กระทู้นี้อยู่ในคลังกระทู้ คุณไม่สามารถโพสต์หรือแก้ไขข้อความใดๆ ได้
สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ไร้สังกัด  > เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
ผู้ดูแล: withyaw
พิมพ์
หน้า: 1 2 3
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ  (อ่าน 19715 ครั้ง)
add

เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ

 
        ผู้ตั้งกระทู้: 1 ก.ค. 10, 11:10 น
แบ่งปัน Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด

 q*021  สวัสดีครับ ผู้อ่านทุกท่าน

    จากบทความเคล็ดลับต่างๆ ที่ได้อ่านผ่านตา จากสิ่งต่างๆ ที่มีประโยฃน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
อ่านแล้วผ่านไปแล้วก็เหมือนไม่ได้อ่าน พอไม่นานก็ลืม คิดว่าน่าจะเปิดกระทู้ เพื่อแชร์ความรู้ต่างๆ
ที่อ่านพบและได้ทดลองมาแล้วว่าได้ผลตามบทความที่อ่านพบมาแล้ว น่าจะมีประโยชฃน์ต่อทุกคน
เพื่อนๆ ที่ทราบเคล็ดลับ ไม่ลับ ที่มีประโยฃน์ต่อเพื่อนๆ นำสิ่งนั้นมาบอกต่อ เพื่อแชร์ความรู้ต่อกันครับ   q*063

 


add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #1: 1 ก.ค. 10, 11:25 น

 q*021  ขจััดรอยเปื้้อนเลืือด

      รอยเปื้้อนเลืือดที่่ติิดบนเสื้้อผ้้าหรืือที่่ติิดตามเฟอร์์นิิเจอร์์ต่่างๆ

สกััดได้้ด้้วยการ นำำผัักกาดฝานบางๆ  มาทาทัับรอยเลืือดที่่เปื้้อนนั้น

เสร็็จแล้้วฝานขิิงสดให้้บางมาทาทาบไปที่่รอยเปื้้อนเลืือดอีีกครั้้ง

รอสัักครููแล้้วนำำเตารีีดร้้อน มารีีดทัับรอยเปื้้อนเลืือดนั้้น คราบเปื้้อนจะค่่อยจางหายไป


     ที่่มา..หนัังสืือเคล็็ดลัับ คูู่่บ้้าน ฉบัับสารพััดประโยชน์์

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #2: 1 ก.ค. 10, 14:42 น

 q*033    มีกลิ่นปาก ทำยังไงดี


       สาเหตก็ควรต้องห้าม ของการทำให้มีกลิ่นปากเช่น
ฟันผุ ต่อมทอมซิลอักเสบ ทานอาหารที่มีกลิ่น และมีแบคทีเรียสะสมอยู่ในช่ิองปาก

  เมื่อทราบสาเหต ควรระวังเรื่องการรับประทานอาหารที่มีรสจัด กลิ่นจัดจ้าน เช่น หัวหอม ของหมักดองทั้งหลาย
ที่จะเข้าไปเพิ่มจำนวนแบคทีเรีย และหลังทานอาหารควรทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากทุกครั้ง

  ข้อควรทำเพื่อลดกลิ่นปาก
  1.  พกน้ำยาบ้วนปากไว้บ้วนบ่อยๆ แต่ต้องบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดตามด้วยทุกครั้ง
  2.  เคี้ยวหมากฝรั่ง ที่มีกลิ่นหอมสามารถดับกลิ่นปากได้ หากกลัวสารน้ำตาลในหมากฝรั่ง
ควรเลือกชนิดไม่มีน้ำตาล เคี้ยวหมากฝรั่งหลังทานอาหารเสมอ
  3.  จิบน้ำบ่อยๆ ยิ่งถ้าได้น้ำอุ่น หรือน้ำชาเขียวร้อนแบบไม่มีน้ำตาล จะยิ่งดีมาก
 

                      ขอบคุณ บทความ betterlife  ใน SPICY พฤษภาคม 2009

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #3: 3 ก.ค. 10, 07:40 น

ใครที่รู้ตัวว่ามี กลิ่นตัว แรง และยังไม่ทราบวิธีแก้ วันนี้เกร็ดความรู้มีมาบอกกัน...

