดขึ้น พระองค์จะทรงตามไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกพื้นที่ในประเทศนี้ ไม่ทรงหยุดที่จะทำ และทรงทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ประชาชนของพระองค์อยู่อย่างมีความสุข โดยไม่เคยทรงคิดถึงความยากลำบาก ทุกนาทีของพระองค์ จะทรงคิดถึงประชาชนอยู่เสมอ ผมภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย และโชคดีที่มีพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่พึ่งเป็นพ่อของแผ่นดิน ผมพร้อมแล้วที่จะมุ่งมั่นดำเนินตามคำพ่อสอนเพื่อให้พระองค์ทรงหายเหนื่อย
24) “...ในการพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น
เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน
ด้วยวิธีการที่ประหยัด ระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา
เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว
จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป...
การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัว
ให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้น
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด
เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเอง
ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้า
ระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้โดยแน่นอน...”
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๗
25) การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #23: 22 ก.พ. 13, 09:21 น

26) การเน้นมิให้เกษตรกรพึ่งพาอยู่กับพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียว ด้วยพระองค์ทรงเห็นว่า การพึ่งพาพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียวจะเกิดความเสียหายง่าย เนื่องจากความแปรปรวนของตลาด และความไม่แน่นอนของธรรมชาติพระองค์จึงทรงมุ่งค้นคว้าทดลอง และวิจัยหาพันธุ์พืชใหม่ๆ ทั้งพืชเศรษฐกิจ พืชเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน และพืชสมุนไพร อาทิ พันธุ์ข้าวพระราชทานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญทุกปี ตลอดจนทรงศึกษาเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืช รวมทั้งพันธุ์สัตว์ต่างๆ ที่เหมาะสมเช่น โค กระบือ แพะ แกะ พันธุ์ปลา ฯลฯ เพื่อแนะนำให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติได้ด้วยราคาถูกโดยใช้เทคโนโลยีที่ง่ายและไม่สลับซับซ้อน ซึ่งเกษตรกรจะสามารถรับไปดำเนินการเองได้
27) วันที่ประเทศชาติมีความสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีความสุข แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนมีความทุกข์ พระเจ้าแผ่นดินของเราไม่เคยทรงอยู่นิ่งเฉย เราจะเห็นพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้สภากาชาดที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ ดูแลเครื่องอุปโภค บริโภค ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เราจะแบ่งกันชัดเจนเลย นอกจากนี้ ยังมีมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดคือ เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น The Greatest of the King และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นี้
เป็นน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มอบแก่ผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยทุกคน
28) เราโชคดีมากที่เกิดมาเป็นคนไทย เนื่องจากคนไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยและคอยดูแลสอดส่องทุกข์สุขของประชาชนเสมอมา ผมบอกได้เลยว่าไม่มีประชาชนประเทศไหนโชคดีเท่ากับประเทศไทย ไม่ว่าจะเกิดภัยธรรมชาติ สาธารณภัย หรืออะไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราไม่เคยทอดทิ้งประชาชนที่พระองค์ทรงรักเลยแม้แต่ครั้งเดียว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ไม่เคยเอาเปรียบประชาชน ทรงเป็นผู้ให้ ให้ความอนุเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาประชาชนทั้งชาวไทยและชาวโลก
29) “คิดดี ทำดี ได้ดี” คือสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมาตลอด การทำงานที่ดีต้องเริ่มต้นจากความคิดที่ดี เพราะเราคิดดีแล้ว เราก็ต้องทำให้ดี เมื่อคิดดี ทำดี จะได้ดีเมื่อไหร่ก็ต้องได้มูลนิธิฯ จึงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อนำพาความห่วงใยและความปรารถนาดีของพระองค์ไปสู่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยยึดมั่นในรับสั่งของพระองค์ว่า “เมื่อไรก็ตามที่ผู้คนรู้สึกท้อแท้ ก็ให้นึกถึงพระองค์” และนี่ก็คือหน้าที่ของพวกเรา
30) มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเหมือน “ไปรษณีย์” มีหน้าที่นำพาน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ และความห่วงใยประชาชนไปพระราชทานแก่ผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ เช่น น้ำท่วม พายุ ดินถล่ม ไฟไหม้ อากาศหนาวจัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิฯ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่นำสิ่งของพระราชทาน อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ประสบภัยแต่ละประเภท ออกไปร่วมปฏิบัติงานกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนที่จะฟื้นฟูการประกอบอาชีพให้กลับคืนเช่นเดิมหรือดีกว่าเดิม รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในระยะยาว โดยการพิจารณาสงเคราะห์แก่เด็กที่ประสบสาธารณภัยให้ได้รับทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ด้วย
31) ถุงยังชีพพระราชทาน... น้ำพระทัยและความเอื้ออาทรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้ว่ามูลค่าของใน “ถุงยังชีพพระราชทาน” ที่ผู้ประสบภัยได้รับไปจะเพียงแค่ประทังชีวิต แต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นได้รับคือ ความปรารถนาดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความเอื้ออาทรและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะที่ประสบภัยและได้รับความเดือดร้อน จะได้รับถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากความห่วงใยและน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงไม่ทอดทิ้งประชาชน เวลาคนหมดหนทาง พอเขาได้อะไรมาค้ำชู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าแผ่นดินก็จะมีแรงมาสู้ต่อไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นมากกว่าพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่ยึดเหนี่ยวของทุกคน ผมจะบอกกับราษฎรว่า มูลค่าสิ่งของนั้นน้อยนิด แต่น้ำพระทัยเปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตาที่พระราชทานให้กับพวกเรา

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #24: 22 ก.พ. 13, 09:30 น

32) งานฎีการ้องทุกข์ ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากเฝ้าคอยรับเสด็จฯ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาอยู่เสมอ จนถึงปัจจุบันยังคงมีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาผ่านสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น ๆ ตรวจสอบข้อมูล หากพบว่าราษฎรนั้นได้รับความเดือดร้อน ก็จะให้ความช่วยเหลือคลี่คลายปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดทำ “โครงการพระราชทานความช่วยเหลือ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพิ่มเติมจากขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ซึ่งหากพบว่าราษฎรรายใดยังมีความเดือดร้อนอยู่ จะส่งให้คณะกรรมการโครงการฯ พิจารณาให้ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนตามหลักเกณฑ์ อันเป็นการพระราชทานความช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในที่สุด นอกจากนี้ หากพบว่าราษฎรกลุ่มใดได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ แม้ว่าจะมิได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา โครงการฯ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ในเรื่องต่างๆ ทรงหาทางให้ราษฎรที่ได้รับการช่วยเหลือเหล่านี้รู้จักช่วยเหลือตนเอง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไปด้วย การที่มีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา แสดงถึงความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตระหนักในน้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ที่พระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรของพระองค์ ประดุจบิดาที่ดูแลบุตรด้วยความรักและเมตตาอย่างสม่ำเสมอตลอดมา โดยไม่เคยทรงเลือกว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นใคร ทั้งยังแสดงถึงความไม่มีช่องว่างระหว่าง “พระเจ้าแผ่นดิน” กับ “ราษฎร” ซึ่งไม่มีแผ่นดินใดในโลกนี้เสมอเหมือน
33) มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิสายใจไทย เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๘ เพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บหรือพิการจากการปฏิบัติราชการสนามทั่วประเทศ เยี่ยมเยียนให้กำลังใจในระหว่างการรักษา ช่วยติดตามทวงถามสิทธิราชการให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิล่าช้า สอบถามทุกข์สุข ให้ความช่วยเหลือด้านอาชีพหรือการศึกษาแก่ทหารพิการและครอบครัว มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และสำหรับผู้บาดเจ็บทุพพลภาพให้รับเป็นรายเดือนตลอดชีพ
34) งานคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือราษฎรเจ็บป่วยที่ยากจน ซึ่งทรงพบในระหว่างเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่หน่วยแพทย์พระราชทาน หน่วยแพทย์ที่ตามเสด็จฯ แพทย์หลวงหรือผู้แทนพระองค์พบ หรือผู้ที่มีหนังสือมาขอพระราชทานการรักษาทั่วไปให้ความช่วยเหลือจัดส่งคนไข้เข้าโรงพยาบาล และติดตามผลระยะยาวไปจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา
35) โรงงานแขนขาเทียมพระราชทาน โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งขึ้น เพื่อให้บริการอวัยวะแขนขาเทียมสำหรับทหารพิการ ทั้งนี้ ในระหว่างฝึกหัดการใช้อวัยวะแขนขาเทียม และฟื้นฟูสมรรถภาพ จะได้พิจารณาความถนัดและความต้องการของผู้ป่วย เพื่อฝึกอาชีพต่อไป โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพให้แก่ทหารผ่านศึกพิการภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #25: 22 ก.พ. 13, 09:32 น

36) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมองประชาชนทุกคนเสมือนลูกหลาน พระองค์ทรงให้ความรัก ความห่วงใย ทรงให้ความสำคัญกับลูกทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง หรือบนดอย ไม่ว่าจะยากดีมีจนไม่ว่าจะฉลาดมากหรือน้อย ไม่ว่าจะมีโอกาสมากโอกาสน้อย ทำให้พระองค์มีพระราชดำริว่าจะทำอย่างไรให้ลูกแต่ละคนสามารถที่จะพัฒนาตนเองได้สูงสุด พึ่งตนเองได้ ผู้ที่มีพื้นฐานที่ดีมากอยู่แล้วก็ขอให้ต่อยอดขึ้นไปอีก เพื่อกลับมาช่วยคนอื่นช่วยสังคม เช่น ลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน ๔ โรงงาน ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และสำนึกอยู่เสมอว่าที่ได้รับโอกาสชีวิตอย่างนี้ เพราะว่าโรงเรียนพระดาบสมอบให้ จึงได้ตั้งแหล่งเรียนรู้คล้ายๆ โรงเรียนพระดาบสขึ้นในพื้นที่ด้วยพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงทราบว่าจะช่วยประชาชนแต่ละกลุ่มและแต่ละพื้นที่อย่างไร ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้ลูกทุกคนสามารถช่วยตนเอง ครอบครัว และช่วยสังคมได้ นับเป็นบุญของคนไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแนวพระราชดำริโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อให้ลูกแต่ละคนได้รับการพัฒนาสูงสุด และพระองค์ทรงหวังว่า ลูกบางคนเมื่อช่วยตนเองได้แล้วจะสามารถช่วยผู้อื่นต่อไป ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประชาชนของพระองค์มีความรู้ รัก สามัคคี
37) แนวพระราชดำริด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า การให้หรือการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากลำบาก จะช่วยทำให้โลกนี้มีความสงบร่มเย็น และช่วยให้
ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ด้วยความสุข โดยทรงมีหลักการในการพระราชทานความช่วยเหลือว่า “ให้ เพื่อให้ช่วยตนเองได้” ดังนั้น พระองค์จึงทรงมุ่งมั่นส่งเสริมฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ “พออยู่ พอกิน” และสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีความมั่นคงในการดำรงชีวิต อันจะส่งผลให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความมั่นคงในที่สุด นอกจากนี้ หากราษฎรประสบความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ พระองค์จะพระราชทานความช่วยเหลือในทันทีทันใด จนอาจกล่าวได้ว่า เมื่อเกิดความทุกข์แก่ราษฎรขึ้น ณ ที่ใด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงประทับอยู่ ณ ที่นั้น หรือหากเสด็จฯ ไปช่วยเหลือด้วยพระองค์เองไม่ได้ จะทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารที่ทรงไว้วางพระทัยเดินทางไปให้ความช่วยเหลืออย่างทันการณ์ โดยมีรับสั่งว่า “ไปให้ไว ไปให้ถึง ไปให้เร็ว”
38) ภาพวาดฝีพระหัตถ์ จิตรกรรมเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัย มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ โดยทรงเริ่มศึกษาวิธีวาด และฝึกเขียนภาพด้วยพระองค์เอง หากแต่งานจิตรกรรมของพระองค์ได้เริ่มต้นอย่างจริงจัง เมื่อประมาณ พ.ศ.2502 ภายหลังที่เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ ทรงใช้เวลาว่างจากพระราชภารกิจมาทรงเขียนภาพ ซึ่งโดยมากจะเป็นพระสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทุกพระองค์และเมื่อคราวสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี กรมศิลปากรได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติ ให้จัดนิทรรศการจิตกรรมฝีพระหัตถ์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าชมผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในพระองค์ หากแต่พระราชภารกิจเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาด้านต่างๆ ทำให้ต้องทรงอุทิศเวลาส่วนใหญ่ เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของราษฎร จึงไม่ทรงมีเวลาสร้างสรรค์ผลงานด้านจิตรกรรม แต่ถึงกระนั้นก็ทรงมีภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ที่เผยแพร่ไปแล้วถึง 47 ภาพ และที่ยังไม่เคยเผยแพร่อีกกว่า 60 ภาพ นับได้ว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีความสามารถ และเชี่ยวชาญในด้านจิตรกรรมอย่างแท้จริง
38) ความตอนหนึ่งใน สคส.ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระองค์ทรงได้พระราชทานพระราชดำรัสพระราชทานพรปีใหม่ปี ๒๕๕๕ ความตอนหนึ่ง พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ในตอนปลายปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงจะขอนำเรื่องเกี่ยวกับโครงการแก้มลิงที่พระองค์ทรงได้ทรงได้คิดค้นและจัดทำขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี ๒๕๓๘ เพื่อนำมาเป็นหลักในการป้องกันน้ำท่วม  ทรงเปรียบเทียบการ กินอาหารของลิงหลังจากที่ลิง เคี้ยวกล้วยแล้วจะยังไม่กลืน แต่จะเก็บไว้ภายในแก้มทั้งสองข้างแล้วค่อย ๆ ดุนกล้วยมากินในภายหลัง  เช่นเดียวกับกรณีการผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งน้ำที่ขึ้นมาตามซอยต่าง ๆ เมื่อน้ำทะเลหนุนให้ไปเก็บไว้ที่บึงใหญ่ที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ชายทะเล และมีประตูน้ำขนาดใหญ่สำหรับปิดกั้นน้ำบริเวณแก้มลิงสำหรับฝั่งตะวันตกจะอยู่ที่คลองชายทะเลด้านฝั่งตะวันออกบริเวณแก้มลิงจะอยู่ที่คลองสรรพสามิต เมื่อเวลาน้ำทะเลลดลงให้เปิดประตูระบายน้ำออกไป บึงจะสามารถรับน้ำชุดใหม่ต่อไป
แนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ คือ
          ประการแรก    สร้างคันกั้นน้ำโดยปรับปรุงแนวถนนเดิม
          ประการที่ ๒   จัดให้มีพื้นที่สีเขียว (Green Belt) ตามพระราชดำริเพื่อกันการขยายตัวของเมืองและเพื่อแปรสภาพให้เป็นทางระบายน้ำ เมื่อมีน้ำหลาก
          ประการที่ ๓    ดำเนินการขุดลอกคลอง ขยายคลองที่มีอยู่เดิมและขุดใหม่นอกแนวคันกั้นน้ำ
          ประการที่ ๔    สร้างสถานที่เก็บน้ำตามจุดต่าง ๆ
          ประการที่ ๕    ขยายช่องทางรับน้ำที่ผ่านทางรถไฟและทางหลวง กรมทางหลวง  การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลตามแนวพระราชดำริ  "แก้มลิง" มีลักษณะและวิธีการดังนี้
   ๑. ดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่ตอนบน ให้ไหลลงคลองพักน้ำขนาดใหญ่ที่บริเวณชายทะเล
   ๒. เมื่อระดับน้ำทะเลลดต่ำกว่าระดับน้ำในคลอง ก็ทำการระบายน้ำจากคลองดังกล่าว โดยใช้หลักทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity Flow) ตามธรรมชาติ
   ๓. สูบน้ำออกจากคลองที่ทำหน้าที่ "แก้มลิง" นี้ เพื่อทำให้น้ำตอนบนค่อยๆไหลมาเองตลอดเวลา ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่วมพื้นที่ลดน้อยลง
   ๔. เมื่อระดับน้ำทะเลสูงกว่าระดับน้ำในลำคลอง ให้ทำการปิดประตูระบายน้ำ โดยยึดหลักน้ำไหลลงทางเดียว (One Way Flow)
   หลักการ ๓ ประการ ที่จะทำให้โครงการแก้งลิงมีประสิทธิภาพบรรลุผลสำเร็จตามแนวพระราชดำริ คือ การพิจารณา
   ๑. สถานที่ที่จะทำหน้าที่เป็นบ่อพักและวิธีการชักนำน้ำท่วมไหลเข้าสู่บ่อพักน้ำ
   ๒. เส้นทางน้ำไหลที่สะดวกต่อการระบายน้ำเข้าสู่แหล่งที่ทำหน้าที่บ่อพักน้ำ
   ๓. การระบายน้ำออกจากบ่อพักน้ำต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
โครงการแก้มลิงนับเป็นนิมิตหมายที่จะนำพาชาวไทยให้รอดพ้นจากทุกข์ภัย ที่นำความเดือนร้อนแสนลำเค็ญมาสู่ชีวิตที่อบอุ่นปลอดภัยซึ่งแนวพระราชดำริอันเป็นทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านน้ำท่วมนี้ มีพระราชดำริเพิ่มเติมว่า
"...ได้ดำเนินการในแนวทาง ที่ถูกต้องแล้ว ขอให้รีบเร่งหาวิธีปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพต่อไปเพราะโครงการแก้มลิงในอนาคตจะสามารถช่วยพื้นที่ได้หลายพื้นที่..."