กลิ่นตัว เกิดจากเหงื่อ ที่มีการหมักหมมจนทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นที่มาของการเกิดกลิ่นตัวที่เหม็น หรือ ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือน้ำหนักตัวที่มากเกินไป

วิธีแก้ คือ ถ้าหากเป็นคนอ้วน ควรเร่ง ลดไขมันส่วนเกิน ออกเสียก่อน แล้วดูว่ากลิ่นตัวที่เหม็นนั้นน้อยลงหรือไม่ ถ้าไม่น้อยลงนั้น แสดงว่ากลิ่นตัวนี้เกิดจากกรรมพันธุ์ วิธีแก้ คือ พยายามรักษาความสะอาดของร่างกาย หากมีเหงื่อออกมาก ๆ ไม่ควรหมักหมมเอาไว้ ให้หาน้ำหอมมาพ่นฉีดตามร่างกาย เพื่อเป็นการดับกลิ่น

ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้ จะได้ไม่มีกลิ่นตัวอีกต่อไป.
q*013 q*013 q*013

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #4: 3 ก.ค. 10, 07:45 น

กลิ่นตัวเกิดจากเหงื่อที่ร่างกายขับออกมาถูกย่อยด้วยแบคทีเรียชนิด ทำให้เกิดขึ้นลักษณะต่างๆ กัน ยาระงับกลิ่นตัวที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปที่ใช้กับรักแร้ (ดูเหมือนจะเป็นที่เดียวที่เราใช้ยาดับกลิ่นถูหรือทา ดังนั้นกลิ่นตัวในความหมายที่แท้จริงน่าจะเป็นกลิ่นเต่ามากกว่า) มักระงับเหงื่อได้เพียงร้อยละ 50 เท่านั้น ถ้าเหงื่อไม่ออกกลิ่นก็ไม่ค่อยมาก

ส่วนใหญ่กลิ่นตัวของเรามักมาจาก รักแร้เป็นส่วนใหญ่ ที่จริงกลิ่นในที่อับอย่างอื่น เช่น จากกางเกงใน จากขาหนีบ หรือบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ก็ถือเป็นกลิ่นตัวเช่นเดียวกัน อาจจะเนื่องจากว่ามันอยู่ไกลจมูกมากกว่ากลิ่นเต่า เราเลยไม่ค่อยกังวลกลิ่นตัวข้างล่างมากนัก

วิธีการรักษาที่น่าจะได้ผล ก็คือ

1. ลดเหงื่อให้ออกน้อยที่สุด เช่น อยู่ในที่เย็นๆ ใช้ยาระงับกลิ่นกาย (ออกฤทธิ์ระงับการหลั่งของต่อมเหงื่อ) เป็นประจำ หรือตัดต่อมเหงื่อทิ้งไป (บ้านเรายังไม่มีใครวิตถารทำ)

2. ใช้สบู่ที่มียาฆ่าเชื้อโรค (เช่น คลอเฮกซิดีน) ถูกรักแร้บ่อยๆ ร่วมกับยาระงับกลิ่นก็คงพอช่วยได้บ้าง

วิธีที่อยากจะให้ลองทำ

1. ลองใช้ยาดับกลิ่นทารักแร้ก่อนเข้านอน แล้วเอาพลาสติกบางๆ ปิดไว้ ทำติดต่อกันสองคืน (ระวังแพ้ด้วยนะจ๊ะ)

2. ตื่นเช้าฟอกรักแร้ด้วยสบู่ที่มียาฆ่าเชื้อบ่อยๆ

3. ทำซ้ำทุก 3 หรือ 7 วัน ตามข้อ 1 และ 2

อีกวิธีหนึ่งที่มีคนแนะนำมาว่าได้ผลดี คือ ใช้สบู่ยี่ห้อแซด-ติด ถูรักแร้เวลาอาบน้ำวันละสองครั้ง กลิ่นตัวจะลดลงอย่างมาก แต่ราคาค่อนข้างแพงไปสักหน่อย ขนาด 25 กรัม ราคาทุนถึง 25 บาท ใช้ไม่กี่วันก็หมดก้อน ก็ลองดูนะครับ ว่าวิธีไหนจะเหมาะและคุ้มค่า
q*013 q*013 q*013

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #5: 4 ก.ค. 10, 07:21 น

เรื่องน่ารู้ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ยามท้องว่าง


   1. นมและถั่วเหลือง เมนูยอดนิยมสำหรับใครหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นเพราะความสะดวกในการรับประทานหรือประหยัดเวลา นมมักเป็นคำตอบแรกเวลาหิว แต่แม้จะอุดมด้วยโปรตีนและเชื่อว่าการดื่มนมเยอะๆจะมีประโยชน์นั้น แท้ที่จริงแล้วการดื่มนมและถั่วหลืองเช่นน้ำเต้าหู้จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภท แป้งอยู่ ดังนั้นการเลือกรับประทานนมตอนท้องว่าง จะทำให้ท้องอืดได้
   2. น้ำตาลหรืออาหารหวาน การที่คนเราเสียพลังงานไปเยอะนั้น จริงอยู่ว่าร่างกายต้องได้รับการเสริมสร้างจากเกลือแร่และน้ำตาลเมื่อเรา รู้สึกอ่อนเพลีย แต่ทว่าหากท้องว่างแล้วนั้น การเลือกดื่มน้ำหวาน หรือของหวานเช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต เพราะจะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาล ซึ่งส่งผลต่อการ ดูดซึมโปรตีนทุกชนิดและลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไตได้
   3. ผัก บางคนอาจคิดว่าการทานผักเยอะๆแทนข้าว โดยเฉพาะนที่ต้องการลดควมอ้วนนั้น เป็นความคิดที่ผิดและไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนแล้ว การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้ท้องอืด
   4. กล้วย คนส่วนใหญ่มักเชื่อกันว่า การทานกล้วยเยอะๆจะทำให้ระบบขับถ่ายดี แต่มักลืมกันไปว่าหากทานกล้วยในช่วงเวลาตอนท้องว่างแล้ว นอกจากจะทำให้ท้องอืด ยังจะเพิ่มธาตุแมกนีเซียมในเลือดให้สูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมซึ่งเป็นการยับยั้งการทำงานของ หลอดเลือดหัวใจ อันเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก
   5. ชาแก่ ตื่นเช้าแล้วจิบน้ำชาสักแก้ว ดูแล้วเข้าท่าและน่าจะดี แต่หารู้ไม่ว่าการจิบชาร้อนโดยเฉพาะชาแก่ช่วงท้องว่างนั้นจะทำให้กรดเกลือ ของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือ จาง เกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง
   6. ลูกพลับ เป็นอีกหนึ่งชนิดต้องห้ามยามท้องว่าง เพราลูกพลับจะเป็นตัวกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดเกลือออกมามาก ทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร
   7. เหล้า กระเทียม เป็นสิ่งสุดท้ายที่ไม่ควรรับประทานในขณะท้องว่าง เพราะทั้งสองสิ่งนี้จะมีส่วนเพิ่งแรงกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #6: 5 ก.ค. 10, 09:49 น

แก้ปัญหาสีน้ำแห้งแข็ง ใช้น้ำส้มสายชูผสมทิ้งเอาไว้ สีน้ำที่แห้งแข็งก็จะอ่อนเหลว นำมาใช้ได้ใหม่อีกครั้ง.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #7: 6 ก.ค. 10, 07:28 น

. เคล็ดลับน่ารู้ในการขจัดคราบรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า
+ รอยเปื้อนสนิมเหล็ก ใช้เกลือ และบีบมะนาวลงบนรอยเปื้อน แล้วนำไปซักด้วยวิธีธรรมดา ตากแดดจัดๆ.
+ รอยเปื้อนยางมะตอย และกาว ใช้น้ำมันไฟแช็ค ล้างรอยเปื้อน แล้วจึงนำไปซัก.
+ รอยเปื้อนน้ำหมึก ขยี้มะเขือเทศลงบนรอยเปื้อน ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง และนำไปซักด้วยวิธีธรรมดาอีกครั้ง.
+ รอยเปื้อนหมึกลูกลื่น ใช้น้ำมันใส่ผมหยอดลงไปที่รอยเปื้อน และนำไปซักด้วยผงซักฟอกอีกครั้ง.
+ รอยเปื้อนคราบเลือด ใช้แป้งมันกับน้ำเย็นผสมกันให้ข้นขนาดแป้งเปียก ทากระดาษพอกไว้บนรอยเลือดที่เปื้อน ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง แล้วซักน้ำ รอยเลือดนั้นจะหายไป.
+ รอยเปื้อนคราบลิปสติกบนเสื้อ ก็รีบหาน้ำมันยูคาลิปตัส หรือกลีเซอรีน เช็ดบริเวณที่เปื้อนโดยเร็ว...ถ้าไม่อยากมีปัญหา.
+ รอยคราบไขมันที่ติดเสื้อผ้า โรยแป้งฝุ่นตรงรอยเปื้อน แล้วเอากระดาษทิชชู่วางทับจากนั้น จึงใช้เตารีดร้อนรีดทับไว้สักครู่ จึงนำไปซักด้วยวิธีธรรมดา.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #8: 7 ก.ค. 10, 07:27 น

ขจัดคราบรอยนิ้วบนไพ่ป๊อก ใช้สำลีชุบนมสดเย็นๆ เช็ด รอยเปื้อนก็จะหลุดออกไป.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #9: 7 ก.ค. 10, 07:28 น

ดูแลรักษางาช้าง เอางาช้างวางไว้กลางแดดทั้งๆ ที่ยังเปียกน้ำสบู่อยู่ ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เมื่อแห้งแล้วขัดด้วยผ้าสักหลาด ก็จะได้งาช้างสวยสะอาดดังเดิม.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #10: 7 ก.ค. 10, 07:29 น

ขจัดคราบกาวสติกเกอร์ ใช้น้ำมันพืชหรือครีมวาสลีนมาทาสติกเกอร์ให้ชุ่ม แล้วจึงค่อยๆ ดึงออกมา.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #11: 8 ก.ค. 10, 06:28 น

วิธีล้างเครื่องหนัง หยดน้ำมันสลัดสัก 2-3 หยด ลงไปในน้ำสบู่แล้วใช้แปรงจุ่มถู จากนั้นจึงซักในน้ำสบู่ธรรมดาอีกครั้ง แล้วล้างด้วยน้ำเย็นรีบเช็ดให้แห้งตากลมไว้ น้ำมันสลัดนอกจากจะช่วยขจัดคราบสกปรกแล้ว ยังช่วยให้หนังคงสภาพเดิมได้ด้วย.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #12: 9 ก.ค. 10, 08:00 น

บรรเทาอาการปวดฟัน ใช้ใบกระเพราขยี้กับเกลือ อุดไปที่รูฟันที่ปวดสักพักอาการปวดก็จะทุเลาลงเอง.