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #26: 22 ก.พ. 13, 09:35 น

39) พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันวิสาขบูชา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดเป็นพระราชพิธีสองวันติดต่อกันคือ เป็นงานวันตั้งเปรียญวันหนึ่ง และเป็นส่งของงานพระราชพิธีวิสาขบูชาอีกวันหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มเสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธีวิสาขบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามด้วยพระองค์เองเป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓
40) ในบางปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรมนอกพระนคร ก็จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันวิสาขบูชา ณ วัดใกล้ที่ประทับแรม ส่วนในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์ทรงปฏิบัติราชภารกิจแทนพระองค์ ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๐๕ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปบำเพ็ญพระราชกุศลตามสถานที่ต่างๆ เช่น พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม วัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดโสธรวรมหาวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น นับแต่พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่สำคัญๆ ทางศาสนา เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันวิสาขบูชาเป็นส่วนพระองค์เรื่อยมา โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จแทนพระองค์ เพื่อประกอบพระราชพิธีวิสาขบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
41) " เราจะครอง แผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม "
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์ในปีพุทธศักราช 2489 ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการไว้ว่าดังนี้ และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาเป็นเวลากว่า 60 ปีแล้ว ท่านทรงตั้งมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรมอย่างมิเคยเสื่อมคลาย  ตลอดระยะเวลากว่า60ปีที่ผ่านมา ภาพที่คนไทยทุกคนเห็นอยู่ประจำคือ ท่านทรงงานหนักเพื่อประเทศไทย เพื่อประชาชนชาวไทยมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะลำบากเท่าใด จะเป็นสถานที่ที่ทุรกันดารเพียงใด มีความอันตรายแค่ไหน แต่หากเป็นสถานที่ที่ซึ่งมีประชาชนที่ประสบความทุกข์ ความลำบาก ท่านก็ไม่รีรอที่จะเสด็จไปหาประชาชนของท่าน ท่านยอมเหนื่อย ยอมลำบาก เพียงเพราะต้องการให้ประชาชนของท่านได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องลำบาก
42) เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร ต่อจากนั้นทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนเมียร์มองต์ (MERRIMENT) เมืองโลซานน์ (LASAGNA) ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้าศึกษาต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLY ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติและทรงได้รับประกาศนียบัตร บาเชอลิเย เอ แลทร์ จากการศึกษา ดังกล่าว ทรงรอบรู้หลายภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และ ละติน ในระดับอุดมศึกษาทรงเข้าศึกษาใน แผนกวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมือง โลชานน์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราชพระบรมราชชนนี และสมเด็จพระนางเจ้าพี่นางเธอ

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #27: 22 ก.พ. 13, 09:38 น

43) ในปีพ.ศ. 2491 ระหว่างทรงศึกษาอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงขับรถยนต์ไปทรงร่วมงานที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้ทรงพบและมีพระราชหฤทัยสนิทเสน่หาในหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของหม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ในปีเดียวกันนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรงทรงบาทเจ็บที่พระพักตร์พระเนตรขวา และพระเศียรทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมอร์เซส์ โปรดฯ ให้หม่อมเจ้าราชวงศ์สิริกิติ์มาเฝ้าฯ ถวายการดูแลอย่างใกล้ชิดพระสัมพันธภาพจึงแน่นแฟ้นขึ้น และต่อมาได้ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2492 โดยได้พระราชทานพระธำมรงค์วงที่สมเด็จพระบรมราชนกหมั้นสมเด็จพระราชชนนี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงได้รับการอภิบาลอย่างดียิ่งจากสมเด็จพระราชชนนี    จึงมีพระปรีชาสามารถปราดเปรื่องและมีพระจริยวัตรเปี่ยมด้วยคุณธรรมทุกประการซึ่งน้อมนำให้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงดำรงสิริราชสมบัติเพียบพร้อมด้วยทศพิศราชธรรม จักรวรรดิวัตรธรรมและ ราชสังคหวัตถุทรงเจริญด้วยพระเกียรติคุณบุญญาธิการเจิดจำรัส ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน เป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญ ทุกทิศานุทิศในเวลาต่อมาตราบจนปัจจุบัน
44) วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ลูกเสือชาวบ้านและกลุ่มพลังต่างๆ ได้ รวมตัวกันชุมนุมต่อต้านนักศึกษา และพยายามบุกเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เกิดการยิงต่อสู้กัน ตำรวจได้บุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าเคลียร์พื้นที่ โดยมีกลุ่มกระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้านและกลุ่มนวพลเข้าร่วมด้วย บ้างก็เข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บ้างก็รออยู่ข้างนอกเพื่อคอยทำร้ายผู้ที่หนีตำรวจออกมา เหตุการณ์เต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสนมีนักศึกษาบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินนำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ จึงทำการยึดอำนาจการปกครองเพื่อจะได้เข้าไปแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวได้รวดเร็วขึ้น เพื่อความมั่นคงของชาติบ้านเมือง และได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อกราบบังคมทูลรายงานสถานการณ์ของประเทศในขณะนั้นให้ทรงทราบสถานการณ์ ต่างๆ ก็เริ่มคลี่คลายลงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อให้แก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เหตุการณ์ความสับสนวุ่นวายต่าง ๆ จึงกลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็วยุติการเสียเลือดเสียเนื้อ ทั้งนี้ ก็ด้วยเดชะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงเป็นที่เคารพสักการะ และเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธาและความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยอย่างมั่นคง ไม่มีวันเสื่อมคลาย พระมหากรุณาธิคุณได้ปกแผ่คุ้มเศียรเกล้าปวงชนชาวไทย ทรงขจัดปัดเป่าภัยจากวิกฤตการณ์ นำประเทศคืนสู่ความผาสุกสงบร่มเย็นอีกครั้งหนึ่ง
45) บรรพบุรุษของไทยปกบ้านป้องเมืองมาได้ด้วยความยึดมั่นในสถาบันการปกครองซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์ ประมุขจึงทำให้เราได้มีประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้ และเราจักทำให้อนาคตจะต้องมีประเทศไทยต่อไป พระองค์ทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนงเพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น
46) ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ว เป็นร่มโพธิ์ให้ประเทศชาติ และ ของกระหม่อม ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ขอองค์พระสยามเทวาธิราชปกปักษ์รักษาพระองค์ท่าน ให้แคล้วคลาดจาก ภัยอันตรายใด ๆ ทั้งปวง เป็นมิ่งขวัญล้นเกล้าล้นกระหม่อมตราบนานเท่านาน ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของ คนทั้งชาติ

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #28: 22 ก.พ. 13, 09:41 น

47) ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
48) เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
49) สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
50) ในหลวงพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีมีความซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง...ทรงพระเจริญ     
51) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย ...ทรงพระเจริญ
52) เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ
53) หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
54) พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
55) พ่อหลวงทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ มีความร่มเย็นเป็นสุข
56) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนง เพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง
57) หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน
58) ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ช่วยรัฐ-ราษฎร์สามัคคี สมัครสมานเป็นชาติพลี สร้างความดีเพื่อแผ่นดิน
59) ในหลวงคือพ่อของแผ่นดิน
60) พ่อหลวงทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม
61) พ่อหลวงทรงเป็นที่รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย
 62) พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นที่ประจักษ์ดีกับสายตาของชาวไทยและคนทั่วโลก พระองค์ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ชาวประชาแซ่ซ้องสรรเสริญ
63) เศรษฐกิจพอเพียง " เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มีความผาสุข มั่นคงยั่งยืนสืบไป
64) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ
65) เศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์
66) ในหลวงทรงเป็นผู้คิดค้นในการทำฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย
67) ในหลวงทรงนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ในการรักษาหน้าดิน
68) พระบารมีพ่อแผ่ไกลทุกแห่งหน
69) สามัคคีปรองดองกัน นี่ความหมายของความสามัคคี ใครๆก็บอก ให้สามัคคีปรองดองกันช่วยเหลือเพื่อประเทศชาติ..ทรงพระเจริญ