บรรเทาอาการปวดจากแตนต่อย แค่ใช้แอมโมเนียชุบสำลีแปะลงไปที่ถูกแตนต่อยก็หายปวดแล้ว.

หุงข้าวแล้วข้าวแฉะ แก้ปัญหาโดยใส่ขนมปังปอนด์สัก 2-3 แผ่น ลงไปในหม้อ ปิดผาหม้อให้แน่นแล้วกดไฟ ไม่นานข้าวก็จะสวยขึ้นมาได้ เพราะขนมปังจะช่วยดูดน้ำเอาไว้.

 แก้ปัญหาเล็บเหลือง ใช้มะนาวครึ่งลูกบีบไว้ในน้ำอุ่น แล้วจุ่มมือลงไปแช่สักพัก เล็บของคุณก็จะกลับมาขาวได้.

ลับกรรไกรให้คม ด้วยการเอากรรไกรอันที่ไม่คมนั้นมาตัดกับเข็มโครเชท์ โดยค่อยๆ ตัดให้เข็มอันไม่คมนั้นกลิ้งไปจนสุดปลายกรรไกร ทำซ้ำสัก 4-5 ครั้ง.

 ดูแลกาแฟผงไม่ให้จับเป็นก้อน เอาน้ำตาลปอนด์ก้อนขาวๆ ใส่ลงไปสัก 2 ก้อน.

ทำความสะอาดห้องน้ำกระเบื้อง ราดด้วยน้ำให้ทั่วแล้วเอาเกลือแกงโรยลงบนแปรงขัดห้องน้ำ หรืออาจจะโรยเกลือที่ผ้าเปียกน้ำ แล้วขัดพื้นให้ทั่ว.

ขจัดกลิ่นส้วม ใช้น้ำมันก๊าดประมาณ 1 ขวดมาเทราดลงไปในคอห่าน แล้วเทน้ำตามลงไปเพื่อขจัดกลิ่นน้ำมันก๊าดให้หมด น้ำมันก็าดจะช่วยขจัดกลิ่นส้วมให้หมดไปด้วย.

ป้องกันสัตว์เลื้ยงกัดแกะเครื่องเรือน โดยใช้น้ำมันยูคาลิปตัส หรือน้ำมันที่มีกลิ่นฉุนมาทา.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #13: 10 ก.ค. 10, 08:57 น

เหงาจัง... q*009 q*009 q*009

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #14: 10 ก.ค. 10, 18:43 น

เหงาจัง... q*009 q*009 q*009


 q*021  ผมมาแล้้วครัับ คุุณพล
ห้้องฝั่่งนี้้ อาจจะเงีียบเชีียบหน่่อย เพราะอยูู่่ไกลจากสายตาผูู้้คนครัับ   q*063


add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #15: 10 ก.ค. 10, 18:57 น

 q*021  กานพลูู  ที่่เขานำำมาผสมในยาสีฟััน เข้้าเครื่่องยาดมสมัยก่่อน
มีีสรรพคุุณระงัับกลิ่่นปาก แก้้ปวดฟัันให้้ทุุเลาลงได้้ และเมื่่ออมบ่่อยๆ ช่่วยลดอาการอยากบุุหรี่่ได้้ด้้วย   q*063






add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #16: 10 ก.ค. 10, 19:04 น

 q*021  วิธีีการใช้้เแก๊๊สหุุงต้้ม ที่่ประหยััดที่่สุุดคืือ ไม่่เร่่งแรงดัันจนแรงสููงสุุด
ให้้สัังเกตสีีของแก๊๊ส ให้้มีสีีนำำำเงิิน แรงเปลวไฟไม่่สั่่นไหว จะเป็็นการเปิิดใช้้อย่่างคุุ้้มค่่า   q*063