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #29: 22 ก.พ. 13, 09:44 น

70) เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
71) ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
72) ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
73) เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
74) เรารักเมืองไทย..รักสถาบันพระมหากษัตริย์
75) การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้
76) "พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างในการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ให้กับชาวไทย และทรงนำพา แนวทางพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคน"
77) ขอทรงพระเจริญด้วยพระจตุรพิธพรชัยและพระราชสิริสวัสดิ์ทุกประการ
78) ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
79) พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
80) ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง
81) ทรงสร้างค่านิยมทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ
82) ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
83) ทรงสระหยาดพระเสโทเพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง
84) รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
85) ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ของพ่อหลวง
86) ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ
87) พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์
88) ในหลวงพระองค์ทรงหลั่งหยาดเหงื่อเพื่อคนไทย ให้มีความผาสุก
89) ถ้าเราไม่เคารพรักในสถาบันชาติแล้ว ความปั่นป่วนระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา
90) ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าชาติใดขาดสามัคคีธรรมจะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
91) เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
92) หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
93) การกระทำความดี ถึงแม้จะเห็นผลช้าแต่ก็ทำให้มีความสุขสมบูรณ์ได้อย่างยั่งยืน
94) จะเป็นคนดีของชาติต้องรักเคารพยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ
95) ปัญหาของชาติ เราคนไทยทุกคนต้องร่วมใจกันแก้ มิใช่มาซ้ำเติมหรือทำลาย
96) เราก็จะรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งและหวงแหนของเราไว้
97) เราจงน้อมนำราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ
98) ข้าพเจ้าจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ยิ่งชีพ
99) ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ พระพลานามัยแข็งแรง
100) ขอบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
101) ขอให้ในหลวงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์และแข็งแรงและขอให้พระองค์มีพระชนมายุยืนนาน

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #30: 22 ก.พ. 13, 09:47 น

102) การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทย และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยทรงเน้น “การพัฒนาคน” เป็นตัวตั้ง และยึดหลักผลประโยชน์ของปวงชน และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของประชาชน ตลอดจนภูมิสังคมที่คำนึงถึงความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และการพึ่งตนเอง โดยรู้จักประมาณตนและดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และ “ทำตามลำดับขั้น” อย่างบูรณาการ ซึ่งอาศัยความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการ “รู้ รัก สามัคคี” ของทุกฝ่าย ส่งผลให้ประชาชนและชุมชนในชนบทที่ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม ดำเนินการได้อย่างประหยัด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อันนำไปสู่ชุมชนและสังคมที่เข้มแข็ง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
103) การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานโครงการใด โครงการหนึ่ง จะทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบทั้งจากข้อมูลเบื้องต้นจากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน
104) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวมก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็กๆ คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้ามดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก เป็นอย่างนั้นต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน... มันไม่ได้เป็นการแก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่คิดได้... แบบนี้ เขาจะทำแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่เห็นด้วย...อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงนั้น ผุตรงนี้ ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม...
เอาตกลงรื้อบ้านนี้ ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่...วิธีทำต้องค่อยๆ ทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้...”
105) การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรา” ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทย
106) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหารเพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนหรือความต้องการของสาธารณชน ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริงคือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลายมาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง...”
107) การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และการพระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาและช่วยเหลือพสกนิกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ใครต่อใครบอกว่าขอให้เสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม อันนี้ฟังจนเบื่ออาจจะรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครต่อใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เพื่อส่วนรวมนั้นมิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียว เป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่จะมีส่วนรวมที่จะอาศัยได้...”
108) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาธรรมชาติ หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ อาทิ การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม ได้พระราชทานพระราชดำริ การปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติ หรือแม้กระทั่ง การปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ได้แก่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล และไม้ฟืน นอกจากได้ประโยชน์ตามชื่อของไม้แล้วยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดินด้วย เห็นได้ว่าทรงเข้าใจธรรมชาติ และมนุษย์อย่างเกื้อกูลกัน ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #31: 22 ก.พ. 13, 09:50 น

109) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ แนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ปัญหาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การนำน้ำดี ขับไล่น้ำเสีย หรือเจือจางน้ำเสียให้กลับเป็นน้ำดี ตามจังหวะการขึ้นลงตามธรรมชาติของน้ำ การบำบัดน้ำเน่าเสียโดยใช้ผักตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติให้ดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ ดังพระราชดำรัสความว่า “ใช้อธรรมปราบอธรรม”
110) การพัฒนาตามแนวพระราชดำรัสเพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้มีความแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไปก็คือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อมและสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า
“...การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะผู้มีอาชีพ และฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญในระดับสูงขั้นต่อไป...”
111) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพราะเห็นว่าหากคนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันช่วยชาติ พัฒนาชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันแล้ว ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ดังพระราชดำรัสดังนี้ “...คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณ
เป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒
112) “...ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริตไม่มีความบริสุทธิ์ใจ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓
113) “...ผู้ว่า CEO ต้องเป็นคนที่สุจริต ทุจริตไม่ได้ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป...”
“...ข้าราชการหรือประชาชนมีการทุจริต ถ้ามีทุจริตแล้ว บ้านเมืองพัง ที่เมืองไทยพังมาเพราะมีทุจริต...”
พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๖
114) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญและทรงมีความสุขทุกคราที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเคยมีพระราชดำรัสครั้งหนึ่งความว่า “...ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น...”
115) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสในเรื่อง “รู้ รัก สามัคคี” มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคำสามคำ ที่มีค่าและมีความหมายลึกซึ้ง พร้อมทั้งสามารถปรับใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย
รู้ : การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหาและรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา
รัก : คือความรัก เมื่อเรารู้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว จะต้องมีความรักการพิจารณาที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหานั้นๆ
สามัคคี : การที่จะลงมือปฏิบัตินั้น ควรคำนึงเสมอว่า เราจะทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กรเป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
116) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเรื่องต้องพัฒนาทั้งคนและพื้นที่ โดยจะทรงพยายามให้ทั้งคนและพื้นที่ได้รับการพัฒนา พระองค์ตรัสว่า ถ้าพื้นที่ดี คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือคนเหล่านั้นที่เคยลำบาก ขณะเดียวกัน จะต้องพัฒนาคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นด้วย หากเป็นเช่นนี้ รุ่นลูกรุ่นหลานก็จะมีการศึกษาดีและมีอาชีพที่มั่นคง พระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาโดยให้คนยากจนออกไปจากพื้นที่ และนำคนที่พัฒนาแล้วเข้าไปอยู่ในพื้นที่แทน เพราะทรงเห็นว่า หากใช้วิธีนี้คนจนที่ลำบากจะไม่ได้รับการพัฒนา

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #32: 22 ก.พ. 13, 09:53 น

117) ในการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องน้ำนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิดค้น “กังหันน้ำชัยพัฒนา” มีทั้งหมด ๗ โมเดล เป็นเครื่องช่วยเติมออกซิเจนในน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่า โดยทรงจดสิทธิบัตรเมื่อปี ๒๕๔๕ นับเป็นเครื่องเติมอากาศเครื่องที่ ๙ ในโลกที่จดสิทธิบัตร กังหันน้ำชัยพัฒนาได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายรางวัล และได้นำไปใช้ไกลที่สุดในสวนสาธารณะกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม
118) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเกษตรกรที่ต้องพบปัญหาไม่มีน้ำใช้ในการบริโภคและทำการเกษตรในฤดูแล้ง จึงทรงคิดค้น “ฝนเทียม” ขึ้นเมื่อกว่า ๕๐ ปีมาแล้ว เป็นที่รู้จักกันในนาม “ฝนหลวง” เป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ความรู้ทางฟิสิกส์และเคมี จะได้ผลในบริเวณที่ยังมีความชื้นอยู่บ้าง ใช้เครื่องบิน
พ่นสารเคมีที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ในความสูงและพิกัดที่เหมาะสม เพื่อรวมความชื้นให้ตกลงมาเป็นฝนแต่ละสภาพสิ่งแวดล้อม (สภาพทางอุตุนิยม เช่น ทิศทางลม ความเร็วลม สภาพพื้นที่) ใช้สารเคมีไม่เหมือนกันงานที่ได้ผลคือ การทำฝนเทียมลงในอ่างเก็บน้ำ ช่วยให้ได้น้ำเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรรมอย่างมี
ประสิทธิภาพ
119) ปี ๒๕๓๑ มีการจัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการบรรเทาอุทกภัยหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสงขลา และพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบประหยัดเพื่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งรู้จักกันแพร่หลายในปัจจุบันคือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ปี ๒๕๓๒ โครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย (หนองสนม) จังหวัดสกลนคร และการทดลองทฤษฎีใหม่ที่จังหวัดสระบุรี เป็นต้น
120) นาข้าวทดลอง ในปี ๒๕๐๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมการข้าวจัดทำนาข้าวทดลองปลูกข้าวพันธุ์ต่างๆ ซึ่งทางราชการได้ขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ปลูกได้ส่วนหนึ่งไปใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดพันธุ์สำหรับไว้ใช้ในพระราชพิธีปีถัดไป
121) ในปี ๒๕๐๘ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ขณะนั้นดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารเจ้าชายอากิฮิโตะ ได้ทูลเกล้าฯถวายพันธุ์ปลาจากประเทศญี่ปุ่น (TilapiaNilotica) จำนวน ๕๐ ตัว พระองค์ฯ ทรงเลี้ยงไว้ในบ่อปลาภายในสวนจิตรลดา โดยทรงปล่อยปลาด้วยพระองค์ฯ เอง และได้พระราชทานชื่อปลาพันธุ์ใหม่ว่า “ปลานิล” พร้อมทั้งพระราชทานพันธุ์ปลานิลดังกล่าวแก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์ทั่วพระราชอาณาจักร
122) การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์หรือการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และมนุษย์ โครงการพระราชดำริในด้านการเกษตรหลายโครงการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ ทรงให้มีการปลูกป่าควบคู่กันไปด้วยเสมอ และป่าที่ปลูกนั้นจะมีทั้งป่าไม้ยืนต้น ป่าไม้ผล และป่าไม้ใช้สอย เพื่อให้ราษฎรมีผลไม้บริโภคและมีไม้ใช้สอยตามความจำเป็น และยังเป็นการปลูกป่าเพื่อช่วยยึดหน้าดินไม่ให้น้ำเซาะพังทลาย และเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นของดินและอากาศในบริเวณนั้นๆ เป็นต้น
123) การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
124) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำทุกอย่างให้ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าที่ใดมีปัญหาเกิดขึ้น พระองค์จะทรงตามไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกพื้นที่ในประเทศนี้ ไม่ทรงหยุดที่จะทำ และทรงทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ประชาชนของพระองค์อยู่อย่างมีความสุข โดยไม่เคยทรงคิดถึงความยากลำบาก ทุกนาทีของพระองค์ จะทรงคิดถึงประชาชนอยู่เสมอ ผมภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย และโชคดีที่มีพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่พึ่งเป็นพ่อของแผ่นดิน ผมพร้อมแล้วที่จะมุ่งมั่นดำเนินตามคำพ่อสอนเพื่อให้พระองค์ทรงหายเหนื่อย

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #33: 22 ก.พ. 13, 10:04 น

125) “...ในการพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น
เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน
ด้วยวิธีการที่ประหยัด ระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา
เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว
จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป...
การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัว
ให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้น
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด
เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเอง
ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้า
ระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้โดยแน่นอน...”
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๗
126) การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
127) การเน้นมิให้เกษตรกรพึ่งพาอยู่กับพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียว ด้วยพระองค์ทรงเห็นว่า การพึ่งพาพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียวจะเกิดความเสียหายง่าย เนื่องจากความแปรปรวนของตลาด และความไม่แน่นอนของธรรมชาติพระองค์จึงทรงมุ่งค้นคว้าทดลอง และวิจัยหาพันธุ์พืชใหม่ๆ ทั้งพืชเศรษฐกิจ พืชเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน และพืชสมุนไพร อาทิ พันธุ์ข้าวพระราชทานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญทุกปี ตลอดจนทรงศึกษาเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืช รวมทั้งพันธุ์สัตว์ต่างๆ ที่เหมาะสมเช่น โค กระบือ แพะ แกะ พันธุ์ปลา ฯลฯ เพื่อแนะนำให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติได้ด้วยราคาถูกโดยใช้เทคโนโลยีที่ง่ายและไม่สลับซับซ้อน ซึ่งเกษตรกรจะสามารถรับไปดำเนินการเองได้
128) วันที่ประเทศชาติมีความสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีความสุข แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนมีความทุกข์ พระเจ้าแผ่นดินของเราไม่เคยทรงอยู่นิ่งเฉย เราจะเห็นพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้สภากาชาดที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ ดูแลเครื่องอุปโภค บริโภค ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เราจะแบ่งกันชัดเจนเลย นอกจากนี้ ยังมีมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดคือ เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น The Greatest of the King และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นี้
เป็นน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มอบแก่ผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยทุกคน
129) เราโชคดีมากที่เกิดมาเป็นคนไทย เนื่องจากคนไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยและคอยดูแลสอดส่องทุกข์สุขของประชาชนเสมอมา ผมบอกได้เลยว่าไม่มีประชาชนประเทศไหนโชคดีเท่ากับประเทศไทย ไม่ว่าจะเกิดภัยธรรมชาติ สาธารณภัย หรืออะไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราไม่เคยทอดทิ้งประชาชนที่พระองค์ทรงรักเลยแม้แต่ครั้งเดียว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ไม่เคยเอาเปรียบประชาชน ทรงเป็นผู้ให้ ให้ความอนุเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาประชาชนทั้งชาวไทยและชาวโลก
130) “คิดดี ทำดี ได้ดี” คือสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมาตลอด การทำงานที่ดีต้องเริ่มต้นจากความคิดที่ดี เพราะเราคิดดีแล้ว เราก็ต้องทำให้ดี เมื่อคิดดี ทำดี จะได้ดีเมื่อไหร่ก็ต้องได้มูลนิธิฯ จึงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อนำพาความห่วงใยและความปรารถนาดีของพระองค์ไปสู่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยยึดมั่นในรับสั่งของพระองค์ว่า “เมื่อไรก็ตามที่ผู้คนรู้สึกท้อแท้ ก็ให้นึกถึงพระองค์” และนี่ก็คือหน้าที่ของพวกเรา

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #34: 22 ก.พ. 13, 10:07 น

131) มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเหมือน “ไปรษณีย์” มีหน้าที่นำพาน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ และความห่วงใยประชาชนไปพระราชทานแก่ผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ เช่น น้ำท่วม พายุ ดินถล่ม ไฟไหม้ อากาศหนาวจัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิฯ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่นำสิ่งของพระราชทาน อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ประสบภัยแต่ละประเภท ออกไปร่วมปฏิบัติงานกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนที่จะฟื้นฟูการประกอบอาชีพให้กลับคืนเช่นเดิมหรือดีกว่าเดิม รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในระยะยาว โดยการพิจารณาสงเคราะห์แก่เด็กที่ประสบสาธารณภัยให้ได้รับทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ด้วย
132) ถุงยังชีพพระราชทาน... น้ำพระทัยและความเอื้ออาทรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้ว่ามูลค่าของใน “ถุงยังชีพพระราชทาน” ที่ผู้ประสบภัยได้รับไปจะเพียงแค่ประทังชีวิต แต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นได้รับคือ ความปรารถนาดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความเอื้ออาทรและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะที่ประสบภัยและได้รับความเดือดร้อน จะได้รับถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากความห่วงใยและน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงไม่ทอดทิ้งประชาชน เวลาคนหมดหนทาง พอเขาได้อะไรมาค้ำชู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าแผ่นดินก็จะมีแรงมาสู้ต่อไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นมากกว่าพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่ยึดเหนี่ยวของทุกคน ผมจะบอกกับราษฎรว่า มูลค่าสิ่งของนั้นน้อยนิด แต่น้ำพระทัยเปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตาที่พระราชทานให้กับพวกเรา
133) งานฎีการ้องทุกข์ ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากเฝ้าคอยรับเสด็จฯ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาอยู่เสมอ จนถึงปัจจุบันยังคงมีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาผ่านสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น ๆ ตรวจสอบข้อมูล หากพบว่าราษฎรนั้นได้รับความเดือดร้อน ก็จะให้ความช่วยเหลือคลี่คลายปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดทำ “โครงการพระราชทานความช่วยเหลือ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพิ่มเติมจากขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ซึ่งหากพบว่าราษฎรรายใดยังมีความเดือดร้อนอยู่ จะส่งให้คณะกรรมการโครงการฯ พิจารณาให้ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนตามหลักเกณฑ์ อันเป็นการพระราชทานความช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในที่สุด นอกจากนี้ หากพบว่าราษฎรกลุ่มใดได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ แม้ว่าจะมิได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา โครงการฯ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ในเรื่องต่างๆ ทรงหาทางให้ราษฎรที่ได้รับการช่วยเหลือเหล่านี้รู้จักช่วยเหลือตนเอง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไปด้วย การที่มีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา แสดงถึงความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตระหนักในน้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ที่พระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรของพระองค์ ประดุจบิดาที่ดูแลบุตรด้วยความรักและเมตตาอย่างสม่ำเสมอตลอดมา โดยไม่เคยทรงเลือกว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นใคร ทั้งยังแสดงถึงความไม่มีช่องว่างระหว่าง “พระเจ้าแผ่นดิน” กับ “ราษฎร” ซึ่งไม่มีแผ่นดินใดในโลกนี้เสมอเหมือน
134) มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิสายใจไทย เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๘ เพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บหรือพิการจากการปฏิบัติราชการสนามทั่วประเทศ เยี่ยมเยียนให้กำลังใจในระหว่างการรักษา ช่วยติดตามทวงถามสิทธิราชการให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิล่าช้า สอบถามทุกข์สุข ให้ความช่วยเหลือด้านอาชีพหรือการศึกษาแก่ทหารพิการและครอบครัว มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และสำหรับผู้บาดเจ็บทุพพลภาพให้รับเป็นรายเดือนตลอดชีพ
135) งานคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือราษฎรเจ็บป่วยที่ยากจน ซึ่งทรงพบในระหว่างเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่หน่วยแพทย์พระราชทาน หน่วยแพทย์ที่ตามเสด็จฯ แพทย์หลวงหรือผู้แทนพระองค์พบ หรือผู้ที่มีหนังสือมาขอพระราชทานการรักษาทั่วไปให้ความช่วยเหลือจัดส่งคนไข้เข้าโรงพยาบาล และติดตามผลระยะยาวไปจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #35: 22 ก.พ. 13, 10:10 น