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #17: 11 ก.ค. 10, 09:05 น

เมื่อก้างปลาติดคอ เราจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร เมื่อก่อนได้ยินคำถามเช่นนี้ไม่ค่อยรู้สึกว่ามันคือปัญหาใหญ่ค่ะ เพราะไม่เคยเจอกับตัวเอง เลยไม่รู้ว่าเจ็บมากแค่ไหน วันนี้มาศทานปลาเข้าไป
คำ สุดท้ายที่คิดว่าอิ่มแล้ว จะเลิกทานแล้ว เคี้ยวผักเข้าไปด้วยเลยไม่รู้สึกว่ามีก้างปลาก้างใหญ่ปนอยู่ เลยกลืนเข้าไปค่ะ ผักนั้นลงไปในกะเพราะอาหารเรียบร้อย แต่ก้างปลาติดอยู่ลำคอใต้ลูกกระเดือกลงมาหน่อย เจ็บมาก ๆ กลืนน้ำลายก็ไม่ได้ เจ็บและหายใจไม่สะดวก คิดว่าถ้าอีกชัวโมงไม่หาย คงต้องโทรเรียก 911 แน่ ๆ ก็นึกถึงคำผู้เฒ่าผู้แก่บอกเล่ามาค่ะ

1. เอาเท้าแมวมาลูบลำคอค่ะ พอดีเลี้ยงแมวอยู่ตัวหนึ่ง ความเจ็บปวดที่ลำคอ มันเจ็บมาก ไม่รอแล้ว ก็จัดการวิ่งไล่จับแมวมา อิอิ เอาเท้าแมวมาลูบคอตรงที่เจ็บนะคะ เจ้าแมวที่น่ารัก เขาให้ความร่วมมือดีมาก ลูบใหญ่เลย ขอบอกว่า ไม่หาย ยิ่งเจ็บเข้าไปอีก
2. ดื่มน้ำมาก ๆ กลืนคำใหญ่ ๆ เพราะคิดว่าจะได้ลงไปในกะเพราะ ขอบอกนะคะว่าวิธีนี้ไม่หาย
ยิ่ง ทำให้เจ็บคอมาก ๆ คออาจเป็นแผลอักเสบได้ เพราะกระทบกับแรงที่เรากลืนน้ำ เราเจ็บคอมากเรพาด้วยวิธีกลืนน้ำ
3. ล้วงคออาเจียน ไม่หายค่ะ เป็นวีธีที่ทรมาน และเจ็บมาก
4. กินข้าวเหนียวไปคำใหญ่ แล้วกลืน หรือข้าวสวยก็ได้
ทั้งหมดวิธีข้างต้นนี้ เป็นคำบอกเล่า และเราลองหมดทั้งสี่วิธีแล้ว ไม่หายค่ะ กลับทำให้เรา
เจ็บปวดมากขึ้น ดีไม่ดีคออาจอักเสบได้ค่ะ


มาดูวิธีที่ได้ผล กันค่ะ เจ้าของกระทู้ลองมาแล้วด้วย
1. หั้นมะนาวลูกโต ๆ เลยค่ะหนึ่งลูก บีบน้ำมะนาวลงคอ พยามฝืนกลืนเข้าไปค่ะ
กลืนกินน้ำมะนาวจนหมดลูกเลยนะคะ
2. ดื่มน้ำโค๊กตามเข้าไปค่ะ แม้ว่าท้องจะอิ่มแล้ว และหนักท้องแค่ไหน พยายามดื่มเข้าไปค่ะ ได้มากเกือบกระป๋องเลยยิ่งดี
3. ตามด้วยน้ำมะนาวอีกหนึ่งซีกค่ะ พยามยามกลืนเข้าไปแล้วรอสักพักค่ะ
น้ำมะนาวกลับน้ำโค๊ก และด้วยท้องที่อิ่ม กระตุ้นให้เราอาเจียนออกมาครั้งใหญ่
และน้ำมะนาวที่เรากลืนเข้าไปทำให้ ก้างปลาอ่อนตัวลง ปรากฏว่าก้างปลาหลุดออกมาพร้อมกับอาเจียนของเราค่ะ หายใจโล่งขึ้นมาทันที แต่คอยังเจ็บแผลอยู่
4. สุดท้ายถ้าทำทั้งงสามวิธีข้างต้นและรอประมาณสองชัวโมง แล้วยังหาย ต้องไปหาหมอแล้วคะ อย่ารอนานเกินไปนะคะ เพราะถ้าก้างใหญ่มากแค่ไหน ก็จะเจ็บมากเป็นทวีคูณ คออาจอักเสบมากยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบต่อร่างกายมากยิ่งขึ้นค่ะ
หมอจะเอาคิมล้วงเข้าไปคีบออก
แต่ สำหรับประสบการณ์ของเรา สามวิธีข้างต้นได้ผลค่ะ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อเพื่อน ๆ นะคะ

ขอบคุณเว็บครัวไกลบ้านครับ

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #18: 12 ก.ค. 10, 08:31 น

-ป้องกันหมา แมว ให้ฉี่เป็นที่เป็นทาง โรยพริกไทยป่นลงบนที่มันเคยฉี่ การโรยพริกไทยจะทำให้กลิ่นเดิมของมันหายไป มันจะไม่กลับมาฉี่หรืออุจจาระในที่นั้นอีก.

-วิธีเก็บสายยาง หายางรถยนต์เก่าๆ ที่ไม่ใช้ทำเป็นที่เก็บสายยาง โดยนำสายยางยาวๆ ม้วนสอดเข้าไปในยางรถยนต์ เพื่อป้องกันแสงแดด และโยกย้ายง่ายด้วยการกลิ้งไป.

-ขจัดสนิมเกาะเตารีด เอาผ้าห่อขี้ผึ้งหรือเทียนไขไว้ผืนหนึ่ง อีกผืนหนึ่งโรยเกลือป่นไว้บนผ้า จากนั้นเปิดเตารีดให้ร้อน รีดทับลงบนห่อขี้ผึ้งหรือเทียนไขก่อน ต่อมาจึงรีดบนผ้าโรยเกลือ ทำหลายๆ เที่ยวสนิมก็จะหมดไป.

-ขจัดรอยไหม้ของเสื้อผ้าที่โดนเตารีด ใช้หัวหอมผ่าครึ่งถูตรงรอยไหม้ แล้วใช้น้ำเช็ดอีกครั้ง เพราะว่าหัวหอมมีสารละลายทำให้กัดรอยไหม้ที่อยู่บนผ้าจางหายไป และยังไม่ทำให้ผ้าเปื่อยขาดอีกด้วย.

- เคล็ดลับย่างเนื้อเตาถ่าน ใช้เกลือโรยไฟให้ทั่วขณะไฟติด เกลือจะทำให้ไฟติดได้ง่ายเร็วโดยไม่ต้องพัดให้เปลืองแรง อีกทั้งถ่านจะมอดดับอย่างช้าๆ เป็นการประหยัดถ่านด้วย.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #19: 13 ก.ค. 10, 09:52 น

 q*021  แว่นตาของเรา ใช้น้ำยาล้างจานทำความสะอาด
จะเงางามและไม่มีไขมันจับที่เลนส์ ดีกว่าเช็ดด้วยผ้าครับ 
 

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #20: 14 ก.ค. 10, 06:44 น

-วิธีทำไม่ให้ถุงน่องรัน นำถุงน่องใหม่ไปแช่น้ำเสียก่อน แล้วนำไปแช่ไว้ในช่องทำน้ำแข็งในตู้เย็น รอจนเป็นน้ำแข็ง จากนั้นเอาออกมาแช่น้ำจนน้ำแข็งละลาย นำไปตากแดดจนแห้ง ถุงน่องเป็นผ้าลื่นเมื่อนำไปแช่แข็งจะทำให้เนื้อผ้าเกาะกันเหนียวแน่นขึ้น ใช้งานแล้วไม่รันง่าย.

-เก็บรักษาเสื้อไหมพรม ซักให้สะอาดนำไปวางบนผ้าขนหนูบางๆ แล้วพันผ้าขนหนูโดยให้ไหมพรมอยู่ด้านใน.

-แก้ปัญหาหม้อหุงข้าวไฟฟ้าใบใหม่ที่ข้าวติดก้นหม้อ นำหม้อในใหม่มาแช่น้ำสักครู่ ประมาณ 5-10 นาที ไม่ควรแช่นานกว่านี้ จากนั้นใช้ฟองน้ำขัดหม้อเบาๆ .


add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #21: 15 ก.ค. 10, 07:27 น

-ทำคุกกี้ไม่ให้แตกละเอียดง่าย นำข้าวโพดคั่วที่ยังไม่ได้คลุกเกลือมาวางรองบนพื้นกล่อง และวางบนคุกกี้.

- ปอกแอปเปิ้ลไม่ให้ดำ ให้นำแอปเปิ้ลที่ปอกเปลือกแล้วมาล้างในน้ำผสมน้ำมะนาว.

-เก็บกล้วยน้ำหว้าไว้ให้นาน ๆ หาภาชนะใส่น้ำต้มให้เดือดนำกล้วยน้ำว้าลงไปแช่ประมาณ 3 นาที และนำไปแขวนในที่ที่มีลมโกรก น้ำเดือดจะฆ่าพวกเชื้อแบคทีเรียที่จะทำให้กล้วยเสียเร็วและอยู่ได้ 10 วัน.

-เก็บเนื้อสดข้ามคืนโดยไม่ต้องใช้ตู้เย็น ให้เอาเนื้อทั้งก้อนไปจุ่มลงในน้ำเดือดแล้วแขวนไว้ แบคทีเรียบางส่วนในเนื้อนั้นจะถูกฆ่าตายไปทำให้เนื้อไม่เน่าเสีย.

- ลดน้ำเปรี้ยวของสับปะรด นำมะนาวเปลือกเขียวมาบีบลงบนสับปะรด แล้วโรยเกลือป่นไว้ให้ทั่ว ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอย่างเบามือ.