136) โรงงานแขนขาเทียมพระราชทาน โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งขึ้น เพื่อให้บริการอวัยวะแขนขาเทียมสำหรับทหารพิการ ทั้งนี้ ในระหว่างฝึกหัดการใช้อวัยวะแขนขาเทียม และฟื้นฟูสมรรถภาพ จะได้พิจารณาความถนัดและความต้องการของผู้ป่วย เพื่อฝึกอาชีพต่อไป โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพให้แก่ทหารผ่านศึกพิการภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย
137) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมองประชาชนทุกคนเสมือนลูกหลาน พระองค์ทรงให้ความรัก ความห่วงใย ทรงให้ความสำคัญกับลูกทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง หรือบนดอย ไม่ว่าจะยากดีมีจนไม่ว่าจะฉลาดมากหรือน้อย ไม่ว่าจะมีโอกาสมากโอกาสน้อย ทำให้พระองค์มีพระราชดำริว่าจะทำอย่างไรให้ลูกแต่ละคนสามารถที่จะพัฒนาตนเองได้สูงสุด พึ่งตนเองได้ ผู้ที่มีพื้นฐานที่ดีมากอยู่แล้วก็ขอให้ต่อยอดขึ้นไปอีก เพื่อกลับมาช่วยคนอื่นช่วยสังคม เช่น ลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน ๔ โรงงาน ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และสำนึกอยู่เสมอว่าที่ได้รับโอกาสชีวิตอย่างนี้ เพราะว่าโรงเรียนพระดาบสมอบให้ จึงได้ตั้งแหล่งเรียนรู้คล้ายๆ โรงเรียนพระดาบสขึ้นในพื้นที่ด้วยพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงทราบว่าจะช่วยประชาชนแต่ละกลุ่มและแต่ละพื้นที่อย่างไร ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้ลูกทุกคนสามารถช่วยตนเอง ครอบครัว และช่วยสังคมได้ นับเป็นบุญของคนไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแนวพระราชดำริโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อให้ลูกแต่ละคนได้รับการพัฒนาสูงสุด และพระองค์ทรงหวังว่า ลูกบางคนเมื่อช่วยตนเองได้แล้วจะสามารถช่วยผู้อื่นต่อไป ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประชาชนของพระองค์มีความรู้ รัก สามัคคี
138) แนวพระราชดำริด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า การให้หรือการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากลำบาก จะช่วยทำให้โลกนี้มีความสงบร่มเย็น และช่วยให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ด้วยความสุข โดยทรงมีหลักการในการพระราชทานความช่วยเหลือว่า
“ให้ เพื่อให้ช่วยตนเองได้” ดังนั้น พระองค์จึงทรงมุ่งมั่นส่งเสริมฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ “พออยู่ พอกิน” และสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีความมั่นคงในการดำรงชีวิต อันจะส่งผลให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความมั่นคงในที่สุด นอกจากนี้ หากราษฎรประสบความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ พระองค์จะพระราชทานความช่วยเหลือในทันทีทันใด จนอาจกล่าวได้ว่า เมื่อเกิดความทุกข์แก่ราษฎรขึ้น ณ ที่ใด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงประทับอยู่ ณ ที่นั้น หรือหากเสด็จฯ ไปช่วยเหลือด้วยพระองค์เองไม่ได้ จะทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารที่ทรงไว้วางพระทัยเดินทางไปให้ความช่วยเหลืออย่างทันการณ์ โดยมีรับสั่งว่า “ไปให้ไว ไปให้ถึง ไปให้เร็ว”
139) ภาพวาดฝีพระหัตถ์ จิตรกรรมเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัย มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ โดยทรงเริ่มศึกษาวิธีวาด และฝึกเขียนภาพด้วยพระองค์เอง หากแต่งานจิตรกรรมของพระองค์ได้เริ่มต้นอย่างจริงจัง เมื่อประมาณ พ.ศ.2502 ภายหลังที่เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ ทรงใช้เวลาว่างจากพระราชภารกิจมาทรงเขียนภาพ ซึ่งโดยมากจะเป็นพระสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทุกพระองค์และเมื่อคราวสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี กรมศิลปากรได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติ ให้จัดนิทรรศการจิตกรรมฝีพระหัตถ์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าชมผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในพระองค์หากแต่พระราชภารกิจเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาด้านต่างๆ ทำให้ต้องทรงอุทิศเวลาส่วนใหญ่ เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของราษฎร จึงไม่ทรงมีเวลาสร้างสรรค์ผลงานด้านจิตรกรรม แต่ถึงกระนั้นก็ทรงมีภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ที่เผยแพร่ไปแล้วถึง 47 ภาพ และที่ยังไม่เคยเผยแพร่อีกกว่า 60 ภาพ นับได้ว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีความสามารถ และเชี่ยวชาญในด้านจิตรกรรมอย่างแท้จริง

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #36: 22 ก.พ. 13, 10:12 น

140) ความตอนหนึ่งใน สคส.ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระองค์ทรงได้พระราชทานพระราชดำรัสพระราชทานพรปีใหม่ปี ๒๕๕๕ ความตอนหนึ่ง พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ในตอนปลายปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงจะขอนำเรื่องเกี่ยวกับโครงการแก้มลิงที่พระองค์ทรงได้ทรงได้คิดค้นและจัดทำขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี ๒๕๓๘ เพื่อนำมาเป็นหลักในการป้องกันน้ำท่วม  ทรงเปรียบเทียบการ กินอาหารของลิงหลังจากที่ลิง เคี้ยวกล้วยแล้วจะยังไม่กลืน แต่จะเก็บไว้ภายในแก้มทั้งสองข้างแล้วค่อย ๆ ดุนกล้วยมากินในภายหลัง  เช่นเดียวกับกรณีการผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งน้ำที่ขึ้นมาตามซอยต่าง ๆ เมื่อน้ำทะเลหนุนให้ไปเก็บไว้ที่บึงใหญ่ที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ชายทะเล และมีประตูน้ำขนาดใหญ่สำหรับปิดกั้นน้ำบริเวณแก้มลิงสำหรับฝั่งตะวันตกจะอยู่ที่คลองชายทะเลด้านฝั่งตะวันออกบริเวณแก้มลิงจะอยู่ที่คลองสรรพสามิต เมื่อเวลาน้ำทะเลลดลงให้เปิดประตูระบายน้ำออกไป บึงจะสามารถรับน้ำชุดใหม่ต่อไป
แนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ คือ
          ประการแรก    สร้างคันกั้นน้ำโดยปรับปรุงแนวถนนเดิม
          ประการที่ ๒   จัดให้มีพื้นที่สีเขียว (Green Belt) ตามพระราชดำริเพื่อกันการขยายตัวของเมืองและเพื่อแปรสภาพให้เป็นทางระบายน้ำ เมื่อมีน้ำหลาก
          ประการที่ ๓    ดำเนินการขุดลอกคลอง ขยายคลองที่มีอยู่เดิมและขุดใหม่นอกแนวคันกั้นน้ำ
          ประการที่ ๔    สร้างสถานที่เก็บน้ำตามจุดต่าง ๆ
          ประการที่ ๕    ขยายช่องทางรับน้ำที่ผ่านทางรถไฟและทางหลวง กรมทางหลวง  การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลตามแนวพระราชดำริ  "แก้มลิง" มีลักษณะและวิธีการดังนี้
   ๑. ดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่ตอนบน ให้ไหลลงคลองพักน้ำขนาดใหญ่ที่บริเวณชายทะเล
   ๒. เมื่อระดับน้ำทะเลลดต่ำกว่าระดับน้ำในคลอง ก็ทำการระบายน้ำจากคลองดังกล่าว โดยใช้หลักทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity Flow) ตามธรรมชาติ
   ๓. สูบน้ำออกจากคลองที่ทำหน้าที่ "แก้มลิง" นี้ เพื่อทำให้น้ำตอนบนค่อยๆไหลมาเองตลอดเวลา ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่วมพื้นที่ลดน้อยลง
   ๔. เมื่อระดับน้ำทะเลสูงกว่าระดับน้ำในลำคลอง ให้ทำการปิดประตูระบายน้ำ โดยยึดหลักน้ำไหลลงทางเดียว (One Way Flow)
   หลักการ ๓ ประการ ที่จะทำให้โครงการแก้งลิงมีประสิทธิภาพบรรลุผลสำเร็จตามแนวพระราชดำริ คือ การพิจารณา
   ๑. สถานที่ที่จะทำหน้าที่เป็นบ่อพักและวิธีการชักนำน้ำท่วมไหลเข้าสู่บ่อพักน้ำ
   ๒. เส้นทางน้ำไหลที่สะดวกต่อการระบายน้ำเข้าสู่แหล่งที่ทำหน้าที่บ่อพักน้ำ
   ๓. การระบายน้ำออกจากบ่อพักน้ำต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
โครงการแก้มลิงนับเป็นนิมิตหมายที่จะนำพาชาวไทยให้รอดพ้นจากทุกข์ภัย ที่นำความเดือนร้อนแสนลำเค็ญมาสู่ชีวิตที่อบอุ่นปลอดภัยซึ่งแนวพระราชดำริอันเป็นทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านน้ำท่วมนี้ มีพระราชดำริเพิ่มเติมว่า
"...ได้ดำเนินการในแนวทาง ที่ถูกต้องแล้ว ขอให้รีบเร่งหาวิธีปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพต่อไปเพราะโครงการแก้มลิงในอนาคตจะสามารถช่วยพื้นที่ได้หลายพื้นที่..."
141) พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันวิสาขบูชา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดเป็นพระราชพิธีสองวันติดต่อกันคือ เป็นงานวันตั้งเปรียญวันหนึ่ง และเป็นส่งของงานพระราชพิธีวิสาขบูชาอีกวันหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มเสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธีวิสาขบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามด้วยพระองค์เองเป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓
142) ในบางปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรมนอกพระนคร ก็จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันวิสาขบูชา ณ วัดใกล้ที่ประทับแรม ส่วนในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์ทรงปฏิบัติราชภารกิจแทนพระองค์ ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๐๕ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปบำเพ็ญพระราชกุศลตามสถานที่ต่างๆ เช่น พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม วัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดโสธรวรมหาวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น นับแต่พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่สำคัญๆ ทางศาสนา เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันวิสาขบูชาเป็นส่วนพระองค์เรื่อยมา โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จแทนพระองค์ เพื่อประกอบพระราชพิธีวิสาขบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #37: 22 ก.พ. 13, 10:14 น