-ลดความเค็มของผักดอง นำเหล้าที่แช่เย็นมาผสมกับน้ำในอัตราส่วนที่เท่ากัน หั่นผักดองที่เค็มเกินไปแช่ไว้สักครู่ ความเค็มของผักก็จะลดหายไป.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #22: 17 ก.ค. 10, 07:29 น

ย่างปลาไม่ให้ติดตะแกง นำน้ำส้มสายชูมาทาให้ทั่วตะแกรงก่อนย่างปลา เวลาปลาสุกจะไม่ติด และทำความสะอาดตะแกรงง่าย.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #23: 17 ก.ค. 10, 07:31 น

วิธีทำให้กุ้งที่แช่เย็นไว้นานๆให้สดอยู่เสมอ ปอกเปลือกกุ้ง และผ่าหลังให้เรียบร้อย นำไปแช่เบียร์ประมาณ 15-20 นาที แล้วจึงนำไปประกอบอาหาร รับรองได้ว่าไม่ผิดหวัง.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #24: 17 ก.ค. 10, 07:33 น

ขจัดคาวปลาหมึก ใช้น้ำส้มสายชูแกว่งกับน้ำ นำปลาหมึกมาแช่ไว้ 5-10 นาที กลิ่นคาวปลาหมึกจะหมดไป.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #25: 17 ก.ค. 10, 07:35 น

ป้องกันไม่ให้หัวปลีดำ ต้องแช่หัวปลีลงในน้ำส้มสายชูทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #26: 17 ก.ค. 10, 07:37 น

รักษารองเท้าให้ดูใหม่เสมอ นำถุงเท้าเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้ว นำไปซักให้สะอาด ตากลมให้แห้งสนิท จากนั้นนำรองเท้าไปใส่ในถุงนั้น เมื่อเปิดมาใช้รองเท้าจะใหม่อยู่เสมอ .

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #27: 17 ก.ค. 10, 07:42 น

ขจัดเศษทิชชูที่ติดตามเสื้อผ้า .ใช้ลูกเทนนิสถูแรงๆ ตรงที่มีกระดาษทิชชู่ติดอยู่ สักหลาดจากลูกเทนนิสจะทำให้เสื้อผ้าคุณสะอาดได้.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #28: 17 ก.ค. 10, 07:44 น

ป้องกันแมลงตอมถังขยะ หยดแอมโมเนียลงข้างถังขยะ และในถังขยะสัก 4-5 หยด กลิ่นของมันจะทำให้มด แมลงวัน หรือสัตว์เลี้ยงไม่กล้าเข้าใกล้ถังขยะอีกเลย.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #29: 19 ก.ค. 10, 07:47 น

ขจัดเศษอาหารปากท่อ นำเกลือแกงใส่ลงไปในท่อ 2-3 ช้อน จากนั้นให้นำเบกกิ้งโซดา หรือผงฟูต้มน้ำให้เดือดแล้วเทลงไปไขมันที่อุดตันก็จะหลุดออกไป.



add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #30: 19 ก.ค. 10, 07:47 น

ขจัดกลิ่นเหม็นที่กระติกน้ำแข็ง ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำร้อนและนำมาล้างถูกระติกให้ทั่ว ล้างน้ำอีกครั้งด้วยน้ำสะอาดกลิ่นสาปก็จะหายไป.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #31: 19 ก.ค. 10, 07:49 น

ดูแลรักษาเครื่องดูดฝุ่น นำการบูรหรือลูกเหม็นใส่เข้าไปในถุงดูดฝุ่นสัก 1 ก้อน จะช่วยกันแมลงแล้วยังป้องกันกลิ่นอับได้อีกต่างหาก.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #32: 19 ก.ค. 10, 07:50 น

ขจัดกลิ่นอับในตู้กับข้าว ใช้ปูนขาวเล็กน้อยใส่ชามใบย่อมไปวางมุมใดมุมหนึ่งของตู้กับข้าว ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน กลิ่นอับชื้นก็จะค่อยๆจางหายไป.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #33: 19 ก.ค. 10, 07:52 น

กำจัดเหา ใช้ใบน้อยหน่าบดให้ละเอียด คั่นเอาน้ำมาหมักกับผมประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยแชมพูสระผม เหาก็จะหายหมดไป แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง 4-5 ครั้ง ถึงจะได้ผล.



add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #34: 22 ก.ค. 10, 07:39 น

ป้องกันฝุ่นจับดอกไม้ประดิษฐ์ นำไปอังกับไอน้ำเดือด ไอน้ำเดือดจะช่วยขจัดฝุ่นและคราบดำออกไป ทำให้ดอกไม้ประดิษฐ์ดูสะอาดอยู่เสมอ.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #35: 22 ก.ค. 10, 07:42 น

ปลูกมะลิให้ออกดอกสะพรั่ง เด็ดใบออกมากๆ และรดน้ำตอนที่แดดกำลังร้อนๆ เพราะต้นมะลิจะนึกว่าตัวเองไม่มีใบต่อไปจะต้องตายจึงรีบออกดอกให้ทันก่อนตาย และต้นมะลิจะชอบให้เรารดน้ำตอนแดดกำลังส่องไปที่ต้นของมัน.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #36: 22 ก.ค. 10, 07:43 น

ทำความสะอาดเครื่องแก้วโดยไม่ต้องเช็ด ใช้น้ำผสมแอลกอฮอล์ล้าง จะช่วยล้างสิ่งสกปรกออกได้ง่าย ข้อสำคัญจะแห้งได้เอง โดยไม่ต้องเช็ดด้วยผ้าอีกด้วย.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #37: 22 ก.ค. 10, 07:47 น

ดับไฟขณะลุกท่วมกระทะ ใช้ฝาโอ่ง หรือฝาหม้อครอบ (อย่าใช้ลมเป่าเด็ดขาด)

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #38: 22 ก.ค. 10, 07:49 น

ป้องกันรูขวดพริกไทป่นอุดตัน ใส่เม็ดพริกไทยที่เป็นเม็ดๆ เล็กน้อยลงไปในขวดพริกไทยป่น.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #39: 22 ก.ค. 10, 07:50 น

รักษาไม้กวาดดอกหญ้าให้คงทน จุ่มไม้กวาดดอกหญ้า (ซื้อใหม่) ในน้ำเกลือร้อนๆ จะทำให้ขนของไม้กวาดดอกหญ้าเกาะตัวกัน เวลาใช้จะทนทานไม่ขาดง่าย.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #40: 22 ก.ค. 10, 07:52 น

ขจัดกลิ่นคาวปลาในตู้เย็น ใช้ผงกาแฟโรยบนปลาซักกำมือก็จะช่วยดับกลิ่นคาวปลาที่นำไปแช่ในตู้เย็นได้.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #41: 22 ก.ค. 10, 07:52 น

แก้ปัญหาก้างติดคอ ใช้น้ำมะนาวบีบใส่ลงไปในคอ น้ำมะนาวจะทำให้ก้างอ่อนตัวลงทำให้กลืนลงคอได้ง่าย.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #42: 22 ก.ค. 10, 07:56 น

แก้รองเท้ากัด ใช้ค้อนทุบรองเท้าบริเวณที่กัดจนนิ่ม เพราะรองเท้ากัดมีสาเหตุมาจากบริเวณหนังส่วนนั้นแข็งเกินไป.

วิธีแก้

ทา ปิโตรเลียมเจล ไว้ด้านในรองเท้า ทิ้งไว้ข้ามคืน เช็ดออกด้วยผ้าให้สะอาดแล้วค่อยสวมรองเท้า

ทาน้ำมันมะพร้าว ไว้ด้านในรองเท้า สามคืนติดต่อกัน น้ำมันนี้จะช่วยให้รองเท้านุ่มขึ้น แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบความมัน ก็ลองฝานมันฝรั่งดิบเป็นแผ่นๆ วางไว้ด้านในรองเท้า โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้า ทำซ้ำแบบนี้สองคืน

แต่ ถึงแม้ที่จะพยายามป้องกันไม่ให้รองเท้ามากัดแล้ว แต่ก็ยังมีการขบเล็กๆ น้อยๆ ให้เท้าเกิดแผล

วิธีการรักษาและ ลดอาการเจ็บ

ใช้แป้งข้าวเจ้าผสมน้ำให้พอข้น ทาบนบริเวณที่โดนรองเท้ากัด ทิ้งไว้จนแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เช็ดให้แห้ง จะช่วยลดความเจ็บแสบลง

ใช้ใบสะเดาสองสามใบ ผสมกับผงขมิ้น เติมน้ำ แล้วบดผสมกันให้กลายเป็นครีมข้น ทาลงบนแผลรองเท้ากัด วิธีนี้จะช่วยลดอาการเจ็บลงได้อย่างมาก อีกทั้งยังช่วยให้แผลแห้ง

ถ้า จะใส่รองเท้าคู่ใหม่ครั้งต่อไป แล้วประสบปัญหารองเท้ากัด ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติกันดูได้


add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #43: 22 ก.ค. 10, 07:58 น

ขจัดกลิ่นกระเป๋าหนังที่ซื้อใหม่ นำผ้าขาวห่อใบชา และกระเป๋าเข้าด้วยกัน ใบชาสามารถดูดกลิ่นเหม็นของหนังได้.

add
Re : เคล็ดลับ..คู่บ้าน ที่อยากให้ทราบ
        ความคิดเห็นที่ #44: 22 ก.ค. 10, 07:59 น

ขจัดกลิ่นคลอรีนในน้ำประปา ฝานมะนาวบางๆ ลงไปในน้ำ มะนาวจะช่วยดูดกลิ่นคลอรีนให้หมดไปได้. q*021 q*021 q*021

Tags:  คู่ บ้าน ยาก เคล็ดลับ 
 
พิมพ์
หน้า: 1 2 3
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้