143) " เราจะครอง แผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม "
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์ในปีพุทธศักราช 2489 ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการไว้ว่าดังนี้ และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาเป็นเวลากว่า 60 ปีแล้ว ท่านทรงตั้งมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรมอย่างมิเคยเสื่อมคลาย  ตลอดระยะเวลากว่า60ปีที่ผ่านมา ภาพที่คนไทยทุกคนเห็นอยู่ประจำคือ ท่านทรงงานหนักเพื่อประเทศไทย เพื่อประชาชนชาวไทยมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะลำบากเท่าใด จะเป็นสถานที่ที่ทุรกันดารเพียงใด มีความอันตรายแค่ไหน แต่หากเป็นสถานที่ที่ซึ่งมีประชาชนที่ประสบความทุกข์ ความลำบาก ท่านก็ไม่รีรอที่จะเสด็จไปหาประชาชนของท่าน ท่านยอมเหนื่อย ยอมลำบาก เพียงเพราะต้องการให้ประชาชนของท่านได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องลำบาก
144) เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร ต่อจากนั้นทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนเมียร์มองต์ (MERRIMENT) เมืองโลซานน์ (LASAGNA) ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้าศึกษาต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLY ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติและทรงได้รับประกาศนียบัตร บาเชอลิเย เอ แลทร์ จากการศึกษา ดังกล่าว ทรงรอบรู้หลายภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และ ละติน ในระดับอุดมศึกษาทรงเข้าศึกษาใน แผนกวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมือง โลชานน์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราชพระบรมราชชนนี และสมเด็จพระนางเจ้าพี่นางเธอ
145) ในปีพ.ศ. 2491 ระหว่างทรงศึกษาอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงขับรถยนต์ไปทรงร่วมงานที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้ทรงพบและมีพระราชหฤทัยสนิทเสน่หาในหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของหม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ในปีเดียวกันนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรงทรงบาทเจ็บที่พระพักตร์พระเนตรขวา และพระเศียรทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมอร์เซส์ โปรดฯ ให้หม่อมเจ้าราชวงศ์สิริกิติ์มาเฝ้าฯ ถวายการดูแลอย่างใกล้ชิดพระสัมพันธภาพจึงแน่นแฟ้นขึ้น และต่อมาได้ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2492 โดยได้พระราชทานพระธำมรงค์วงที่สมเด็จพระบรมราชนกหมั้นสมเด็จพระราชชนนี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงได้รับการอภิบาลอย่างดียิ่งจากสมเด็จพระราชชนนี    จึงมีพระปรีชาสามารถปราดเปรื่องและมีพระจริยวัตรเปี่ยมด้วยคุณธรรมทุกประการซึ่งน้อมนำให้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงดำรงสิริราชสมบัติเพียบพร้อมด้วยทศพิศราชธรรม จักรวรรดิวัตรธรรมและ ราชสังคหวัตถุทรงเจริญด้วยพระเกียรติคุณบุญญาธิการเจิดจำรัส ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน เป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญ ทุกทิศานุทิศในเวลาต่อมาตราบจนปัจจุบัน
146) วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ลูกเสือชาวบ้านและกลุ่มพลังต่างๆ ได้ รวมตัวกันชุมนุมต่อต้านนักศึกษา และพยายามบุกเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เกิดการยิงต่อสู้กัน ตำรวจได้บุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าเคลียร์พื้นที่ โดยมีกลุ่มกระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้านและกลุ่มนวพลเข้าร่วมด้วย บ้างก็เข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บ้างก็รออยู่ข้างนอกเพื่อคอยทำร้ายผู้ที่หนีตำรวจออกมา เหตุการณ์เต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสนมีนักศึกษาบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินนำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ จึงทำการยึดอำนาจการปกครองเพื่อจะได้เข้าไปแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวได้รวดเร็วขึ้น เพื่อความมั่นคงของชาติบ้านเมือง และได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อกราบบังคมทูลรายงานสถานการณ์ของประเทศในขณะนั้นให้ทรงทราบสถานการณ์ ต่างๆ ก็เริ่มคลี่คลายลงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อให้แก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เหตุการณ์ความสับสนวุ่นวายต่าง ๆ จึงกลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็วยุติการเสียเลือดเสียเนื้อ ทั้งนี้ ก็ด้วยเดชะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงเป็นที่เคารพสักการะ และเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธาและความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยอย่างมั่นคง ไม่มีวันเสื่อมคลาย พระมหากรุณาธิคุณได้ปกแผ่คุ้มเศียรเกล้าปวงชนชาวไทย ทรงขจัดปัดเป่าภัยจากวิกฤตการณ์ นำประเทศคืนสู่ความผาสุกสงบร่มเย็นอีกครั้งหนึ่ง

Guest
ปลากระดี่
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #38: 22 ก.พ. 13, 10:16 น

147) บรรพบุรุษของไทยปกบ้านป้องเมืองมาได้ด้วยความยึดมั่นในสถาบันการปกครองซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์ ประมุขจึงทำให้เราได้มีประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้ และเราจักทำให้อนาคตจะต้องมีประเทศไทยต่อไป พระองค์ทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนงเพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น
148) ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ว เป็นร่มโพธิ์ให้ประเทศชาติ และ ของกระหม่อม ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ขอองค์พระสยามเทวาธิราชปกปักษ์รักษาพระองค์ท่าน ให้แคล้วคลาดจาก ภัยอันตรายใด ๆ ทั้งปวง เป็นมิ่งขวัญล้นเกล้าล้นกระหม่อมตราบนานเท่านาน ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของ คนทั้งชาติ
149) งานคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือราษฎรเจ็บป่วยที่ยากจน ซึ่งทรงพบในระหว่างเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่หน่วยแพทย์พระราชทาน หน่วยแพทย์ที่ตามเสด็จฯ แพทย์หลวงหรือผู้แทนพระองค์พบ หรือผู้ที่มีหนังสือมาขอพระราชทานการรักษาทั่วไปให้ความช่วยเหลือจัดส่งคนไข้เข้าโรงพยาบาล และติดตามผลระยะยาวไปจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา
150) โรงงานแขนขาเทียมพระราชทาน โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งขึ้น เพื่อให้บริการอวัยวะแขนขาเทียมสำหรับทหารพิการ ทั้งนี้ ในระหว่างฝึกหัดการใช้อวัยวะแขนขาเทียม และฟื้นฟูสมรรถภาพ จะได้พิจารณาความถนัดและความต้องการของผู้ป่วย เพื่อฝึกอาชีพต่อไป โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพให้แก่ทหารผ่านศึกพิการภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย

Guest
แมงดาทะเล
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #39: 22 ก.พ. 13, 10:20 น

1. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
2. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
3. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
4.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
5.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
6.. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
7. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
8. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
9.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
10.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
แมงดาทะเล
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #40: 22 ก.พ. 13, 10:21 น

11. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
12. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
13. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
14.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
15.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
16. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
17. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
18. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
19.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
20.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
แมงดาทะเล
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #41: 22 ก.พ. 13, 10:25 น

21. ความเชื่อ เป็นสิ่งที่ยอมรับยึดถือเฉพาะตนเอง อาจมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล อาจขยายลาม ไปถึงผู้อื่น หากมีกรอบความคิดและค่านิยมที่ใกล้เคียงกัน การหักล้างความเชื่อในทันทีกระทำได้ยาก ต้องพยายามทำความเข้าใจ ให้ข้อมูลเหตุผลที่ถูกต้อง ให้เกิดการยอมรับอย่างเคารพและหวังดีต่อกัน
22. การกล่าวอ้างโจมตีบุคคลอื่น โดยพยายามเชื่อมโยงและอ้างอิงหลักฐานอันเป็นเท็จนอกจากจะมีความผิดทางกฎหมาย แล้ว ผู้ที่กระทำย่อมรู้ถึงเจตนาของตนเองและกลุ่มพวกพ้องที่กระทำว่ามีเจตนาใด ซึ่ง “ผลแห่งการกระทำ” ย่อมได้รับตามเจตนานั้นโดยสมบูรณ์ อันจะเป็นที่ได้ประจักษ์โดยทั่วกัน
23. บุญบารมีในการเป็นผู้นำ มิได้สร้างสมเพียงชั่วข้ามคืน หรือเพียงชั่วอายุเดียว หากต้องสั่งสมบุญบารมีมายาวนาน การกล่าวร้าย กล่าวปรามาสผู้มีบุญญาธิการ เพียงเพราะความขลาดเขลาของตนเอง ไม่สามารถใช้ สติและปัญญาที่เที่ยงแท้พิจารณาความจริงได้ ก็ไม่ต่างจากการตกลงไปในอบายภูมิแล้วครึ่งหนึ่ง
24. เทคโนโลยีเจริญก้าว หน้า การบิดเบือนข่าวสาร ให้เป็นไปตามที่ต้องการเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ประกอบกับการสร้างแรงจูงใจเชิงจิตวิทยาจากกลุ่มบุคคลกลุ่มใหญ่ ทำให้น้ำหนักของข่าวสารนั้น ดูมีความน่าเชื่อถือ แม้ไม่ได้เห็น หรือได้รับรู้ความจริงด้วยตนเอง เพียงแต่ผ่านกลุ่มที่ตนเชื่อถือเท่านั้น ก็เชื่อฝังใจ ออกรับแทน และประณามผู้ที่เห็นขัดแย้งว่า โง่ ไม่รู้จริงเหมือนตน
25. หลักการดี พูดจาน่าเชื่อถือ หลักฐานอ้างอิงมากมาย แต่เจตนากลับทำร้ายผู้อื่นให้เสื่อมเสีย เพียงเพราะขัดกับความต้องการของตนเอง ขัดกับหลักการที่ตนเองต้องการและมองว่าดี ลักษณะนี้ไม่ใช่แนวทางของผู้ที่นิยมเสรีภาพ และประชาธิปไตย กลับเป็นในมุมของผู้ที่นิยมความรุนแรง เพราะผลแห่งเจตนา จะมีแต่การแตกแยก และไม่สงบสุข
26. การหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ต เป็นความผิดทางอาญา ตามมาตรา 326 ที่บัญญัติว่า "ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมื่น หรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ“ ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อและเครื่องมือของผู้ที่ต้องการผลประโยชน์จากการกระทำ ของท่าน
27. เราจะต้องระมัดระวังผู้ที่คิดจะเปลี่ยนแปลงหรือเคลื่อนไหว สังคม ไม่ให้เป็นการใช้ประโยชน์จากพระราชอำนาจ โดยเราต้องร่วมใจกันน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ดังที่ได้ตรัสไว้ว่า "ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"

Guest
น้ำเต้าน้อย
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #42: 22 ก.พ. 13, 10:28 น

1. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
2. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
3. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
4.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
5.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
6.. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
7. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
8. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
9.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
10.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
น้ำเต้าน้อย
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #43: 22 ก.พ. 13, 10:30 น

11. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
12. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
13. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
14.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
15.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
16. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
17. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
18. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
19.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
20.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
น้ำเต้าน้อย
 

Re : ด้านการแพทย์
        ความคิดเห็นที่ #44: 22 ก.พ. 13, 10:33 น

21. ความเชื่อ เป็นสิ่งที่ยอมรับยึดถือเฉพาะตนเอง อาจมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล อาจขยายลาม ไปถึงผู้อื่น หากมีกรอบความคิดและค่านิยมที่ใกล้เคียงกัน การหักล้างความเชื่อในทันทีกระทำได้ยาก ต้องพยายามทำความเข้าใจ ให้ข้อมูลเหตุผลที่ถูกต้อง ให้เกิดการยอมรับอย่างเคารพและหวังดีต่อกัน
22. การกล่าวอ้างโจมตีบุคคลอื่น โดยพยายามเชื่อมโยงและอ้างอิงหลักฐานอันเป็นเท็จนอกจากจะมีความผิดทางกฎหมาย แล้ว ผู้ที่กระทำย่อมรู้ถึงเจตนาของตนเองและกลุ่มพวกพ้องที่กระทำว่ามีเจตนาใด ซึ่ง “ผลแห่งการกระทำ” ย่อมได้รับตามเจตนานั้นโดยสมบูรณ์ อันจะเป็นที่ได้ประจักษ์โดยทั่วกัน
23. บุญบารมีในการเป็นผู้นำ มิได้สร้างสมเพียงชั่วข้ามคืน หรือเพียงชั่วอายุเดียว หากต้องสั่งสมบุญบารมีมายาวนาน การกล่าวร้าย กล่าวปรามาสผู้มีบุญญาธิการ เพียงเพราะความขลาดเขลาของตนเอง ไม่สามารถใช้ สติและปัญญาที่เที่ยงแท้พิจารณาความจริงได้ ก็ไม่ต่างจากการตกลงไปในอบายภูมิแล้วครึ่งหนึ่ง
24. เทคโนโลยีเจริญก้าว หน้า การบิดเบือนข่าวสาร ให้เป็นไปตามที่ต้องการเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ประกอบกับการสร้างแรงจูงใจเชิงจิตวิทยาจากกลุ่มบุคคลกลุ่มใหญ่ ทำให้น้ำหนักของข่าวสารนั้น ดูมีความน่าเชื่อถือ แม้ไม่ได้เห็น หรือได้รับรู้ความจริงด้วยตนเอง เพียงแต่ผ่านกลุ่มที่ตนเชื่อถือเท่านั้น ก็เชื่อฝังใจ ออกรับแทน และประณามผู้ที่เห็นขัดแย้งว่า โง่ ไม่รู้จริงเหมือนตน
25. หลักการดี พูดจาน่าเชื่อถือ หลักฐานอ้างอิงมากมาย แต่เจตนากลับทำร้ายผู้อื่นให้เสื่อมเสีย เพียงเพราะขัดกับความต้องการของตนเอง ขัดกับหลักการที่ตนเองต้องการและมองว่าดี ลักษณะนี้ไม่ใช่แนวทางของผู้ที่นิยมเสรีภาพ และประชาธิปไตย กลับเป็นในมุมของผู้ที่นิยมความรุนแรง เพราะผลแห่งเจตนา จะมีแต่การแตกแยก และไม่สงบสุข
26. การหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ต เป็นความผิดทางอาญา ตามมาตรา 326 ที่บัญญัติว่า "ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมื่น หรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ“ ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อและเครื่องมือของผู้ที่ต้องการผลประโยชน์จากการกระทำ ของท่าน
27. เราจะต้องระมัดระวังผู้ที่คิดจะเปลี่ยนแปลงหรือเคลื่อนไหว สังคม ไม่ให้เป็นการใช้ประโยชน์จากพระราชอำนาจ โดยเราต้องร่วมใจกันน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ดังที่ได้ตรัสไว้ว่า "ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"

Tags:  การแพทย์ 
 
พิมพ์
หน้า: 1
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้